สิ่งที่คนไทยเรียกว่า มันฝรั่ง คนเยอรมันเรียกว่า kartoffel คนฝรั่งเศสเร การแปล - สิ่งที่คนไทยเรียกว่า มันฝรั่ง คนเยอรมันเรียกว่า kartoffel คนฝรั่งเศสเร อังกฤษ วิธีการพูด

สิ่งที่คนไทยเรียกว่า มันฝรั่ง คนเยอ

สิ่งที่คนไทยเรียกว่า มันฝรั่ง คนเยอรมันเรียกว่า kartoffel คนฝรั่งเศสเรียก pomme de terre (ซึ่งแปลว่า แอปเปิลดิน) ส่วนคนอังกฤษเรียกว่า potato เพราะคำคำนี้มีรากศัพท์มาจาก “batata”) ในภาษาของชาวอินเดียนที่อาศัยบนเทือกเขาแอนดีส ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นดินแดนของประเทศโบลิเวียและเปรูในปัจจุบัน ผู้คนในอดีตไม่เข้าใจว่าเหตุใดชาวอินเดียนซึ่งมีอารยธรรมสูงจึงเลือกอาศัยอยู่ในดินแดนที่มีอากาศหนาว แห้งแล้ง และแร้นแค้นเช่นนี้ แต่เมื่อถึงวันนี้เรารู้เหตุผลแล้วว่านั่นเป็นเพราะดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยมันฝรั่งที่ชาวอินเดียนใช้เป็นอาหารนั่นเอง

ใน พ.ศ. ๒๐๗๓ (รัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔) เมื่อนายพล Francisco Pizzaro แห่งสเปน ยกทัพบุกอาณาจักรอินคาเพื่อยึดครองทองคำและอัญมณีมีค่า Pizzaro มิได้สนใจไยดีในต้นมันฝรั่งที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในเปรูเลย เมื่อถึงวันนี้อาณาจักรอินคาที่ยิ่งใหญ่ได้ล่มสลายไปแล้ว และสเปนก็ได้สูญเสียความเป็นมหาอำนาจไปเช่นกัน แต่มันฝรั่งแห่งเปรูก็ยังคงอยู่ และได้รับการยอมรับว่าเป็นพืชที่สำคัญมากชนิดหนึ่งของโลก เพราะทั่วโลกมีการบริโภคมันฝรั่งมากถึงปีละ ๓๐๐ ล้านตัน และใช้พื้นที่เพาะปลูกมากถึง ๑๔๐ ล้านไร่ อีกทั้งทำเงินได้ปีละล้านล้านบาท

ไม่มีใครรู้แน่ชัด ใครคือบุคคลแรกที่นำมันฝรั่งจากอเมริกาใต้มาปลูกในยุโรป ตำนานหนึ่งเล่าว่า Sir John Hawking เป็นคนแรกที่นำมันฝรั่งไปปลูกในไอร์แลนด์ใน พ.ศ. ๒๑๐๘ แต่อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่าเมื่อ Sir Walter Raleigh เห็นมันฝรั่งเป็นครั้งแรกในประเทศชิลีใน พ.ศ. ๒๑๒๐ เขารู้สึกประทับใจในสีสันของมันมาก จึงตัดสินใจนำไปปลูกในไร่ของตนในไอร์แลนด์ ส่วนนักชีววิทยาก็เชื่อว่า John Gerard นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ เป็นคนแรกที่นำมันฝรั่งไปปลูกในยุโรปใน พ.ศ. ๒๑๓๙ และเรียกมันว่า มันฝรั่งเวอร์จิเนีย (Potatoes of Virginia)

