1. บทนำ
1.1 ความเป็นมาและความสำคัญ
ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาพฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค (Facebook) ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ รวมถึงศึกษาการใช้ประโยชน์ ภัย และผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตด้านการศึกษาที่นักศึกษาได้รับจากการใช้เฟสบุ๊ค (Facebook) ดังเช่น การเข้าเรียน ความสนใจในการเรียน สมาธิในการเรียน การทำงานกลุ่มและทำงานเดี่ยว การทบทวนบทเรียน การเข้าใจในเนื้อหาที่เรียน และผลการเรียน ผลกระทบด้านกิจกรรมต่างๆ ดังเช่น การใช้เวลาว่าง วันหยุด งานอดิเรก การออกกำลังกาย การกิน การนอน และการอยู่ร่วมในสังคม ทั้งนี้ เพื่อจะได้นำข้อมูลที่ได้มาทำความเข้าใจพฤติกรรมการสื่อสารในเครือข่ายสังคมออนไลน์ และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสม
1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
2) เพื่อศึกษาผลกระทบของการใช้เฟสบุ๊ค ต่อการดำเนินชีวิตของนักศึกษาราชภัฏเชียงใหม่
3) เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์จากการใช้เฟสบุ๊คของนักศึกษาราชภัฏเชียงใหม่
1.3 ขอบเขตการวิจัย
กลุ่มประชากร นักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค ใน
ระดับชั้นปีที่ 1-4 ภาคการศึกษาที่ 2/2558
กลุ่มตัวอย่าง นักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค จำนวน 50 คน
1.4 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย
1) ทราบถึงพฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
2) ทราบถึงผลกระทบของการใช้เฟสบุ๊คต่อการดำเนินชีวิต ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
3) ทราบถึงประโยชน์จากการใช้เฟสบุ๊ค ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
4) นำผลการศึกษามาใช้เป็นแนวทางให้แก่ผู้สนใจ
2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาพฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คของนักศึกษา และการใช้เฟสบุ๊คที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าตามแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยครอบคลุมหัวข้อตามลำดับต่อไปนี้
1) ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเฟสบุ๊ค
1.1) ประวัติ ผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊ค
1.2) สัญลักษณ์ของเฟสบุ๊ค
1.3) การสมัครงานใช้งานเฟสบุ๊ค
1.4) เมนูในการใช้งานเฟสบุ๊ค
1.5) จริยธรรมในการใช้เฟสบุ๊ค
2) สังคมออนไลน์
2.1) ความหมายของสังคมออนไลน์
2.2) กระแสความนิยมใช้เฟสบุ๊คในประเทศไทย
2.3) ผลกระทบจากการใช้เฟสบุ๊ค
2.4) ผลประโยชน์จากการใช้เฟสบุ๊ค
3) พฤติกรรมการดำรงชีวิต
3.1) ความหมายของการดำรงชีวิต
3.2) ความหมายของพฤติกรรม
4) แนวคิดเกี่ยวกับวัยรุ่น
4.1) ความหมายของวัยรุ่น
4.2) พัฒนาการของวัยรุ่น
5) งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
3. ระเบียบการทำวิจัย
การศึกษาข้อมูลจากเอกสาร ตำราวิชาการ แนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่
ส่วนที่ 1 แบบสอบถาม พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ตอนคือ
ตอนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง
ตอนที่ 2 แบบสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้เฟสบุ๊ค
ตอนที่ 3 แบบสอบถามพฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค
ตอนที่ 4 แบบสอบถามผลประโยชน์เมื่อใช้เฟสบุ๊ค
ตอนที่ 5 แบบสอบถามผลกระทบด้านการดำเนินชีวิตและด้านการศึกษาเมื่อใช้เฟสบุ๊ค
ส่วนที่ 2 การประชุมกลุ่ม คือ การประชุมกลุ่มย่อย เพื่อหารูปแบบและรายละเอียด พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊ค ผลกระทบด้านบวกและด้านลบต่อการดำรงชีวิตของนักศึกษา ทั้งในด้านการศึกษา และด้านกิจกรรมการใช้ชีวิต เพื่อยืนยันกับข้อมูลเชิงปริมาณที่ได้มา
ส่วนที่ 3 แบบสอบถามพฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีดังนี้
แบบสอบถาม คือ การนำแบบสอบถามไปทดลองใช้กับนักศึกษาชายและหญิง ที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อวิเคราะห์หาคุณภาพของเครื่องมือ
การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการใช้การสุ่มตัวอย่างตามวัตถุประสงค์ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 50 คน
1. ผู้วิจัยแจกแบบสอบและอธิบายเกี่ยวกับการตอบแบบสอบถามให้กลุ่มตัวอย่าง โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างที่ว่างจากการเรียนและทำกิจกรรมต่างๆในชั่วโมงว่าง โดยผู้วิจัยได้เลือกสถานที่เก็บคือตามบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
2. ผู้วิจัยรับแบบสอบถามคืนจากกลุ่มตัวอย่างหลังจากกรอกแบบสอบถามเสร็จแล้ว ตรวจข้อมูลให้ครบถ้วนและนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ต่อไป
3. ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล
1. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
1.1) ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง วิเคราะห์โดยแจกแจงความถี่และค่าร้อยละ
1.2) วิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่แต่ละด้านและโดยรวมเป็นความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และแปลผล
1.3) ผู้วิจัยนำมารวบรวมจัดเรียงตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ วิเคราะห์เนื้อหา เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยตามขอบเขตที่กำหนดไว้
4. ผลการวิจัย