จำได้ว่าในช่วงชั้นมัธยมต้น เมื่อใดที่วันปิยมหาราชเวียนมาถึง บรรดาคุณคร การแปล - จำได้ว่าในช่วงชั้นมัธยมต้น เมื่อใดที่วันปิยมหาราชเวียนมาถึง บรรดาคุณคร อังกฤษ วิธีการพูด

จำได้ว่าในช่วงชั้นมัธยมต้น เมื่อใดท

จำได้ว่าในช่วงชั้นมัธยมต้น เมื่อใดที่วันปิยมหาราชเวียนมาถึง บรรดาคุณครูวิชาสังคมมักตักเตือนให้นักเรียนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ห้าในการยกเลิกระบบไพร่และทาส โดยเน้นว่าเป็นการค่อยๆ ยกเลิกทีละขั้นทีละตอน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มีการเสียเลือดเนื้อ ดังเช่นที่เกิดกับประเทศอเมริกา ซึ่งการเลิกระบบทาสทำให้เกิดสงครามกลางเมือง ผมและเพื่อนๆ ก็ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณมานาน จนกระทั่งได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่ ‘ป่าเถื่อน’ มาก เนื่องจากข้อสมมุติแรกสุดของวิชานี้เริ่มต้นโดยถือว่า มนุษย์ทุกคนเป็น “สัตว์เศรษฐกิจ” ในความหมายว่า การกระทำหรือไม่กระทำการใดๆ นั้นก็เพื่อผลประโยชน์ของเขาเอง ศีลธรรมจึงไม่มีที่ทางในวิชานี้

David Feeny นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยเสนอว่า เราควรจะเข้าใจเรื่องนี้ภายใต้บริบทใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงของยุครัชกาลที่ห้าในสามประเด็นคือ การขยายตัวของการค้าและระบบตลาด, ความขัดแย้งระหว่างกษัตรย์และขุนนางในการควบคุมแรงงาน, และการปฏิรูปเพื่อรวมศูนย์อำนาจรัฐเข้าสู่กรุงเทพฯ

ภายหลังการเซ็นสนธิสัญญาเบาว์ริ่งในปี พ.ศ. 2398 แล้ว การค้าระหว่างประเทศของสยามโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นมาก ในขณะที่เส้นทางเดินเรือกลไฟระหว่างจีนตอนใต้กับสยามทำให้มีแรงงานจีนอพยพเข้าสู่กรุงเทพมหาศาล เนื่องจากมีค่าแรงสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเพิ่มขึ้นของกรรมกรจีนซึ่งเป็นแรงงานรับจ้าง ไม่ใช่แรงงานไพร่ที่ถูกเกณฑ์และบังคับให้ทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน (ซ้ำยังต้องเตรียมเสบียงกรังมาเองสำหรับใช้ในช่วงที่ถูกเกณฑ์ด้วย) ย่อมมีแรงจูงใจที่จะทำงานมากกว่าไพร่

ดังนั้น มันจึงคุ้มค่ากว่าที่ผู้ปกครองจะจ้างกรรมกรจีนให้ทำงานแทนการบังคับใช้แรงงานจากไพร่ ผู้ปกครองจึงเริ่มอนุญาตให้ไพร่จ่ายเงินทดแทนการเกณฑ์แรงงานได้ แต่พวกไพร่ๆ จะไปหาเงินจากไหนมาจ่าย หากระบบเศรษฐกิจการตลาดและการหมุนเวียนของเงินตรายังไม่ขยายตัว คำตอบคือการขยายตัวของการส่งออกข้าวหลังสัญญาเบาว์ริ่ง พูดอีกแบบคือ พวกไพร่เมื่อไม่ต้องถูกบังคับใช้แรงงานแล้วจึงหันไปปลูกข้าวขาย เอาเงินมาจ่ายให้ผู้ปกครองแทนการเกณฑ์แรงงาน ดังเช่นที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 2413 ต้นรัชการที่ 5 ไพร่หลวงต้องจ่ายเงิน 9-12 บาทแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน และลดลงเหลือ 6 บาทต่อปีในช่วง พ.ศ. 2440-2441 ต่อมาจึงยกเลิกระบบการเกณฑ์แรงงานไพร่ หันมาเก็บภาษีรัชชูปการแทน (ภาษีต่อหัวที่สามัญชนทุกคนต้องจ่ายรายปี–poll tax) ในปี 2442 รวมทั้งออกกฎหมายเกณฑ์ทหารในสามปีถัดมา เป็นอันว่าภาษีรัชชูปการและการเกณฑ์ทหารจึงมาแทนการทำงานของระบบไพร่เมื่อร้อยปีเศษมานี่เอง