ในสมัยนั้นถึงแม้จะมีการปลูกมันฝรั่งในหลายพื้นที่ แต่ผู้คนยังไม่นิยมบริโภคมันฝรั่ง เพราะเชื่อกันว่ามันฝรั่งเป็นอาหารพิษที่อาจทำให้เป็นโรคเรื้อนหรือวัณโรค และเมื่อคัมภีร์ไบเบิลได้เอ่ยถึงพืชชนิดนี้ ชาวคริสเตียนหลายคนจึงคิดว่ามันเป็นผลไม้ปิศาจที่คนไม่สมควรกิน เมื่อเกิดสงครามในยุโรป การต่อสู้ที่ยาวนานทำให้ผู้คนในหลายประเทศประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร กษัตริย์ Frederick Williams แห่งปรัสเซีย จึงทรงอนุญาตให้ทหารของพระองค์บริโภคมันฝรั่ง ในเวลาต่อมา พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๖ แห่งฝรั่งเศสก็ทรงอนุญาตให้พสกนิกรของพระองค์บริโภคมันฝรั่งได้ด้วย มันฝรั่งจึงเป็นพืชที่ผู้คนยอมรับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ใน พ.ศ. ๒๓๘๔ ประเทศไอร์แลนด์ประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้ชาวไร่มันฝรั่งหลายคนตัดสินใจไปสมัครงานเป็นคนรับใช้ในบ้านคนอังกฤษที่ร่ำรวยกว่า การได้เงินค่าจ้างต่ำทำให้คนไอริชที่ยากจนต้องกินมันฝรั่งที่ปลูกในไร่ของตนเองทุกวัน วันละ ๓ มื้อ คิดเป็นน้ำหนักประมาณ ๓-๖ กิโลกรัม ภาวะยากลำบากนี้ดำเนินไปจนกระทั่ง พ.ศ. ๒๓๘๘ ไร่มันฝรั่งในไอร์แลนด์ก็ถูกโรคเหี่ยวแห้ง (blight) คุกคาม การบริโภคมันฝรั่งที่เน่าเสียทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากจนสัปเหร่อฝังศพไม่ทัน ศพจึงถูกหนูและสุนัขแทะเกลื่อนกลาด ชาวไอริชที่เหลือจำนวนมากล้มป่วยด้วยโรคไข้รากสาด โรคท้องร่วง และโรคลักปิดลักเปิด ทุพภิกขภัยนี้ทำให้คนไอริชเสียชีวิตไปประมาณ ๑.๕ ล้านคน และอีก ๑ ล้านคน ต้องอพยพครอบครัวหนีตายไปอเมริกา

นักประวัติศาสตร์รู้มานานแล้วว่ามันฝรั่งเป็นอาหารสำคัญของชาวอินเดียน ชาวอินเดียนสามารถเก็บมันฝรั่งไว้ได้นานเพื่อใช้บริโภคในยามขาดแคลนอาหาร โดยการนำมันฝรั่งไปตากแห้ง แล้วจึงบดให้ละเอียดเป็นแป้ง เรียกได้ว่านี้คือการทำอาหารแห้งชนิดแรก ๆ ของมนุษย์ ในยามที่ไม่มีแดด ชาวอินเดียนจะนำมันฝรั่งมาผึ่งลมหนาวข้ามคืน จากนั้นใช้เท้าเหยียบซ้ำไปซ้ำมาหลายหนเพื่อคั้นน้ำออกจนได้มันฝรั่งที่แห้งสนิท แล้วจึงนำไปเก็บ เรียกมันฝรั่งที่แห้งแล้วนี้ว่า chuño นอกจากจะใช้มันฝรั่งเป็นอาหารหลักแล้ว คนอินเดียนยังนิยมนำมันฝรั่งมาทำเบียร์และเครื่องดื่มสำหรับใช้ในพิธีทางศาสนา ดังจะเห็นได้จากภาพวาดที่ปรากฏบนเครื่องปั้นดินเผาของคนอินเดียน ที่แสดงการปลูกและเก็บเกี่ยวมันฝรั่งของชาวอินเดียนที่อาศัยในชิลีและโคลัมเบียในสมัยโบราณ

