2. termites. Biting at the root of rice destroyed part of RAI and also start from section destroyed by biting the underground within the trunk. That was destroyed in the first phase, there will be a yellow or pale yellow stems, both dry and die in a clump.To prevent removal. 1. when preparing the soil. If found, excavated subterranean termites nest, nest, or plow to loosen the soil several times to destroy the nest and the opportunity to access various types of birds, ants and termites eating help. 2. If termite nests were found, and many are distributed in the plantation should be sprayed with insect-killing substances soluble powder such as chlorophyll Tablet by heparin (La Monte, 40%), a rate of 2 kilograms per Rai converted to loosen, spray, into the soil or sprayed or sprinkled method may be used by planting row.3. immature aphids (Rice root aphid: Tetraneura nigriabdominalis Sasaki) Homoptera Aphididae dynasty rankings.(Sample analysis by Professor Lu Rothenburg dynasty until the LEE Wah, Department of Entomology, Faculty of agriculture, Kasetsart University) As a small, slow-moving insects have size 1 – 2 mm Brown or red-brown, shaped like a halved potato aphids as a result and the soft type has no wings. Destroying inhabited islands are found sucking water in the soil root section reared. Long Island groups and tillers are sometimes found edible roots section of the island of sucking rice cones, trees that are located near the soil level. Early symptoms are pale yellow rice low and stunted disorders. If there is a severe outbreak early rice will show symptoms of wilt and die. In addition, aphids ingested water extraction types rely on rearing soft around the roots and then. Also find aphids Rhopalosiphum rufiabdominalis is another type of light (for example pesticide analysis by Department of Entomology Faculty of Agronomy Dr.Hans Banziger, Chiang Mai University) raising the grain pump suction hole in the milk. Cause is not completely atrophied seeds.To prevent removal. เพลี้ยอ่อนที่อาศัยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณราก การระบาดทำลายจะเป็นหย่อมๆ ควรใช้สารฆ่าแมลงพวกคาร์บาริล (เซฟวิน) ชนิดผงละลายน้ำ หรือชนิดน้ำ ซึ่งชนิดหลังมีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดได้นานกว่าพ่นบริเวณโคนต้นข้าวและไม่ควรพ่นสารฆ่าแมลงคลุมไปทั้งแปลง ควรพ่นเฉพาะบริเวณที่มีเพลี้ยอ่อนระบาดเท่านั้น4. ตั๊กแตน (Grasshopper, short horned grasshopper : - Patanga succincta Linn- Locusta migratoria malilensis Meyer- Cyrtacanthacris tatarica Linn.- Chondracris rosea brunneri Uvarov)วงศ์ Acrididae อันดับ Orthoptera ที่พบเป็นประจำในแปลงเพาะปลูกข้าวไร่เป็นตั๊กแตนขนาดเล็ก (Hieroglyphus bnaian Fab.) ซึ่งมีปริมาณไม่มากนัก ทั้งตัวแก่และตัวอ่อนกัดกินใบข้าวทำให้ใบขาดแหว่ง ถ้ามีการทำลายมากจะกัดกินจนกระทั่งเหลือแต่เส้นกลางใบ ทำให้ต้นข้าวเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ผลผลิตต่ำลงแต่ตั๊กแตนชนิดที่สำคัญ ซึ่งควรระวังการป้องกันการระบาดทำลาย ได้แก่ ตั๊กแตนปาทังกา ตั๊กแตน โลคัสตา ตั๊กแตนไซทาแคนตาคริส และตั๊กแตนคอนดาคริส ซึ่งจัดว่าเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญการป้องกันกำจัด วิธีการป้องกันกำจัดตั๊กแตนให้ได้ผล ควรใช้วิธีการทุกอย่างที่สามารถลดประชากรของตั๊กแตนให้น้อยลง ทั้งนี้ควรจะทราบชนิด อุปนิสัย นิเวศวิทยา ฯลฯ ของตั๊กแตนที่จะป้องกันกำจัดเสียก่อน จึงจะสามารถวางมาตรการในการป้องกันกำจัดได้ทั่วๆ ไป ควรทำดังนี้ 1. เกษตรกรควรร่วมกันดำเนินการจับตั๊กแตนในฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) ซึ่งถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 13 องศาเซลเซียสลงไป ตั๊กแตนจะเคลื่อนไหวช้าหรือแข็งตัวบินไม่ได้ซึ่งสามารถจับได้ง่ายด้วยมือเปล่า และยังนำตั๊กแตนที่จับได้ไปแปรรูปเป็นอาหารได้อีกด้วย 2. กำจัดวัชพืชที่เป็นอาหารหรือเป็นที่อาศัยของตั๊กแตนทั้งในไร่ และในบริเวณใกล้เคียง 3. ไถและพรวนดินในบริเวณที่มีตั๊กแตนอาศัยเพื่อตากดินและช่วยทำลายไข่ของตั๊กแตนที่อยู่ในดิน ซึ่งควรเริ่มดำเนินการระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 4. ภายหลังการเก็บเกี่ยวควรเก็บตอซังและซากพืชให้หมด เพื่อมิให้เป็นที่อยู่อาศัยของตั๊กแตน 5. ปลูกพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลิสง สลับกับแปลงเพาะปลูกข้าวไร่ เพื่อดึงดูดตั๊กแตนให้มาอาศัยร่มเงาหลบแสงแดด ในถั่วลิสงและทำการกำจัดโดยวิธีปล่อยลูกเป็ดเข้าไปกินหรือเกษตรกรจับมาใช้ประโยชน์หรือพ่นสารฆ่าแมลงคาร์บาริลผสมน้ำและกากน้ำตาลหรือน้ำอ้อยแดง6. หมั่นตรวจแปลงเพาะปลูกอยู่เสมอ โดยเฉพาะในระยะต้นฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป ซึ่งเป็นระยะที่ตั๊กแตนเริ่มฟักเป็นตัวอ่อน หากพบตั๊กแตนในระยะนี้อยู่รวมกันเป็นจำนวนมากควรรีบทำการกำจัด7. การใช้สารฆ่าแมลงพ่นกำจัด ควรใช้ให้ถูกต้องตามชนิดและวัยของตั๊กแตน เช่นคาร์บาริล (เซฟวิน เซฟ 85 ดี เอส 85) 85 % ชนิดผงละลายน้ำซึ่งเป็นสารฆ่าแมลงชนิดกินตาย พ่นคลุมพื้นที่ที่มีตั๊กแตนซึ่งเป็นระยะตัวอ่อนอยู่หนาแน่น ในฤดูการเพาะปลูกในอัตรา 70 – 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร และผสมด้วยกากน้ำตาล (โมลาส) หรือน้ำอ้อยแดง 2 – 3 ช้อนแกง โดยพ่นบนใบข้าวหรือถั่วลิสงที่ปลูกเป็นพืชสลับ
5. เพลี้ยกระโดดหลังขาว
เพลี้ยกระโดดหลังขาว (Sogatella (= Sogata) furcifera) สามารถแยกชนิดออกจากเพลี้ยกระโดดชนิดอื่นในระยะตัวเต็มวัยได้ โดยมีแถบสีขาวตามยาวของด้านหลังส่วนอกอยู่ระหว่างฐานปีกทั้งสอง แมลงในสกุลนี้มีหลายชนิดที่พบในนาข้าว แต่ข้าวไม่ใช่พืชอาหารหลักและสามารถจำแนกแมลงแต่ละชนิดออกจากกันโดยดูที่ปีก ส่วนหัวและลักษณะอวัยวะเพศผู้ ยกเว้นเพศเมียของ S. panicicola และ S. longifurcifera
การเป็นศัตรูพืช
ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นแมลงพาหนะนำโรไวรัสแต่ก็พบเพลี้ยกระโดดหลังขาวได้ทั่วไป และอาจดูดกินน้ำเลี้ยงต้นข้าวทำให้แห้งตายได้ แต่สามารถป้องกันกำจัดได้โดยใช้สารฆ่าแมลง เพลี้ยกระโดดหลังขาวระบาดได้ทุกสภาพแวดล้อม
การแปล กรุณารอสักครู่..