ส่วนเรื่องการคานอำนาจระหว่างกษัตรย์และขุนนางในการควบคุมแรงงานนั้น การอนุญาตให้จ่ายเงินแทนการใช้แรงงานไพร่ทำให้กษัตริย์ได้ประโยชน์ในขณะที่พวกขุนนางเสียประโยชน์ เพราะเงินที่ได้จากไพร่ไปสู่กษัตริย์มากกว่า ในขณะที่พวกขุนนางก็ไม่สามารถใช้แรงงานและควบคุมไพร่ที่จ่ายเงินได้อีกต่อไป อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ความสามารถในการควบคุมไพร่และทาสของขุนนางนั้น เป็นอำนาจต่อรองทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของขุนนางต่อกษัตริย์สยามมาแต่ไหนแต่ไร การปฏิรูประบบไพร่นี้จึงเป็นการลดทอนอำนาจของขุนนางโดยตรง ซึ่งก็คือหนึ่งในมาตรการปฏิรูปการปกครองของ ร.5 เพื่อรวมศูนย์อำนาจรัฐจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพ และจากขุนนางในกรุงเทพฯ เข้าตัวกษัตริย์เอง

การค่อยๆ ยกเลิกระบบทาสก็เกิดขึ้นในบริบทเดียวกันนี้เอง เช่นเดียวกับไพร่ จำนวนทาสที่อยู่ใต้การควบคุมของขุนนางก็คือฐานอำนาจของขุนนาง ประเด็นหลักของการค่อยๆ ยกเลิกซึ่งกินเวลากว่า 41 ปีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ก็เพื่อที่จะลดแรงต้านทานของพวกขุนนาง อีกเหตุผลหนึ่งที่หนุนส่งให้การค่อยๆ ยกเลิกไม่ถูกต่อต้านจากขุนนางมากนักก็คือ การที่ราคาที่ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุ่งนา มีมูลค่าสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับการเป็นเจ้าของทาส เนื่องจากการเฟื่องฟูของการส่งออกข้าวหลังสัญญาเบาว์ริ่ง

ดังนั้น พวกขุนนางและชนชั้นสูงจึงหันไปพัฒนาที่ดิน หรือถือครองที่ดินเพื่อเก็งกำไร (เช่น การขอสัมปทานขุดคลองรังสิตของตระกูลบุนนาค) แทนที่จะถือครองทาสไว้ในฐานะทรัพย์สินเช่นในอดีต พร้อมๆ กับการที่รัฐสยามก็ค่อยๆ ยอมรับกรรมสิทธิ์ของเอกชนในการถือครองที่ดินมากขึ้น

แม้อาจจจะมองได้ว่า บางมุมของแรงจูงใจในการเลิกทาสนั้น ไม่ใช่เป็นเหตุผลเชิงผลประโยชน์เสียทั้งหมด แต่อาจเป็นเหตุผลเชิงศีลธรรม เช่น การที่รัชกาลที่ 5 เคยให้เหตุผลว่า การบังคับให้เด็กที่เกิดจากทาสต้องตกเป็นทาสด้วยนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเด็กแรกเกิดย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่สมควรที่จะต้องรับกรรมที่ผู้ให้กำเนิดเป็นผู้ก่อไปด้วย (สาเหตุการตกเป็นทาสมีสองเหตุใหญ่คือ จากการขายตัวเองลงเป็นทาสเพื่อชำระหนี้ หรือถูกวาดต้อนมาจากบ้านเมืองอื่น เมื่อเมืองนั้นแพ้สงคราม)