มันฝรั่ง (Solanum tuberosum) เป็นพืชล้มลุกในตระกูลพริก มะเขือเทศ และยาสูบ ตามปรกติเวลางอก ลำต้นของมันจะยึดตรงแล้วแตกกิ่งก้าน มีความสูงตั้งแต่ ๕๐-๑๐๐ เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ลำต้นมันฝรั่งมีลักษณะกลวงและเป็นรูปสามเหลี่ยม ใบมี ๒ ชนิด คือ ใบย่อยกับใบยอด และเป็นใบประกอบ ดอกมีสีขาว ชมพู ม่วงอ่อน และม่วงเข้ม กลีบดอกมี ๕ กลีบ มีเกสรเพศผู้ ๕ อันและเกสรเพศเมีย ๑ อัน

หัวมันฝรั่งคือส่วนหนึ่งของลำต้นที่มีหน้าที่สะสมอาหารและขยายพันธุ์ โดยต้นมันฝรั่งจะเริ่มสร้างหัวหลังจากที่ปลูกได้นาน ๒-๓ สัปดาห์ ผิวของหัวมันฝรั่งมีรูเล็ก ๆ ที่เรียกว่า lenticle สำหรับใช้หายใจและถ่ายเทอากาศ ดังนั้น ถ้าดินที่ใช้ปลูกเป็นดินชื้น รูของหัวมันฝรั่งจะมีขนาดใหญ่ เพื่อช่วยให้หายใจและถ่ายเทน้ำได้ทัน แต่การมีรูใหญ่นอกจากจะทำให้หัวดูไม่สวยแล้ว ยังอาจเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่หัวได้ง่ายด้วย ดังนั้น ดินที่ใช้ปลูกจึงไม่ควรเป็นดินที่ชื้นมาก นอกจากนี้ หัวมันฝรั่งยังมีตาสำหรับแตกหน่อด้วย โดยหัวหนึ่งอาจมีตามากถึง ๑๕ ตา ตามปรกติมันฝรั่งต้นหนึ่งอาจให้หัวตั้งแต่ ๖-๑๐ หัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ใช้ปลูก โดยทั่วไปมันฝรั่งเป็นพืชที่ให้ผลเร็วและดก ถ้าดินฟ้าอากาศอำนวยไร่มันฝรั่งจะสามารถให้ผลผลิตที่หนักประมาณ ๒ เท่าของข้าวที่ปลูกบนพื้นที่เท่ากัน ความสามารถในการทนทานอากาศหนาวและร้อนได้ดี ทำให้ต้นมันฝรั่งสามารถขึ้นได้ดีทั้งในที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมากและต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมาก ชาวไร่พบว่ามันฝรั่งที่ปลูกในที่ที่อากาศหนาวจะให้ผลผลิตสูงกว่าที่ปลูกในที่ที่อากาศร้อน โดยมันฝรั่งจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในที่ที่มีอุณหภูมิ ๑๕-๑๘ องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิขึ้นสูงถึง ๓๐ องศาเซลเซียส ผลผลิตที่ได้จะลดลง ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่าร้อยละ ๙๐ ของมันฝรั่งทั่วโลกมาจากไร่ในยุโรป ส่วนในประเทศไทย ชาวไร่นิยมปลูกมันฝรั่งในฤดูหนาว คือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ซึ่งเป็นเวลาที่มีฝนตกเพียงพอ โดยไร่ส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในที่
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
What the Thai people called potatoes A German man called pomme de terre France people call kartoffel (which means Apple;) Best Briton called potato because the words have the root word comes from "batata") In the language of the Indian people who live on the Andes. In South America, which is the territory of the country Bolivia and Peru today. In the past, people did not understand why people of Indian, which has high civilization chose to live in the land of winter weather is arid and raenkhaen like this, but when it's the reason that we all know today, that is because this land is rich in potatoes that nationals of Indian food is enough. In 2073, (reign borommarachathirat 4) when General Francisco Pizzaro, Spain. Army invaded the Kingdom's gold jewellery to occupation and is not to be interested in interest in Pizzaro potatoes that are common