Wang Chao mueang phatthalungThere is a legend that. Wang Chao mueang phatthalungWhich setMoo 4, Tambon mueang phatthalung lampamHistory Wang Chao-Wang, city publications contain "old" and "new Palace. Note that calls to the property owner, city publications as "Wang", then someone described that is God's authority in a town by the absolute power from the monarch, or, also known as "eat city". Owner, city power and as a foreign Lord God always regarded as inevitably kan addresses of owners, cities must be called "Wang". With Wang, author of old Wang Phraya APAI is to maintain (at least), which owns the town phatthalung between 2412 (1869)-๒๔๓๑ but before please dye the own city breaks. A city rising up with towns, palian town phatthalung. In later publications: 2410 (1867) Phraya (slash) was with the wind, current, disease. This led to his Majesty the King The reign of God is, God 4 the long car (at least) the relationship KR. Owner, city publications: City palian owners, but please don't tie he shelters the death first. Lord long (at least) relationship ranat times the town phatthalung (Putnam City owner publications). Until when 2412 (1869), his Majesty King Chulalongkorn 5th Hongsa dye it is. Phraya APAI chakrawichit main phiriya owners to maintain a loyal Museum town phatthalung. Phraya APAI to keep (at least) have created a Habitat which is used as a city mayor, but no evidence that created. You position the owner city breaks are 19 years old to so inform 2431 (1888) has resigned from government service and senescence and cloudy eye disability and see both sides. Understand that the eye is cataract which never healed. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นจางวางกำกับราชการ (ที่ปรึกษาราชการ) และพระราชทานราชทินนามให้เป็นพระยาวรวุฒิไวยวัฒลุงควิสัยอิศรศักดิ์พิรักษ์ราชกิจนริศราชภักดีอภัยพิริยพาหะและโปรดเกล้า ฯ ให้หลวงจักรานุชิต (เนตร) บุตรชายคนโตซึ่งเป็นผู้ช่วยราชการเมืองพัทลุงอยู่นั้น เป็นพระยาอภัยบริรักษ์ ฯ เจ้าเมืองพัทลุงคนต่อมา พระยาวรวุฒิไวย ฯ (น้อย) ได้พำนักอยู่ที่วังเก่าจนถึงอนิจกรรมเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๖ วังเก่าจึงตกเป็นมรดกแก่บุตรชายของท่าน คือหลวงศรีวรวัตร (พิณ จันทโรจวงศ์) หลังจากนั้นก็ตกเป็นมรดกของคุณยายประไพ มุตตามระ บุตรีของหลวงศรีวรวัตร ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของพระยาวรวุฒิไวย ฯ ก่อนจะมอบให้แก่กรมศิลปากร วังใหม่พระยาอภัยบริรักษ์ ฯ (เนตร) เป็นผู้สร้างวังใหม่ ภายหลังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นพระยาอภัยบริรักษ์ ฯ เจ้าเมืองพัทลุง เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๔ วังใหม่สร้างขึ้นด้านหลังวังเก่าทางด้านทิศใต้ติดกับคลองลำปำ จึงมีชาวบ้านเรียกวังใหม่นี้ว่า "วังชายคลอง" หรือ "วังใหม่ชายคลอง" แต่ไม่เป็นที่นิยมเรียกเท่าชื่อ "วังใหม่" ช่วงที่พระยาอภัยบริรักษ์ (เนตร) ปกครองเมืองพัทลุง เป็นช่วงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีนโยบายปฏิรูปการปกครองหัวเมือง จากการปกครองระบบศักดินาแบบเดิมเป็นระบบมณฑลเทศาภิบาล ขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย เป็นการรวมอำนาจการบริหารการปกครองส่วนภูมิภาคขึ้นตรงกับองค์การบริหารส่วนกลาง การปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาค วิธีนี้ จึงเป็นการยกเลิกเจ้าผู้ครองนคร เจ้าเมือง เจ้าประเทศราช โดยปริยาย ปี พ.