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจแรงจูงใจเชิงศีลธรรมนี้ในภาพกว้างด้วย กล่าวคือ หากสยามต้องการได้รับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตกลับคืน ซึ่งสูญเสียไปเมื่อครั้งเซ็นสัญญาเบาว์ริ่ง สยามมีภาระต้องแก้ระบบกฎหมายภายในประเทศให้เป็น ‘อารยะ’ ในสายตาของตะวันตกเสียก่อน แต่บรรยายกาศขณะนั้น ความเป็นอารยะหมายถึงสังคมที่ปราศจากทาสด้วย แต่กว่าที่ระบบทาสจะหมดสิ้นไปจากสยามในขอบเขตทั่วประเทศก็ล่วงเข้าปี 2458 หรือยุครัชกาลที่ 6 แล้ว และกว่าที่สยามจะได้รับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตกลับคืนมาทั้งหมดก็เมื่อล่วงเข้ายุคคณะราษฎรหลัง พ.ศ. 2475
โดยสรุป แม้ว่าระบบไพร่และทาสที่ถูกกฎหมายจะหมดสิ้นไปจากสยามในรัชกาลที่ 6 แต่กว่าที่ภาษีรัชชูปการ ซึ่งเป็นตัวแทนของความเป็นไพร่ จะถูกกำจัดไปก็หลังปี 2481 เมื่อนายปรีดี พนมยงค์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีการสถาปนาประมวลรัษฎากรขึ้นใช้แทน ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับภาษีอากรทางตรงที่เป็นธรรมแก่สังคม โดยกำหนดให้ผู้มีรายได้มากเสียภาษีมาก ผู้มีรายได้น้อยเสียภาษีน้อย ในโอกาส 80 ปี การปฏิวัติสยาม 24 มิ.ย. 2475 อยากเตือนผู้ลืมเลือนว่า หากไม่มี 2475 เราอาจต้องจ่ายภาษีรัชชูปการอยู่ทุกปีก็ได้
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
Remember that during high school. When the day arrived for circle of piyom Teachers are often those precious student socials to commemorate the reign of divine grace in the fifth cancellation system subjects and slaves. With an emphasis on how to gradually cancel each individual step. This is to prevent bloodshed like that with sites. That the abolition of the system of slavery caused the civil war. Me and friends were grateful for divine grace for a long time until they have studied economics, which is a major ' vandalism ' is very hypothetical because of this Department first initiated by treated all men as "economic animals" in the meaning that an action or any action not only to the interests of his own morality, there is no way in this course.David Feeny Thai economic historian proposed that we should understand this issue under the context of a change of era King Rama the fifth on three issues: The expansion of trade and markets, the conflict between the aristocracy and the making of ra, had to control the labor, and the reform to include a zero power state into Bangkok.After signing the Treaty of baoring in 2398 (1855) of Siam international trade and especially exports of rice have increased. While the steamer route between southern China and Siam, Chinese workers have migrated to Bangkok on a large. Because it has the highest labor costs in Southeast Asia. The rise of the Chinese labourers who are not subjects of labor were forced to work by the rules and did not receive compensation. (Repeat to prepare their own provisions for use in a range that is a criteria) have motivation to work, rather than subjects.Therefore, it is worth more than the parents are employed by Chinese labourers to work on behalf of labor force from the commoners. Parents begin allowing commoners paid substitutes to labor criteria, but they will go where the money from the phrai money. If the market economy system and the circulation of foreign currencies have not expanded. The answer is the expansion of rice exports after the baoring contract. They spent another speaking to forced labor, and then turned to rice. Money paid to the parents instead of labour criteria, as occurred in the early 1990s, the rush to 2413 5 King must pay 9-12 baht, instead of being reduced and labour criteria 6 baht per year during the subsequent 2441-2440 (1897), thus canceling the labor criteria system for commoners turn to ratchupkan instead of tax (tax per head of everyone to pay an annual poll tax –) In the year 2442, including legislation in the next three years, recruits are that tax ratchupkan and conscription, so instead of commoners when hundreds of years coming here.Best results about the making of power between beams ra and the nobility of labor control. To allow a settlement instead of labor spent to get King while they lose money because of the