in Peru. To this day the greatest prices on Empire collapse, and Spain had lost the superpower to Peru's potato, but it still exists and has been acknowledged as one of the most significant plants of the world. Because the world is consuming more potatoes to 300 million tons a year, and as many as 140 million arable acres. It made money each year to a million million. No one knows exactly Who is the first person who brought the potato from South America planted in Europe. One legend tells how Sir John Hawking is the first to bring to the potato grown in Ireland was another one in 2108, but legend says that when Sir Walter Raleigh saw its first potato in Chile in 1993, he impressed 2120 in the colors of it. Decided to plant their crops in Ireland Best, John Gerard believed the biologist who was a British botanical first planted to potatoes in Europe in 1993 and called it potato 2139, Virginia (Virginia of Potatoes) In that, even though it has been growing potatoes in many areas, but people still prefer consuming potatoes because potatoes believed to be food poisoning, which can cause disease and tuberculosis or ruean Bible mention this type of plants. So many Christian people think that it is a devil fruit which people don't deserve to eat. When the war in Europe. A long fight to people in many countries experiencing food shortage. The King of Prussia Frederick Williams So he let his soldiers consume potatoes At a later time The Lord Louis 16 of France, he allows his subjects consuming potatoes as well. A potato plant that people accepted since then, etc. In countries experiencing Ireland 2384 (1841) economic slump As a result, many Potato farmers who decide to apply for a job as a servant in the House over the richest Briton. Get low pay make the poor Irish people want to eat potatoes grown on its own farm every day. 3 meals per day, representing about 3-6 kg, this difficult recession continue until Ranch 2388 (1845) potatoes in Ireland was hiaohaeng disease (blight) threats. Consumption of potato spoilage causes as many deaths until the funeral rites of burial not state. He was a rat and a dog to nibble full of. Many of the remaining Irish fall sick with fever raksat. Diarrhea and scurvy This makes the Irish famine had killed about 1.5 million people and 1 million people. The family escaped death to America. นักประวัติศาสตร์รู้มานานแล้วว่ามันฝรั่งเป็นอาหารสำคัญของชาวอินเดียน ชาวอินเดียนสามารถเก็บมันฝรั่งไว้ได้นานเพื่อใช้บริโภคในยามขาดแคลนอาหาร โดยการนำมันฝรั่งไปตากแห้ง แล้วจึงบดให้ละเอียดเป็นแป้ง เรียกได้ว่านี้คือการทำอาหารแห้งชนิดแรก ๆ ของมนุษย์ ในยามที่ไม่มีแดด ชาวอินเดียนจะนำมันฝรั่งมาผึ่งลมหนาวข้ามคืน จากนั้นใช้เท้าเหยียบซ้ำไปซ้ำมาหลายหนเพื่อคั้นน้ำออกจนได้มันฝรั่งที่แห้งสนิท แล้วจึงนำไปเก็บ เรียกมันฝรั่งที่แห้งแล้วนี้ว่า chuño นอกจากจะใช้มันฝรั่งเป็นอาหารหลักแล้ว คนอินเดียนยังนิยมนำมันฝรั่งมาทำเบียร์และเครื่องดื่มสำหรับใช้ในพิธีทางศาสนา