After the marriage. Her husband and parents to stay here another month, editor. The problem that every woman, no matter what the nation faced after the marriage, her husband and mother. We meet the first part of the day Her husband is a family man in the North India. Ruling caste, which is relatively not to eat meat, and whether (the husband to eat everything except meat.) The mother of the husband is never to expect our children to take care of the layout more like the King. Wake up each morning to prepare rice came up to her husband and parents. The food must be served as fani toast or does this maidaina must be food-India. Want all three hours of cooking itself doesn't like to eat outside! Damn, we get less Tan. What WA Just keep the dish washing the breakfast dishes to just now. Remove the vegetables and lay my mother played, we made lunch and then sliced and eaten no layout for each meal, we must do the same and each airbase Roti tool must have a salad. Other rules are broad sections:1. access to non-marketed kitchen, her husband never touch home.2. tea served during meals like fanai 11 a.m. to 4:00 p.m. with their snack.3. fruit is served a plate, ฟก็ need to do better, such as a citrus. Damn it, remove Peel and then send this is not decisive, they hate us more roei must be peeled and lamb is served a plate, and then sort the klip (then we shift how to carve, but not enough time).4. do not eat anything we want to assume that people eat something fast cleaning is in the fridge or in the kitchen. Want to sneak a eat! laeoaya, I saw the layout doesn't look good or not, they will need to interview all the people before that to eat? If the review was ฟ served a plate must be removed.5. not to go out alone. This we do not have? We need to pile up in front of people, but the atmosphere come back from thirai Hotel doors.6. ไม่ให้กลับไปบ้านพ่อแม่เราถ้าไม่จำเป็น เค้าบอกว่าผู้หญิงอินเดียแต่งงานแล้วไม่มีใครกลับไปบ้านอีกถ้าไม่จำเป็น ส่วนเรื่องที่จำเป็นก็เช่นบิดาเสียชีวิต หรือต้องติดต่องานราชการ ขอบอกก่อนนะว่ากฎเหล่านี้เป็นกฎโบราณมาก ๆ ที่คนอินเดียใช้กันในสมัยก่อน เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะมีแล้ว ขึ้นอยู่กับครอบครัวนั้น ๆ7. ห้ามใส่กางเกงหรือกระโปรงสั้นกว่าครึ่งหน้าแข้ง ควรจะยาวกว่าตาตุ่มลงไป8. ห้ามนั่งยืดขาหรือนอนตอนที่พ่อสามีอยู่ในบ้านด้วย9. อื่น ๆ อีกมากมาย ขี้เกียจบรรยายเนื่องจากพื้นฐานนิสัยของเราเป็นคนไม่ชอบให้ใครมาบอกหรือบังคับให้ทำอะไรในสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยหรือคิดว่ามันไม่ยุติธรรม เราก็เลยทำเฉพาะบางอย่างที่ทำได้ แม่สามีก็พูดกรอกหูอยู่ตลอดเวลาว่า เธอไม่ใช่คนไทยแล้วนะยะ จะต้องเป็นภรรยาคนอินเดียเต็มตัว ปรนนิบัติสามีทุกอย่างห้ามขาดห้ามเกิน ให้ใส่ชุดอินเดียด้วยทุกวัน ไอ้เราก็คิด ตูใส่ออกไปข้างนอกวันนั้นคนมองกันตรึม ขนาดหมายังเห่า นี่มันไม่ใช่อินเดียนะเฟ้ย (คิดในใจนะ) เราก็ไม่ใส่ หลายสิ่งหลายอย่างที่เค้าอยากให้เราทำ แต่เราไม่ทำ มันเริ่มมากขึ้น ๆ สะสมจนเริ่มกลายเป็นความแตกต่างที่ต่างคนต่างรับไม่ได้ เราพูดออกมาอย่างสุดทนในวันหนึ่งเกี่ยวกับวัฒนธรรมของอินเดียว่า อย่างนี้ไม่แฟร์นะ อะไร ๆ ก็สะใภ้อินเดีย ๆ อะไรวะ เงินก็เสียให้ (สินสอด แต่เราไม่ได้เสียนะ พูดถถึงทั่วไป) แถมแต่งงานแล้วยังต้องมาเป็นคนรับใช้อีกหรอ (วะ) ทำมัยทำแบบนี้กับผู้หญิง มันไม่ยุติธรรมเลยจริง ๆ คงไม่ต้องบอกว่าอะไรจะตามมา เค้าโมโหเลย จนไม่พูดกับเรา แต่บ่นเป็นภาษาฮินดีแล้วทำหน้าบูดตลอดเวลา ส่วนคุณสามีก็คนกลางจะทำงัยได้ละ เครียด ๆ แต่ดีหน่อยที่อยู่ข้างเราซะส่วนมาก เพราะเค้าเป็นคนหัวสมัยใหม่ ไม่ยึดติด จะเถียงแทนเราตลอด บางทีเดินเข้ามาในครัวจะช่วยเราทำกับข้าว แม่สามีรีบมาเลย เข้ามาว่าเลย สามีห้ามเข้าครัวเข้าใจมั้ย เราก็โมโห บอกเออ งั้นตูเดินออกเอง ทำไปละกัน (คิดในใจ) จริง ๆ ตัวแปรสำคัญก็คือสามีนี่แหละ ว่าจะเข้าใจเราขนาดไหนและอยู่ข้างเราหรือเปล่า อิอิเข้าเดือนที่สองหลังจากพิธีแต่งงาน วันนึง อยู่ดี ๆ ก็ปวดท้องน้อยขึ้นมา จนทนไม่ไหว สามีเลยพาส่งโรงพยาบาล เคยเห็นปะ ในหนัง ตอนนางเอกเข้าโรงพยาบาล ห้องฉุกเฉิน โดยเข็นเตียงอย่างรีบเร่งเข้าไป แล้วมีพระเอกและตัวประกอบอื่น ๆ วิ่งเกาะเตียงข้าง ๆ แล้วส่งเสียงเรียกชื่อ บอกทำใจดี ๆ ไว้นะ.. เฮ้ย ๆ ไม่ถึงขนาดน๊าน แค่ไปยืนรอคิว แล้วมันนาน จนปวดมากรอไม่ได้แล้ว ว่าแล้วก็เดินเข้าห้องฉุกเฉินเลยไม่ฟังใครแล้ว หลังจากหมอตรวจก็บอกว่า ผมมีทั้งข่าวดีและข่าวไม่ดีมาบอก ข่าวดีก็คือคุณตั้งท้องได้หนึ่งเดือนแล้ว ส่วนข่าวไม่ดีก็คือ คุณมีซีสต์ที่รังไข่ข้างขวา ตอนนี้ประมาณเก้าเซนต์ กำลังเป่งเลย ถ้าเกิดแตก อาจจะถึงชีวิต ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจากฮอร์โมนที่สร้างขึ้นมาตอนเราท้อง แล้วถ้าฮอร์โมนมากเกินไป มันจะกลายเป็นถุงน้ำ หรือซีสต์นั่นเอง ถ้ามาจากสาเหตุนี้จริง ๆ ก้อต้องนอนอยู่เฉย ๆ เป็นเวลาสามเดือน แล้วดูว่ามันจะยุบหรือเปล่า ถ้าไม่ยุบก็ต้องผ่าออก (ต้องผ่าลูกออกด้วย) แต่ถ้าไม่อยากรอ ก็ต้องผ่าออกตอนนี้เลย ซึ่งก็หมายความว่าจะต้องยอมเสียลูกเหมือนกัน จะเอายังงัยดีละตอนนั้น ก็เลยตัดสินใจว่า เอาวะยังงัย ๆ ก้อต้องผ่า งั้นรอละกัน เผื่อมันจะยุบ แต่ก็ต้องนอนอย่างเดียวเลยห้ามทำอะไรสามเดือน และช่วงนี้เราก็จะต้องอยู่กับพ่อแม่เค้าด้วยหลังจากนั้นสามเดือนเราก็อยู่แต่บนเตียง ไม่ไปไหน ไม่ได้ทำอะไร พ่อแม่สามีก็อยู่ด้วย เค้าก็เครียด เพราะวัน ๆ ก็อยู่แต่ในบ้าน เดินไปเดินมาในอพาร์ทเม้นท์ มองหน้ากันไปมาทั้งวัน เราก็ยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่เพราะต้องนอนอยู่แต่บนเตียง ดูเค้าเดินบ่นเป็นภาษาฮินดีทั้งวัน จนทนไม่ไหวบอกสามีตรง ๆ ว่าไม่ไหวแล้วนะ สามีเลยจองตั๋วเครื่องบินให้เค้ากลับไป ตอนนั้นแม่เค้าไม่คุยกับเราแล้ว เราก็ไม่คุยกับเค้า หน้ายังไม่มองกัน แต่ตอนที่เค้ากลับไปที่สนามบินสามีขอร้องให้ไปกราบขอโทษเค้า เราก็เลยโอเค เดินไปกราบเค้าคราวนี้ถือว่าเป็นการกล่าวลาที่ดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ สามีเราก็ดี้ดี เป็นคนรักครอบครัวซะจริงจริ้ง พยายามทำให้ทุกคนในครอบครัวมาอยู่รวมกันให้ได้ จบคราวนี้เค้าก็ยังไม่ละความพยายาม มีครั้งต่อไปอีก ไว้ค่อยมาเล่าต่อ
การแปล กรุณารอสักครู่..