ศ.๒๔๓๙ โปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งมณฑลนครศรีธรรมราช โดยเอาเมืองนครศรีธรรมราช สงขลาและพัทลุง เข้าเป็นมณฑล ถึงปี พ.ศ.๒๔๔๓ ได้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเจ้าเมืองเป็นผู้ว่าราชการเมืองในระบบใหม่ พระยาอภัยบริรักษ์ (เนตร) จึงเป็นเจ้าเมืองพัทลุงในระบบศักดินาคนสุดท้าย และเป็นผู้ว่าราชการเมืองพัทลุงในระบบใหม่คนแรก เรือพัทลุงภายหลังการปฏิรูปการปกครองเป็นมณฑลนครศรีธรรมราช ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองพัทลุงได้รวมเข้ากับมณฑลนครศรีธรรมราชโดยมีที่ทำการมณฑลอยู่ที่เมืองสงขลา เนื่องจากมณฑลนครศรีธรรมราช เป็นหัวเมืองชายทะเล เพื่อความสะดวกในการติดต่อคมนาคมต่อราชการของมณฑลนครศรีธรรมราช รัฐบาลกลางจึงได้จัดส่งเรือสำหรับใช้ประโยชน์ทางราชการไปประจำที่มณฑลนครศรีธรรมราช จำนวน ๓ ลำ คือเรือขนาดใหญ่ ๑ ลำ ขนาดกลาง ๑ ลำ และขนาดเล็ก ๑ ลำ เรือของทางราชการทั้ง ๓ ลำ ระยะแรกยังไม่มีชื่อที่แน่นอน ต่อเมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลและอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ (พ.ศ.๒๔๕๓-๒๔๖๙) จึงได้มีการขนานนามชื่อเรือทั้ง ๓ ลำ ดังนี้ เรือขนาดใหญ่ชื่อว่า "เรือมณฑลนครศรีธรรมราช" เรือขนาดกลางชื่อว่า "เรือแหล่งพระราม" เรือขนาดเล็ก ชื่อว่า "เรือพัทลุง" เรือพัทลุงใช้ประโยชน์ในทางราชการในทะเลสาบและสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะระหว่างเมืองสงขลากับพัทลุง และใช้เป็นเรือพระที่นั่งขององค์พระประมุขของประเทศอย่างน้อย ๒ ครั้ง คือเป็นเรือรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินี ในปี พ.ศ.๒๔๗๖ เมื่อครั้งเสด็จจากพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงเมืองสงขลา โดยเรือวลาลัย (เรือเมล์ของบริษัทอีสต์เอเชียติด) ทางเมืองสงขลาได้ใช้เรือพัทลุงออกรับเสด็จ จากเรือวลาลัยที่ปากอ่าวสงขลา เสด็จขึ้นฝั่งประทับ ณ ตำบลเขาน้อย ทรงประทับแรมที่สงขลาเดือนเศษ ขณะที่ประทับเมืองสงขลา พระองค์ได้เสด็จทางชลมารคหลายครั้งเพื่อชมทัศนียภาพในทะเลสาบสงขลา โดยใช้เรือพัทลุงเป็นเรือพระที่นั่ง ในปี พ.ศ.๒๕๐๕ ใช้เรือพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปัจจุบันพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครั้งเสด็จเมืองสงขลา ได้ประทับ ณ ตำหนักเขาน้อยและทรงเสด็จเยี่ยมพสกนิกรที่ตั้งบ้านเรือนตามชายฝั่งทะเลสาบสงขลา โดยเรือพัทลุงนำเสด็จในคราวนั้นด้วย สิ่งสำคัญ ๑. วังเก่า ลักษณะเป็นเรือไทยแฝดสามหลัง ติดกันใต้ถุนสูง หลังที่ ๑ และ ๒ ทำเป็นห้องนอน หน้าห้องนอนของหลังที่ ๑ และ ๒ ปล่อยเป็นห้องโถงติดต่อกัน ห้องแม่ทานเป็นห้องที่ ๓ ลักษณะเป็นห้องยาวครอบคลุมพื้นที่แนวห้องโถงหน้าเรือนหลังที่ ๑ และ ๒ ด้วย การที่จะเข้าไปยังห
การแปล กรุณารอสักครู่..