benefits of the nobility from the King to the King more. While the nobility, they were unable to take control and labor spent the money anymore. Do not forget that the lack of ability to control subjects, and of the slaves of the nobility as the political bargaining power, the most important of the nobility against the King of Siam, but nowhere but? This is the King's system reform to reduce the power of the nobility, which is directly one of the measures to reform the rule of ROR 5 to include zero power state from the provinces to Bangkok and from Bangkok to the King of Britain and Ireland.To gradually undo the system of slavery also occurred in the same context, the same number of subjects, such as slaves under the control of the nobility's power base is, nobleman. The main points of the gradually revoked, over 41 years lasted to complete it in order to reduce the resistance of the nobility. Another reason that the support delivered to the effect. Undo was not much opposition from the nobility, was that land prices, especially rice paddies have higher value compared to slave ownership due to the booming of the rice export contracts after baoring.Therefore, they are high class and the aristocracy, it turned to develop land or holding land for speculative (such as requesting a concession to dig canals of Rangsit Bunnag family.) Instead of carrying the slaves as property, as in the past. At the same time, the Government gradually accepted Siam private ownership in land holdings increased. Although some may think the angle of the motivation in the abolition of slavery, it is not the reason-all the benefits, but it may be a complex reason, morality, for example, that King Rama v had reasons that forcing children to become slaves, it is something that is not valid. Because the baby is innocent. Does not deserve to receive the medicine they gave birth as a thug with (there are two reasons why fall is slavery by selling itself as a slave to debt payments, or are drawn from another country hospitality? When the city lost the war)However, it is important to understand this morality-oriented motivation in phapkwang. That is, if the Siamese wants to get back to extraterritoriality, which is lost when you sign a contract baoring. Siam legal system to solve the burden within the country as ' civilized ' in the eyes of the West before, but well, the sokna. A civilized society means free from slavery, but over the system of slavery will go from SIAM in the regions across the country into years of 2458 or Saints reign over 6 and stays will get a return of extraterritoriality to all prior to the era of the people behind 2475 (1932)In summary, although the King's system, and of the slaves that were completely laws will go from SIAM in the reign of the ratchupkan 6 over the tax, but that is a representative of the King to be rid of him after the year 2481 when Mr. Pridi Phonmayong became Minister of finance and revenue has been established, which is used in place of the provisions regarding direct taxation fairer community by requiring a very high tax income. A little less tax income on the occasion of the 80 years of Siamese revolution, who wanted to warn the oblivious 2475 Jun. 24, if there is no tax to pay, we may 2475 ratchupkan every year.
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
จำได้ว่าในช่วงชั้นมัธยมต้น เมื่อใดที่วันปิยมหาราชเวียนมาถึง บรรดาคุณครูวิชาสังคมมักตักเตือนให้นักเรียนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ห้าในการยกเลิกระบบไพร่และทาส โดยเน้นว่าเป็นการค่อยๆ ยกเลิกทีละขั้นทีละตอน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มีการเสียเลือดเนื้อ ดังเช่นที่เกิดกับประเทศอเมริกา ซึ่งการเลิกระบบทาสทำให้เกิดสงครามกลางเมือง ผมและเพื่อนๆ ก็ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณมานาน จนกระทั่งได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่ ‘ป่าเถื่อน’ มาก เนื่องจากข้อสมมุติแรกสุดของวิชานี้เริ่มต้นโดยถือว่า มนุษย์ทุกคนเป็น “สัตว์เศรษฐกิจ” ในความหมายว่า การกระทำหรือไม่กระทำการใดๆ นั้นก็เพื่อผลประโยชน์ของเขาเอง ศีลธรรมจึงไม่มีที่ทางในวิชานี้