ดังจะเห็นได้จากภาพวาดที่ปรากฏบนเครื่องปั้นดินเผาของคนอินเดียน ที่แสดงการปลูกและเก็บเกี่ยวมันฝรั่งของชาวอินเดียนที่อาศัยในชิลีและโคลัมเบียในสมัยโบราณ Potato (Solanum tuberosum) is a plant in the rose family had chilli, tomato and tobacco, according to the normal time of its stems grow straight to seize and break twigs. With the height ranging from 50-100 cm, depending on the species, there are hollow style potato stems, and a triangle, there are 2 types of leaves is a variant with a top and a purple flower with pink and white make light and dark purple petals with 5 petals with gaysorn gaysorn and 5 male female 1. </p > หัวมันฝรั่งคือส่วนหนึ่งของลำต้นที่มีหน้าที่สะสมอาหารและขยายพันธุ์ โดยต้นมันฝรั่งจะเริ่มสร้างหัวหลังจากที่ปลูกได้นาน ๒-๓ สัปดาห์ ผิวของหัวมันฝรั่งมีรูเล็ก ๆ ที่เรียกว่า lenticle สำหรับใช้หายใจและถ่ายเทอากาศ ดังนั้น ถ้าดินที่ใช้ปลูกเป็นดินชื้น รูของหัวมันฝรั่งจะมีขนาดใหญ่ เพื่อช่วยให้หายใจและถ่ายเทน้ำได้ทัน แต่การมีรูใหญ่นอกจากจะทำให้หัวดูไม่สวยแล้ว ยังอาจเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่หัวได้ง่ายด้วย ดังนั้น ดินที่ใช้ปลูกจึงไม่ควรเป็นดินที่ชื้นมาก นอกจากนี้ หัวมันฝรั่งยังมีตาสำหรับแตกหน่อด้วย โดยหัวหนึ่งอาจมีตามากถึง ๑๕ ตา ตามปรกติมันฝรั่งต้นหนึ่งอาจให้หัวตั้งแต่ ๖-๑๐ หัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ใช้ปลูก โดยทั่วไปมันฝรั่งเป็นพืชที่ให้ผลเร็วและดก ถ้าดินฟ้าอากาศอำนวยไร่มันฝรั่งจะสามารถให้ผลผลิตที่หนักประมาณ ๒ เท่าของข้าวที่ปลูกบนพื้นที่เท่ากัน ความสามารถในการทนทานอากาศหนาวและร้อนได้ดี ทำให้ต้นมันฝรั่งสามารถขึ้นได้ดีทั้งในที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมากและต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมาก ชาวไร่พบว่ามันฝรั่งที่ปลูกในที่ที่อากาศหนาวจะให้ผลผลิตสูงกว่าที่ปลูกในที่ที่อากาศร้อน โดยมันฝรั่งจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในที่ที่มีอุณหภูมิ ๑๕-๑๘ องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิขึ้นสูงถึง ๓๐ องศาเซลเซียส ผลผลิตที่ได้จะลดลง ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่าร้อยละ ๙๐ ของมันฝรั่งทั่วโลกมาจากไร่ในยุโรป ส่วนในประเทศไทย ชาวไร่นิยมปลูกมันฝรั่งในฤดูหนาว คือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ซึ่งเป็นเวลาที่มีฝนตกเพียงพอ โดยไร่ส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในที่
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
สิ่งที่คนไทยเรียกว่า มันฝรั่ง คนเยอรมันเรียกว่า kartoffel คนฝรั่งเศสเรียก pomme de terre (ซึ่งแปลว่า แอปเปิลดิน) ส่วนคนอังกฤษเรียกว่า potato เพราะคำคำนี้มีรากศัพท์มาจาก “batata”) ในภาษาของชาวอินเดียนที่อาศัยบนเทือกเขาแอนดีส ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นดินแดนของประเทศโบลิเวียและเปรูในปัจจุบัน ผู้คนในอดีตไม่เข้าใจว่าเหตุใดชาวอินเดียนซึ่งมีอารยธรรมสูงจึงเลือกอาศัยอยู่ในดินแดนที่มีอากาศหนาว แห้งแล้ง และแร้นแค้นเช่นนี้ แต่เมื่อถึงวันนี้เรารู้เหตุผลแล้วว่านั่นเป็นเพราะดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยมันฝรั่งที่ชาวอินเดียนใช้เป็นอาหารนั่นเอง

