Bahasa laporan sejarah anda teh Tafea saya e m Ma.Anda e teh m Ma saya telah dilahirkan di bandar Mensah. Gaza, Palestin pada tahun pada hornbeam RS 150 (767)Orang-orang yang lahir di rai mushaf (keluarga yang sama sebagai Nabi). Tapi sedih bahawa orang dilahirkan tanpa ia boleh memotong wajah bapanya.Anda boleh mengenali Al-mushaf semua buku-buku dari รอ่าน pada usia 7 tahun...Pada usia 10 tahun dan ibu anda, anda pergi ke Mekah.Untuk menyertai dalam mengerjakan HajiSelepas itu, beliau telah tinggal kemudian ilmu pengetahuan...Saya telah mula Tafea teh Imam, tuisyen, akademik, agama. Dengan fati Muhammad (Hakim) bandar di Mekah pada masa itu. Itulah nama yang anda?Umat Islam telah diterbangkan Khalid sebagai ญีย...Anda mempunyai begitu banyak Kitab agama yang belajar. Buku teks agama yang terkenal, yang pada masa itu. Ia tidak dapat dielakkan, "Shashi wat Mujahid," yang merupakan buku teks HA Sunnah. Dikumpulkan oleh Imam Malik telah diterbangkan Ah Anas(Beliau sifat malee กีย Thomas hab).Mensah macha, dan e. e Ma ia boleh menghafal itu anak-anak sepenuhnya. Dari umur 15 di ปื (Yang mengatakan anda boleh menghafal teks-teks tersebut dalam hanya 9 hari sahaja).Dan berumur 15 di sini...Guru-guru Rakyat telah dibenarkan. Menilai diri sendiri...(Teh Allah).Bilakah anda menghadiri agama di Mekah, cukuplah sudah. Anda perlu meminta kebenaran, siapakah ibu dan kekuatan. Jadi Ketua untuk mengejar ilmu pengetahuan ke arah Qom Bangkok yang terbaik.Dan di sini...Anda mempunyai pilihan, "dengan orang e-Ma m Malik Terbang Nassau Ah yang merupakan tahap guru.Di barisan hadapan Qom Metropolitan yang terbaik buat masa ini...Orang mendapat pendidikan Bangkok datang Al-Quran. Dari umur 20 tahun dan pengajian dengan Imam Malik terus sehingga.Imam Malik meninggal dunia orang. 197. dalam tahun satu.(Beberapa laporan mengatakan orang telah meminta kebenaran dari penduduk e-mel berasaskan MA, klik untuk bak sebelum dek dari kematian Imam Malik).พี่น้องครับ....ความอัจฉริยะของท่านอิหม่าม ชาฟีอีย์ในด้านวิชาการศาสนานั้น...ทำให้ท่านเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ใน นคร มาดีนะฮ์ จนสุดท้ายท่านได้รับเกียรติจากท่าน อีหม่าม มาลิกผู้เป็นอาจารย์ ให้ทำการสอนศาสนา ณ มัสยิดแห่งองค์ศาสดาอยู่ชั่วระยะหนึ่ง...ต่อมาไม่นาน... ท่านได้ถูกเชื้อเชิญจาก ผู้ปกครองเมือง ยะมัน(เยเมน)ให้ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนวิชาการศาสนาในเมืองนั้น...แต่ท่านก็ดำรงตำแหน่งอยู่ได้ไม่นาน...เนื่องจากท่านได้ถูกให้ร้ายว่า... ได้ดำเนินแนวทางตามลัทธิของชีอะฮฺและยังมีคำกล่าวร้ายเกิดขึ้นแก่ท่านอย่างมากมาย... จนถึงขนาดที่ท่านเคยโดนตรึงโซ่ตรวน และส่งตัวไปจองจำในคุกแห่ง เมืองหลวงของอาณาจักร อับบาซียะฮ์เลยทีเดียว(ซึ่งก็คือ เมือง บัฆดาดหรือ แบกแดดนั้นเอง)ท่านอิหม่าม ชาฟีอียฺ ได้ถูกนำตัวเพื่อเข้าพบองค์คอลีฟะฮ์ ฮารูน อัร-รอชีด ในการตอบโต้คำกล่าวหา...และสุดท้าย (ด้วยพระอนุมัติแห่ง อัลลอฮ์) ท่านก็สามารถแก้ข้อกล่าวหาและยืนยันถึงความบริสุทธิ์ในหลักปฏิบัติและหลักการศรัทธาของท่านอย่างน่าอัศจรรย์...ด้วยความสันทัดและเจนจัดในวิชาความรู้...ทำให้ท่านโต้ตอบปัญหาศาสนาต่างๆได้อย่างเฉียบขาดและว่องไว...จนทำให้องค์คอลีฟะฮ์ รู้สึกทึ่งในตัวท่านเป็นอย่างมาก...และในที่สุดท่านก็ได้รับการปลดปล่อยและอนุญาตให้ใช้ชีวิตใน กรุงแบกแดดได้อย่างอิสระ...และที่นี่...นี้เองที่ทำให้ท่านได้รู้จักกับ...บรรดาเหล่าสานุศิษย์ของ ท่านอีหม่าม ฮานาฟียฺ และได้เล่าเรียนศึกษากับพวกเขาอยู่ชั่วระยะหนึ่ง...ซึ่งหนึ่งในจำนวนลูกศิษย์ของอีหม่าม ฮานาฟีย์ ที่ท่านคบหาด้วยนั้นก็คือท่าน มูฮัมหมัด บิน ฮาซัน อัช-ชัยบานียฺ...และในช่างเวลานี้นับว่าเป็นเวลาที่มีค่าที่สุดของท่าน อีหม่ามชาฟีอีย์ เลยก็ว่าได้...เนื่องจากท่านได้มีโอกาสเปรียบเทียบทรรศนะของบรรดา อิหม่ามมุจญตาฮิดต่างๆในเรื่องราวของศาสนาอันได้แก่แนวทางของ อีหม่ามมาลิก
และแนวทางของ อีหม่าม อาบี ฮานีฟะฮฺ นั่นเอง...