David Feeny นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยเสนอว่า เราควรจะเข้าใจเรื่องนี้ภายใต้บริบทใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงของยุครัชกาลที่ห้าในสามประเด็นคือ การขยายตัวของการค้าและระบบตลาด, ความขัดแย้งระหว่างกษัตรย์และขุนนางในการควบคุมแรงงาน, และการปฏิรูปเพื่อรวมศูนย์อำนาจรัฐเข้าสู่กรุงเทพฯ

ภายหลังการเซ็นสนธิสัญญาเบาว์ริ่งในปี พ.ศ. 2398 แล้ว การค้าระหว่างประเทศของสยามโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นมาก ในขณะที่เส้นทางเดินเรือกลไฟระหว่างจีนตอนใต้กับสยามทำให้มีแรงงานจีนอพยพเข้าสู่กรุงเทพมหาศาล เนื่องจากมีค่าแรงสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเพิ่มขึ้นของกรรมกรจีนซึ่งเป็นแรงงานรับจ้าง ไม่ใช่แรงงานไพร่ที่ถูกเกณฑ์และบังคับให้ทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน (ซ้ำยังต้องเตรียมเสบียงกรังมาเองสำหรับใช้ในช่วงที่ถูกเกณฑ์ด้วย) ย่อมมีแรงจูงใจที่จะทำงานมากกว่าไพร่

ดังนั้น มันจึงคุ้มค่ากว่าที่ผู้ปกครองจะจ้างกรรมกรจีนให้ทำงานแทนการบังคับใช้แรงงานจากไพร่ ผู้ปกครองจึงเริ่มอนุญาตให้ไพร่จ่ายเงินทดแทนการเกณฑ์แรงงานได้ แต่พวกไพร่ๆ จะไปหาเงินจากไหนมาจ่าย หากระบบเศรษฐกิจการตลาดและการหมุนเวียนของเงินตรายังไม่ขยายตัว คำตอบคือการขยายตัวของการส่งออกข้าวหลังสัญญาเบาว์ริ่ง พูดอีกแบบคือ พวกไพร่เมื่อไม่ต้องถูกบังคับใช้แรงงานแล้วจึงหันไปปลูกข้าวขาย เอาเงินมาจ่ายให้ผู้ปกครองแทนการเกณฑ์แรงงาน ดังเช่นที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 2413 ต้นรัชการที่ 5 ไพร่หลวงต้องจ่ายเงิน 9-12 บาทแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน และลดลงเหลือ 6 บาทต่อปีในช่วง พ.ศ. 2440-2441 ต่อมาจึงยกเลิกระบบการเกณฑ์แรงงานไพร่ หันมาเก็บภาษีรัชชูปการแทน (ภาษีต่อหัวที่สามัญชนทุกคนต้องจ่ายรายปี–poll tax) ในปี 2442 รวมทั้งออกกฎหมายเกณฑ์ทหารในสามปีถัดมา เป็นอันว่าภาษีรัชชูปการและการเกณฑ์ทหารจึงมาแทนการทำงานของระบบไพร่เมื่อร้อยปีเศษมานี่เอง