ใน พ.ศ. ๒๐๗๓ (รัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔) เมื่อนายพล Francisco Pizzaro แห่งสเปน ยกทัพบุกอาณาจักรอินคาเพื่อยึดครองทองคำและอัญมณีมีค่า Pizzaro มิได้สนใจไยดีในต้นมันฝรั่งที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในเปรูเลย เมื่อถึงวันนี้อาณาจักรอินคาที่ยิ่งใหญ่ได้ล่มสลายไปแล้ว และสเปนก็ได้สูญเสียความเป็นมหาอำนาจไปเช่นกัน แต่มันฝรั่งแห่งเปรูก็ยังคงอยู่ และได้รับการยอมรับว่าเป็นพืชที่สำคัญมากชนิดหนึ่งของโลก เพราะทั่วโลกมีการบริโภคมันฝรั่งมากถึงปีละ ๓๐๐ ล้านตัน และใช้พื้นที่เพาะปลูกมากถึง ๑๔๐ ล้านไร่ อีกทั้งทำเงินได้ปีละล้านล้านบาท

ไม่มีใครรู้แน่ชัด ใครคือบุคคลแรกที่นำมันฝรั่งจากอเมริกาใต้มาปลูกในยุโรป ตำนานหนึ่งเล่าว่า Sir John Hawking เป็นคนแรกที่นำมันฝรั่งไปปลูกในไอร์แลนด์ใน พ.ศ. ๒๑๐๘ แต่อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่าเมื่อ Sir Walter Raleigh เห็นมันฝรั่งเป็นครั้งแรกในประเทศชิลีใน พ.ศ. ๒๑๒๐ เขารู้สึกประทับใจในสีสันของมันมาก จึงตัดสินใจนำไปปลูกในไร่ของตนในไอร์แลนด์ ส่วนนักชีววิทยาก็เชื่อว่า John Gerard นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ เป็นคนแรกที่นำมันฝรั่งไปปลูกในยุโรปใน พ.ศ. ๒๑๓๙ และเรียกมันว่า มันฝรั่งเวอร์จิเนีย (Potatoes of Virginia)

ในสมัยนั้นถึงแม้จะมีการปลูกมันฝรั่งในหลายพื้นที่ แต่ผู้คนยังไม่นิยมบริโภคมันฝรั่ง เพราะเชื่อกันว่ามันฝรั่งเป็นอาหารพิษที่อาจทำให้เป็นโรคเรื้อนหรือวัณโรค และเมื่อคัมภีร์ไบเบิลได้เอ่ยถึงพืชชนิดนี้ ชาวคริสเตียนหลายคนจึงคิดว่ามันเป็นผลไม้ปิศาจที่คนไม่สมควรกิน เมื่อเกิดสงครามในยุโรป การต่อสู้ที่ยาวนานทำให้ผู้คนในหลายประเทศประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร กษัตริย์ Frederick Williams แห่งปรัสเซีย จึงทรงอนุญาตให้ทหารของพระองค์บริโภคมันฝรั่ง ในเวลาต่อมา พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๖ แห่งฝรั่งเศสก็ทรงอนุญาตให้พสกนิกรของพระองค์บริโภคมันฝรั่งได้ด้วย มันฝรั่งจึงเป็นพืชที่ผู้คนยอมรับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ใน พ.ศ. ๒๓๘๔ ประเทศไอร์แลนด์ประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้ชาวไร่มันฝรั่งหลายคนตัดสินใจไปสมัครงานเป็นคนรับใช้ในบ้านคนอังกฤษที่ร่ำรวยกว่า การได้เงินค่าจ้างต่ำทำให้คนไอริชที่ยากจนต้องกินมันฝรั่งที่ปลูกในไร่ของตนเองทุกวัน วันละ ๓ มื้อ คิดเป็นน้ำหนักประมาณ ๓-๖ กิโลกรัม ภาวะยากลำบากนี้ดำเนินไปจนกระทั่ง พ.ศ. ๒๓๘๘ ไร่มันฝรั่งในไอร์แลนด์ก็ถูกโรคเหี่ยวแห้ง (blight) คุกคาม การบริโภคมันฝรั่งที่เน่าเสียทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากจนสัปเหร่อฝังศพไม่ทัน ศพจึงถูกหนูและสุนัขแทะเกลื่อนกลาด ชาวไอริชที่เหลือจำนวนมากล้มป่วยด้วยโรคไข้รากสาด โรคท้องร่วง และโรคลักปิดลักเปิด ทุพภิกขภัยนี้ทำให้คนไอริชเสียชีวิตไปประมาณ ๑.๕ ล้านคน และอีก ๑ ล้านคน ต้องอพยพครอบครัวหนีตายไปอเมริกา

