ภัยคุกคามจากอีเมล
อีเมล เป็นอีกช่องทางการสื่อสารหนึ่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และถือเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตมนุษย์ยุคอินเทอร์เน็ตไปเสียแล้ว การพบปะหรือทำธุรกิจ การแลกเปลี่ยนข้อมูล ต่างต้องมีการบอกถึงที่อยู่ที่เรียกว่า “E-mail Address” ถึงแม้ว่าเมลจะมีประโยชน์มากในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีภัยที่แทรกตัวมากับอีเมล ทั้งที่มาแบบเปิดเผย ไม่เปิดเผย และบางครั้งมาแบบหลอกให้เราหลงเชื่อ มาทำความรู้จักภัยจากอีเมลที่เด่นๆ ทั้ง 4 แบบว่าแต่ละตัวเป็นอย่างไร เรามาดูกันเลยค่ะ
อีเมลแบบไวรัส (E-mail Attached Virus)
อีเมลที่แนบไวรัสมานั้น มีปริมาณที่เยอะมาก รูปแบบการส่งหรือรูปแบบตัวจดหมายที่ส่งมานั้น มักจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
- มีหัวข้อจดหมายที่หน้าสนใจ เชิญชวนให้เปิดจดหมาย
- ส่งมาจากใครก็ไม่รู้ แต่บางครั้งก็มีการปลอมอีเมลที่เป็นคนที่เรารู้จักส่งมาให้เรา แต่มักจะมีข้อความสั้นๆ ที่สำคัญเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเพื่อนเราเป็นคนไม่ชอบภาษาอังกฤษเดาได้เลยว่าไม่ใช่เขาแน่
- ในอีเมลมักมีไฟล์นามสกุลแปลกๆ เช่น .vbs , .com , .exe , .bat เป็นต้น
การปลอมอีเมล (E-mail Spoofing)
โดยทั่วไปการได้รับอีเมลมาสักฉบับ สิ่งแรกที่เราจะสังเกตก็คือใครเป็นคนส่งมาให้เรา เพื่อที่เราจะได้แน่ใจว่าไม่เป็นสแปมเมล หรือมีไวรัสติดมา การที่อีเมลระบุว่าใครเป็นคนส่งมา ในบางครั้งเราก็ไม่สามารถเชื่อถือได้ เพราะในทุกวันนี้สามารถทำปลอมส่งมาได้ เราเรียกการปลอมผู้ส่งว่า “E-mail Spoofing”
การปลอมอีเมลนั้น สามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การ Telnet เข้าไปยังพอร์ต 25 เพื่อทำการติดต่อกับพอร์ต STMP (Semple Mail Transport Portocol) ซึ่งเป็นส่วนของโปรโตคอลในการส่งอีเมล หรืออาจใช้ซอฟต์แวร์เข้าช่วยในการปลอมอีเมล ซึ่งการใช้งานก็ไม่ต่างอะไรกับการใช้งานโปรแกรม MS Outlook เพียงแต่ทำมากกว่าการส่งอีเมลธรรมดาหน่อยก็ตรงที่ต้องพิมพ์เพิ่มในส่วนของผู้ส่งด้วยเท่านั้นเอง
อีเมลหลอกลวง (Phishing)
วิธีการหลอกลวงนี้ นับได้ว่าเป็นวิธีการที่แยบยลและมีฝีมือกว่าการหลอกลวงแต่ก่อนมาก เพราะเขาจะทำการสร้างเว็บไซต์ที่มีความคล้ายคลึงกับเว็บไซต์ของสถาบันการเงิน หรือของผู้ประกอบการที่เหยื่อเป้าหมายเป็นสมาชิก จากนั้นจะทำการส่งอีเมลที่ปลอมแปลงขึ้นมา โดยมีความคล้ายคลึงดุจดังส่งมาจากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการนั้นๆ ถ้าเหยื่อเป้าหมายไม่ใช่คนขี้ระแวงก็มักจะตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อได้ง่ายๆ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะทำตามที่อีเมล (ปลอม) นั้นบอก ไม่ว่าจะเป็นการคลิกตามลิงก์ที่ส่งไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ทำไว้ เพื่อรอให้เหยื่อมากรอกข้อมูลที่ตนต้องการ เช่น หมายเลขบัตรเครดิต User Name Password หมายเลขบัตรประชาชน เป็นต้น
อีเมลขยะ (Spam Mail)
อีเมลเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการโฆษณา ด้วยต้นทุนการโฆษณาที่ถูก และยังส่งได้ตรง
ตามกลุ่มของลูกค้า ยิ่งทำให้อีเมลถูกนำมาใช้อย่างล้นหลาม แต่การโฆษณาสินค้าที่อยู่บนความพอดีนั้น ผู้รับคงพอใจกับการได้อ่านข่าวสารต่างๆ ของสินค้าที่เราสนใจ แต่ถ้าการส่งอีเมลโฆษณามาแบบไม่ยั้ง ส่งมาแบบไม่คิดชีวิต ส่งได้ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที การส่งแบบนี้เราเรียกว่า “สแปมเมล (Spam mail)”
วิธีการป้องกันสแปมเมล สามารถทำได้ เช่น ไม่ตั้งชื่ออีเมลที่มีคนใช้กันมากๆ ไม่เปิดเผยอีเมลของเราให้คนอื่นๆ รู้ในวงกว้าง เพราะถ้านำไปประกาศไว้ที่ต่างๆ ตามเว็บบอร์ดก็จะถูกเหล่าสแปมเมอร์ใช้หุ่นยนต์ที่เรียกว่า Spider Program ทำการดูดอีเมลแอดเดรสของเราเอาไปใช้งาน หรือถ้าคุณใช้งานพวกฟรีเมล เว็บเมลเหล่านี้มักจะมี Option ในการกรองอีเมลให้เรา เราสามารถตั้งค่าเพื่อทำการบล็อกอีเมลที่เราคิดว่าเป็นสแปมเมลได้ สุดท้ายถ้าทำอะไรไม่ได้ผล ต้องติดตั้งโปรแกรมสกัดกั้นสแปมเมลซึ่งมีมากมาก เช่น SpamNet , SpamKiller , SpamPal เป็นต้น