ส่วนเรื่องการคานอำนาจระหว่างกษัตรย์และขุนนางในการควบคุมแรงงานนั้น การอนุญาตให้จ่ายเงินแทนการใช้แรงงานไพร่ทำให้กษัตริย์ได้ประโยชน์ในขณะที่พวกขุนนางเสียประโยชน์ เพราะเงินที่ได้จากไพร่ไปสู่กษัตริย์มากกว่า ในขณะที่พวกขุนนางก็ไม่สามารถใช้แรงงานและควบคุมไพร่ที่จ่ายเงินได้อีกต่อไป อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ความสามารถในการควบคุมไพร่และทาสของขุนนางนั้น เป็นอำนาจต่อรองทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของขุนนางต่อกษัตริย์สยามมาแต่ไหนแต่ไร การปฏิรูประบบไพร่นี้จึงเป็นการลดทอนอำนาจของขุนนางโดยตรง ซึ่งก็คือหนึ่งในมาตรการปฏิรูปการปกครองของ ร.5 เพื่อรวมศูนย์อำนาจรัฐจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพ และจากขุนนางในกรุงเทพฯ เข้าตัวกษัตริย์เอง

การค่อยๆ ยกเลิกระบบทาสก็เกิดขึ้นในบริบทเดียวกันนี้เอง เช่นเดียวกับไพร่ จำนวนทาสที่อยู่ใต้การควบคุมของขุนนางก็คือฐานอำนาจของขุนนาง ประเด็นหลักของการค่อยๆ ยกเลิกซึ่งกินเวลากว่า 41 ปีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ก็เพื่อที่จะลดแรงต้านทานของพวกขุนนาง อีกเหตุผลหนึ่งที่หนุนส่งให้การค่อยๆ ยกเลิกไม่ถูกต่อต้านจากขุนนางมากนักก็คือ การที่ราคาที่ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุ่งนา มีมูลค่าสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับการเป็นเจ้าของทาส เนื่องจากการเฟื่องฟูของการส่งออกข้าวหลังสัญญาเบาว์ริ่ง

ดังนั้น พวกขุนนางและชนชั้นสูงจึงหันไปพัฒนาที่ดิน หรือถือครองที่ดินเพื่อเก็งกำไร (เช่น การขอสัมปทานขุดคลองรังสิตของตระกูลบุนนาค) แทนที่จะถือครองทาสไว้ในฐานะทรัพย์สินเช่นในอดีต พร้อมๆ กับการที่รัฐสยามก็ค่อยๆ ยอมรับกรรมสิทธิ์ของเอกชนในการถือครองที่ดินมากขึ้น

แม้อาจจจะมองได้ว่า บางมุมของแรงจูงใจในการเลิกทาสนั้น ไม่ใช่เป็นเหตุผลเชิงผลประโยชน์เสียทั้งหมด แต่อาจเป็นเหตุผลเชิงศีลธรรม เช่น การที่รัชกาลที่ 5 เคยให้เหตุผลว่า การบังคับให้เด็กที่เกิดจากทาสต้องตกเป็นทาสด้วยนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเด็กแรกเกิดย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่สมควรที่จะต้องรับกรรมที่ผู้ให้กำเนิดเป็นผู้ก่อไปด้วย (สาเหตุการตกเป็นทาสมีสองเหตุใหญ่คือ จากการขายตัวเองลงเป็นทาสเพื่อชำระหนี้ หรือถูกวาดต้อนมาจากบ้านเมืองอื่น เมื่อเมืองนั้นแพ้สงคราม)