นักประวัติศาสตร์รู้มานานแล้วว่ามันฝรั่งเป็นอาหารสำคัญของชาวอินเดียน ชาวอินเดียนสามารถเก็บมันฝรั่งไว้ได้นานเพื่อใช้บริโภคในยามขาดแคลนอาหาร โดยการนำมันฝรั่งไปตากแห้ง แล้วจึงบดให้ละเอียดเป็นแป้ง เรียกได้ว่านี้คือการทำอาหารแห้งชนิดแรก ๆ ของมนุษย์ ในยามที่ไม่มีแดด ชาวอินเดียนจะนำมันฝรั่งมาผึ่งลมหนาวข้ามคืน จากนั้นใช้เท้าเหยียบซ้ำไปซ้ำมาหลายหนเพื่อคั้นน้ำออกจนได้มันฝรั่งที่แห้งสนิท แล้วจึงนำไปเก็บ เรียกมันฝรั่งที่แห้งแล้วนี้ว่า chuño นอกจากจะใช้มันฝรั่งเป็นอาหารหลักแล้ว คนอินเดียนยังนิยมนำมันฝรั่งมาทำเบียร์และเครื่องดื่มสำหรับใช้ในพิธีทางศาสนา ดังจะเห็นได้จากภาพวาดที่ปรากฏบนเครื่องปั้นดินเผาของคนอินเดียน ที่แสดงการปลูกและเก็บเกี่ยวมันฝรั่งของชาวอินเดียนที่อาศัยในชิลีและโคลัมเบียในสมัยโบราณ

มันฝรั่ง (Solanum tuberosum) เป็นพืชล้มลุกในตระกูลพริก มะเขือเทศ และยาสูบ ตามปรกติเวลางอก ลำต้นของมันจะยึดตรงแล้วแตกกิ่งก้าน มีความสูงตั้งแต่ ๕๐-๑๐๐ เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ลำต้นมันฝรั่งมีลักษณะกลวงและเป็นรูปสามเหลี่ยม ใบมี ๒ ชนิด คือ ใบย่อยกับใบยอด และเป็นใบประกอบ ดอกมีสีขาว ชมพู ม่วงอ่อน และม่วงเข้ม กลีบดอกมี ๕ กลีบ มีเกสรเพศผู้ ๕ อันและเกสรเพศเมีย ๑ อัน