และในปี ฮ.ศ. ที่ 188.......
ท่านอีหม่ามชาฟีอียได้ตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองบัฆดาด(แบกแดด)
เพื่อมุ่งหน้าสู่ มิสรฺ (อียิปต์) และระหว่างทาง...
ท่านได้แวะพำนัก ณ มหานคร มักกะฮฺ ชั่วขณะหนึ่ง...
ซึ่งที่นี่ ท่านได้รับเกียรติให้สอน วิชาการศาสนาในมัสยิด อัลฮารอม ...
ในตอนนี้ท่านอีหม่ามชาฟีอีย์ เริ่มได้รับการยอมรับ จากปวงปราชญ์ร่วมสมัยแล้วว่า สามารถวินิจฉัยปัญหาศาสนา ในระดับมุจญตาฮิดได้แล้ว...
แต่สำหรับการสอนวิชาการศาสนา ณ เมืองมักกะฮฺนี้
ท่านอีหม่าม ชาฟีอียฺ ได้เพียรพยายามอย่างยิ่งยวดในการ
ปิดช่องว่างแห่งความแตกต่าง
ระหว่าง สอง มัสฮับ นั้นก็คือ มัสฮับ ฮานาฟียฺ กับ มัสฮับ มาลีกียฺ...
แต่ทรรศนะของท่านในช่วงแรกยังไม่ถูกตอบรับดีนัก...
เนื่องจากชาวมักกะฮ์ ส่วนใหญ่ในสมัยนั้น ยังคงคุ้นเคยกับ แนวทางของ
ท่านอีหม่าม มาลิก บิน อานัส
ในปี ฮ.ศ. ที่ 194 ท่านอีหม่ามชาฟีอีย์
ได้หวนคืนสู่เมือง บัฆดาดอีกครั้ง...
คราวนี้ท่านได้ถูกเชื้อเชิญให้เป็นผู้ตัดสินความ ณ กรุง บัฆดาด...
แต่ท่านได้ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งนั้น ...
ท่านได้ใช้ชีวิต ในบัฆดาด เพียง 4 ปีเท่านั้น...
จากนั้นท่านได้เดือนทางไป อิยิปต์ และได้ทำการเผยแพร่ศาสนา
ตามรูปแบบแห่งการวินิจฉัยของท่าน ณ ที่แห่งนั้น
ท่าน ดาวุด บิน อาลี
(อีหม่าม มุจญตาฮิด คนหนึ่ง มีชีวิตระหว่าง ฮ.ศ 200-270)
ได้ถูกถามถึง ความพิเศษของท่านอิหม่ามชาฟีอีย์ ที่เหนือกว่า ปวงปราชญ์ ร่วมสมัยคนอื่นๆ
ซึ่งท่านก็ได้ตอบว่า
“ ท่าน อีหม่ามชาฟีอีย์ นั้น มีความพิเศษในหลายๆด้านด้วยกัน...
สิ่งที่ไม่เคยรวมอยู่ในตัวปราชญ์คนใดๆ(ก่อนหน้านี้)ก็ได้รวมอยู่ในตัวท่าน,
ท่านมีความสูงส่งทางด้านวงศ์ตระกูล ,
มีศาสนาและหลักยึดมั่นที่แท้จริง,
เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความใจกว้างและเผื่อแผ่เมตตา...
เข้าใจถึง ฮาดีษ ซอเฮี่ยะ และ ฮาดีษ ดออีฟ ได้เป็นอย่างดี,
รู้ถึง บทบัญญัติที่มายกเลิก และ บทบัญญัติที่ถูกยกเลิก,
จดจำอัลกุรอ่านและ ฮาดีษได้เป็นอย่างดี,
ดำเนินตามร่องรอยแห่งองค์ คอลีฟะฮฺ ผู้ทรงธรรม(ทั้งสี่)
และมีความสันทัดในการเ
การแปล กรุณารอสักครู่..