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจแรงจูงใจเชิงศีลธรรมนี้ในภาพกว้างด้วย กล่าวคือ หากสยามต้องการได้รับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตกลับคืน ซึ่งสูญเสียไปเมื่อครั้งเซ็นสัญญาเบาว์ริ่ง สยามมีภาระต้องแก้ระบบกฎหมายภายในประเทศให้เป็น ‘อารยะ’ ในสายตาของตะวันตกเสียก่อน แต่บรรยายกาศขณะนั้น ความเป็นอารยะหมายถึงสังคมที่ปราศจากทาสด้วย แต่กว่าที่ระบบทาสจะหมดสิ้นไปจากสยามในขอบเขตทั่วประเทศก็ล่วงเข้าปี 2458 หรือยุครัชกาลที่ 6 แล้ว และกว่าที่สยามจะได้รับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตกลับคืนมาทั้งหมดก็เมื่อล่วงเข้ายุคคณะราษฎรหลัง พ.ศ. 2475
โดยสรุป แม้ว่าระบบไพร่และทาสที่ถูกกฎหมายจะหมดสิ้นไปจากสยามในรัชกาลที่ 6 แต่กว่าที่ภาษีรัชชูปการ ซึ่งเป็นตัวแทนของความเป็นไพร่ จะถูกกำจัดไปก็หลังปี 2481 เมื่อนายปรีดี พนมยงค์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีการสถาปนาประมวลรัษฎากรขึ้นใช้แทน ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับภาษีอากรทางตรงที่เป็นธรรมแก่สังคม โดยกำหนดให้ผู้มีรายได้มากเสียภาษีมาก ผู้มีรายได้น้อยเสียภาษีน้อย ในโอกาส 80 ปี การปฏิวัติสยาม 24 มิ.ย. 2475 อยากเตือนผู้ลืมเลือนว่า หากไม่มี 2475 เราอาจต้องจ่ายภาษีรัชชูปการอยู่ทุกปีก็ได้
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
Remember that in the middle school. When Tuesday circulation arrived. The teacher often warn students of social taping of the reign of five to cancel the serfs system and slave, emphasizing that is gradually.In order to prevent bloodshed. As happened with the United States. Which stop slave system caused a civil war, my friends and I would appreciate พระมหากรุณาธิคุณมานาน. Until the school of Economics'barbaric'. Since the earliest assumption of this course begins by treated humans as "economic animal" meaning that actions or take any action. It was for his own personal gain. Morality is no place in this class!
David Feeny economic historians propose that We should understand this in the context of large changes in the reign of five to three ประเด็นคือ. The expansion of trade and market system.The conflict between the king and the nobles in control workers,... And reforms to the state power to Bangkok

later signed the treaty เบาว์ริ่ง in 2002.2398. International trade of the guard, especially rice exports have increased. While the shipping route between South China steamer with Siam makes labor Chinese immigrants into a Bangkok court.The rise of China, which is the labor contract labor Not proletarian workers are forced to work without criteria and compensation. (and even prepare Provisions come for use in the enlisted).
.So it is worth than parents hire workers to work instead of Chinese labor force จากไพร่. Parents began to allow a compensation forced labour, but the people, to หาเงินจากไหน to pay.The answer is the expansion of the export of rice after the contract เบาว์ริ่ง, say one is peasant when don't forced labour and turned to planting rice to sell. Give me the money paid to the parents instead of forced labour.2413 early rush to 5 King's soldiers have to pay 9-12) instead of being a levy, and reduced to 6 per year in B.Prof.2440-2441 later terminated system of forced labour remedies. To poll tax instead. (poll tax that common people all need to pay the yearly - poll tax) in 2442 including legislation drafted in three years later.
.The counterbalance between the kings and nobles in labour control. To allow the pay for labor people make king benefit while nobles lost benefits.While officials are not labor and control a money anymore. Don't forget to be lacking. The ability to control the serfs and slaves of the nobles.A system reform can be lessen the power of the nobility directly. Which is one of the measures to reform the government of R.5 to centralize the power state from the provinces to Bangkok, and from the nobles in Bangkok, exert the king himself

.Gradually abolished slavery also occurred in the same context, this itself as well as the remedies. The number of slaves under the control of the Lords is the power base of nobles, the main issue of gradually canceled, which lasted more than a year to complete. 41Another reason for support to the gradually. Cancel not much resistance from the nobility, is that the price of land, especially farmland. High value much better compared to own slaves.
.So the officials and nobles turned to develop the land. Or land to speculators (such as getting concessions dig Seventh-day of ตระกูลบุนนาค). Instead of holding slaves as property, such as in the past, at the same time.Accept ownership of private land ownership more
.
.Even may look that some corner of motivation in abolitionism. No reason เชิงผล benefits completely broken. But it's moral, as king 5 used to argue that
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: