บ้านท่าสว่าง เดิมชื่อว่า เตรี๊ยะ เป็นภาษาเขมร หมายถึง พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ภาษาไทยเรียกว่า ต้นชาด บรรพบุรุษของชาวบ้านเตี๊ยะ ได้อพยพมาจากบ้าน ระเภาว์ ซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 5 กม. ในปีพ.ศ. 2485 ได้มีการรวมบ้านเตรี๊ยะกับหมู่บ้านอื่นๆใช้ชื่อว่า ตำบลท่าสว่าง คนบ้านท่าสว่างได้ร่วมกันจัดบ้านพักโฮมสเตย์ เพื่อให้นักท่องเที่ยว ได้เยี่ยมชมฝีมือการทอผ้าไหมที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายกับความภาคภูมิใจที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ทอผ้าไหมยกทองโบราณ และการสร้างพัสตราภรณ์ สำหรับการแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละครขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2550 โดยกลุ่มจันทร์โสมา ได้ออกแบบโดยใช้วิธีการปักสะดึงกรึงไหมตามแบบโบราณ มีความพิเศษตรงกระบวนลายที่มีความปราณีงดงามตามแบบศิลปะไทย รวมทั้งใช้สีสันตามระบบการใช้สีในงานศิลปกรรมไทยโบราณที่งดงามยิ่ง เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ นอกจากนี้ชาวบ้านท่าสว่างซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการทอผ้าไหมพื้นเมืองสุรินทร์ ยังคงสืบทอดภูมิปัญญาทอผ้าไหมพื้นเมืองและประยุกต์ลวดลายให้เป็นที่ต้องการของตลาด และรวบรวมผ้าไหมจากแหล่งทอผ้าไหมในจังหวัดสุรินทร์จำหน่ายภายในหมู่บ้านอีกด้วย
คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง อาชีพเสริม ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ ปลูกหม่อน-เลี้ยงไหม และทอผ้าไหม ทำปุ๋ยอินทรีย์ ชุมชนนับถือศาสนาพุทธ