หัวมันฝรั่งคือส่วนหนึ่งของลำต้นที่มีหน้าที่สะสมอาหารและขยายพันธุ์ โดยต้นมันฝรั่งจะเริ่มสร้างหัวหลังจากที่ปลูกได้นาน ๒-๓ สัปดาห์ ผิวของหัวมันฝรั่งมีรูเล็ก ๆ ที่เรียกว่า lenticle สำหรับใช้หายใจและถ่ายเทอากาศ ดังนั้น ถ้าดินที่ใช้ปลูกเป็นดินชื้น รูของหัวมันฝรั่งจะมีขนาดใหญ่ เพื่อช่วยให้หายใจและถ่ายเทน้ำได้ทัน แต่การมีรูใหญ่นอกจากจะทำให้หัวดูไม่สวยแล้ว ยังอาจเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่หัวได้ง่ายด้วย ดังนั้น ดินที่ใช้ปลูกจึงไม่ควรเป็นดินที่ชื้นมาก นอกจากนี้ หัวมันฝรั่งยังมีตาสำหรับแตกหน่อด้วย โดยหัวหนึ่งอาจมีตามากถึง ๑๕ ตา ตามปรกติมันฝรั่งต้นหนึ่งอาจให้หัวตั้งแต่ ๖-๑๐ หัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ใช้ปลูก โดยทั่วไปมันฝรั่งเป็นพืชที่ให้ผลเร็วและดก ถ้าดินฟ้าอากาศอำนวยไร่มันฝรั่งจะสามารถให้ผลผลิตที่หนักประมาณ ๒ เท่าของข้าวที่ปลูกบนพื้นที่เท่ากัน ความสามารถในการทนทานอากาศหนาวและร้อนได้ดี ทำให้ต้นมันฝรั่งสามารถขึ้นได้ดีทั้งในที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมากและต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมาก ชาวไร่พบว่ามันฝรั่งที่ปลูกในที่ที่อากาศหนาวจะให้ผลผลิตสูงกว่าที่ปลูกในที่ที่อากาศร้อน โดยมันฝรั่งจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในที่ที่มีอุณหภูมิ ๑๕-๑๘ องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิขึ้นสูงถึง ๓๐ องศาเซลเซียส ผลผลิตที่ได้จะลดลง ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่าร้อยละ ๙๐ ของมันฝรั่งทั่วโลกมาจากไร่ในยุโรป ส่วนในประเทศไทย ชาวไร่นิยมปลูกมันฝรั่งในฤดูหนาว คือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ซึ่งเป็นเวลาที่มีฝนตกเพียงพอ โดยไร่ส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในที่
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
What people called the potato, the German people called kartoffel Frenchman called Pomme de Terre (which means that Apple soil), the British called. Potato because this word is derived from the "batata.") in the language of the Indians at living on the Andes.The Bolivian territory and the Peruvian current. People in the past can't understand why the Indians, which has high civilization chose to live in the land of ที่มีอา air cold, arid and poor like this.
in BC.Twenty three (7 reign borommarachathirat IV 4) as general Francisco Pizzaro troops invaded the kingdom of Spain to conquer the Inca gold and precious gems Pizzaro not interested in early potatoes is common in Peru.And Spain have lost power as well. Potatoes of Peru will remain. And has been recognized as important plant kinds in one of the world. Because the whole world consumption of potatoes to year 30 million tons.14 million hectares. The money each year trillion
.
no one knows exactly. Who is the first person to bring the potatoes from South America to Europe, legend one said Sir John Hawking was the first to bring potato planted in Ireland. BCAnother legend 840), but one said that when Sir Walter Raleigh saw for the first time in Chile in potato.He was impressed by the 21st with its colour. Decided to grow on their farm in Ireland. The biologists believe that John Gerard British botanist, the first person the potatoes grown in Europe.3 9 21 and call it, potatoes, Virginia (Potatoes of Virginia)

.In those days, although there is growing potatoes in many areas. But people still not popular among the potatoes. Because it is believed that potato food poisoning may make with leprosy or tuberculosis. And when the Bible mention the plant of this kind.When the war in Europe. A long struggle that people in many countries facing food shortage, the king of Cyprus. Frederick Williams, he allowed his troops to consume potatoes. At a later time, the young king Louis XIII 16The potato is a plant that people accept since
.
in BC.Her house, Ireland suffered a recession. Due to the many farmer potatoes decided to apply as a servant in the house, British people richer.Three meals per day, a weighing approximately 3-6 kg of this difficult condition continues until B.Prof.Likewise, 8 potato field in Ireland is by wither (blight) threat. Consumption of potatoes เน่าเสียทำให้ people die a lot until the undertaker, buried in time. The corpse was rat and dog chews house.Dysentery and scurvy. This makes the Irish famine killed about 1.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: