ความยุติธรรมนั้นเมื่อเราแยกจากหมวดหมู่ของคำก็จะรู้ว่า คำว่าความยุติธรร การแปล - ความยุติธรรมนั้นเมื่อเราแยกจากหมวดหมู่ของคำก็จะรู้ว่า คำว่าความยุติธรร อังกฤษ วิธีการพูด

ความยุติธรรมนั้นเมื่อเราแยกจากหมวดห

ความยุติธรรมนั้นเมื่อเราแยกจากหมวดหมู่ของคำก็จะรู้ว่า คำว่าความยุติธรรมนั้นเป็นนามธรรม คือไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ “ความยุติธรรมตามธรรมชาติ” หรือกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาตินั้นมีอยู่จริง มันคือกฎเกณฑ์ วิถีทาง ปรากฏการณ์ที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ แต่ในสังคมของมนุษย์กลับมีการสร้าง “ความยุติธรรมตามกฎหมาย” เพื่อเป็นเครื่องมือของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขซับซ้อน เพื่อไปสู่ข้อยุติของปัญหาต่าง ๆ ข้อแตกต่างของความยุติธรรมตามธรรมชาติกับความยุติธรรมตามกฎหมายคือ ความยุติธรรมตามธรรมชาตินั้นมีความเท่าเทียมกันทั่วโลก (แท้จริงแล้วเท่าเทียมกันทั่วทั้งจักรวาล) ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ตกทางทิศตะวันตก สายน้ำไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ เป็นต้น ความจริงเหล่านี้คือความยุติธรรม ไม่เคยมีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีการเลือกชนชาติ ไม่มีการเลือกเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าจะเกิดพายุ เกิดสึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินถล่ม ภูเขาไฟระเบิด ปรากฏการณ์เหล่านี้มนุษย์เราสัมผัสรับรู้ได้ มันเป็นไปตามธรรมะ เป็นไปตามธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุลตามที่ควรจะเป็น แต่ความยุติธรรมตามกฎหมายที่มนุษย์เป็นผู้กำหนดขึ้นเองนั้นกลับเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทุกคนจะสัมผัสรับรู้ได้ กลายเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะว่าจิตใจ (mental) ของคนแต่ละคนยอมรับกฎหมายได้ไม่เท่ากันเมื่อกล่าวถึงความยุติธรรมนั้น มีนักคิดนักปรัชญาหลายคนที่กล่าวถึงความหมายของความยุติธรรมเอาไว้ตามกรอบแนวคิดและมุมมองของแต่ละคน ซึ่งอาจหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้ดังต่อไปนี้

ปีธากอรัส นักปรัชญาชาวกรีกได้กล่าวถึงความยุติธรรมไว้ว่า “ความยุติธรรม คือ จำนวนที่คูณตัวมันเอง หรือกำลังสอง เพราะกำลังสองเป็นเลขจำนวนที่สมดุลที่สุด เนื่องจากประกอบขึ้นเป็นส่วนประกอบเท่าๆ กัน ทุกส่วน ดังนั้น เมื่อความยุติธรรมเป็นจำนวนยกกำลังสองเพราะเหตุว่าทุกส่วนเท่ากัน รัฐที่ยุติธรรมจึงต้องเป็นรัฐที่ทุกส่วนเท่ากันหรือเสมอภาคกัน"

โธมัส ฮ็อบส์ กล่าวว่า “ในสภาวะธรรมชาติซึ่งปราศจากรัฐบาลนั้น ไม่มีเกณฑ์ที่จะตัดสินว่าอะไรคือความยุติธรรมหรือยุติธรรม อะไรผิดอะไรถูก พฤติกรรมของมนุษย์ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้น ความยุติธรรมหรืออยุติธรรมจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีข้อตกลงหรือสัญญากันแล้ว ผลของการทำสัญญาประชาคมเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอำนาจร่วมเมื่อมีอำนาจร่วมก็มีกฎหมาย กฎหมายจึงเป็นคำสั่งขององค์อธิปัตย์ ซึ่งกำหนดขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ทุกคนปฏิบัติตามสัญญา ผู้ละเมิดกฎหมายจึงเป็นผู้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาซึ่งความอยุติธรรมก็เกิดขึ้น และความหมายของคำว่าอยุติธรรมก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการไม่ปฏิบัติตามสัญญา สำหรับความยุติธรรมนั้นก็คือสิ่งที่ไม่อยุติธรรมนั่นเอง”

เพลโต มีทรรศนะเกี่ยวกับความยุติธรรมซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือ The Republic ว่าความยุติธรรมไม่ได้มีความหมายแคบๆ ว่า “ความเที่ยงธรรม หรือการไม่ลำเอียงตามความเข้าใจทั่วไปเมื่อเอ่ยถึงคำว่ายุติธรรม แต่หมายถึงสิ่งที่เป็น “สัมมาร่วม” ที่จะบันดาลความสุขให้กับคนและรัฐ”

อริสโตเติ้ล ปราชญ์ชาวกรีกผู้ได้รับสมัญญานามว่าเป็นบิดาแห่งรัฐสาสตร์ได้อธิบายถึงความยุติธรรมว่า “สิ่งที่ประเสริฐในบรรยากาศการเมืองคือความยุติธรรมและความยุติธรรมประกอบขึ้นในสิ่งที่มีแนวโน้มที่จะส่งเสริมผลประโยชน์ร่วม” ความยุติธรรมเกี่ยวพันกับองค์ประกอบสองประการคือ สิ่งที่กำหนดให้และบุคคลซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเจ้าของสิ่งที่กำหนดให้นั้น ความยุติธรรมจะบังเกิดขึ้นเมื่อบุคคลที่มีความเท่าเทียมกันได้รับสิ่งที่กำหนดให้แบบเดียวกัน

ในทำนองเดียวกันอริสโตเติ้ลเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและอยุติธรรม หากว่าสองคนมีคุณสมบัติเท่ากันอยู่เพียงประการเดียว แต่ได้รับส่วนแบ่งหรือสิ่งที่กำหนดให้มากกว่าในทุก ๆ สิ่ง ความยุติธรรมคือที่รวมของคุณธรรมหลายประการ (ทั้งคุณธรรมแห่งศีลธรรมและคุณธรรมแห่งความรู้) และกลมกลืนระหว่างคุณธรรมนานาประการนั้นทำให้ความดีในรัฐที่ปรากฏขึ้นได้ อริสโตเติ้ลเชื่อว่าความยุติธรรมคือคุณธรรมที่สมบูรณ์แม้จะไม่ใช่สูงสุด และอาจแบ่งความยุติธรรมออกเป็น 2 ลักษณะคือ

1. Justita distibuta และ

2. Justita mommutativa

ความยุติธรรมในการแลกเปลี่ยนทดแทนนั้น ขึ้นอยู่กับความยุติธรรมในแง่การแบ่งสันปันส่วน กล่าวคือ เราต้องรู้เสียก่อนว่าอันไหนเป็นส่วนของใคร เมื่อรู้เช่นนี้แล้วใครไปล่วงเกินเบียดเบียนส่วนของเขาไปทำลายหรือทำให้ส่วนของเขาเสียไป ก็ได้ชื่อว่าทำผิด และเพื่อให้เกิดความยุติธรรมก็จะทดแทนส่วนที่เสียไปของเขาให้กลับคืนดังเดิม ความยุติธรรมในการทดแทนจึงมีขึ้นเพื่อสนับสนุนรักษาความยุติธรรมการแบ่งสันปันส่วน
คำพิพากษา คือ การนำหลักกฎหมายที่บัญญัติไว้ มาปรับใช้กับเรื่องราวที่เกิดข้อโต้แย้งขึ้นระหว่างคนในสังคม ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษา เป็นเรื่องราวของคนในสังคม ที่เกิดขึ้นจริง และมีการต่อสู้คดีกันในข้อกฎหมายซึ่งพิจารณาและพิพากษาคดี มาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ก่อนที่คำพิพากษาเรื่องหนึ่งจะออกมาได้นั้น ก็ผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน ดังนั้น คำพิพากษาจึงเป็นงานเขียนที่ใช้ถ้อยคำสละสลวย กระชับ ตรงประเด็น ได้ใจความ เหมาะแก่การนำมาศึกษาเพื่อฝึกการนำกฎหมายที่มีอยู่ มาปรับใช้กับข้อเท็จจริงในคำพิพากษาเรื่องหนึ่ง นั้น จะมีประเด็นข้อกฎหมาย ตามที่คู่ความโต้แย้งขึ้นมาอาจยังมีข้อกฎหมายอีกหลายข้อ ที่ศาลไม่ได้วินิจฉัยเพราะไม่มีใครขอให้วินิจฉัยเพราะฉะนั้นคำติดสินของศาลจะต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรม

0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
Justice, when we exclude from the category of the word, they will know that justice was a abstraction is not. The match may not be a "natural justice" or the physical rules of nature rules path it is. The phenomenon exists in the nature of human society, but in the back there was creating a "justice under the law" as a tool of the human being with complex conditions to go to resolution of the issues of difference, justice in accordance with the rules of natural justice to hom.Yakhue natural justice is equal all over the world (in fact equally throughout the universe). The sun rise in the East Sunset West Water flows from high to low, etc. The truth is, they have never had justice discrimination. No nation has been selected. Religion has not been selected, whether storm. Tsunami floods, landslides The volcano blow these people experience the phenomenon. It is based on the Dharma is based on this natural balance as expected, but justice law that human beings are a custom that's non-sense perception everybody has become a sensitive subject because of the mind (mental) of each person who accepted the law did not equal when it comes to justice. There are many philosopher of philosophy that discusses the meaning of Justice. According to the framework, and each person's perspective. This might be considered a handful raised as follows: ปีธากอรัส นักปรัชญาชาวกรีกได้กล่าวถึงความยุติธรรมไว้ว่า “ความยุติธรรม คือ จำนวนที่คูณตัวมันเอง หรือกำลังสอง เพราะกำลังสองเป็นเลขจำนวนที่สมดุลที่สุด เนื่องจากประกอบขึ้นเป็นส่วนประกอบเท่าๆ กัน ทุกส่วน ดังนั้น เมื่อความยุติธรรมเป็นจำนวนยกกำลังสองเพราะเหตุว่าทุกส่วนเท่ากัน รัฐที่ยุติธรรมจึงต้องเป็นรัฐที่ทุกส่วนเท่ากันหรือเสมอภาคกัน" โธมัส ฮ็อบส์ กล่าวว่า “ในสภาวะธรรมชาติซึ่งปราศจากรัฐบาลนั้น ไม่มีเกณฑ์ที่จะตัดสินว่าอะไรคือความยุติธรรมหรือยุติธรรม อะไรผิดอะไรถูก พฤติกรรมของมนุษย์ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้น ความยุติธรรมหรืออยุติธรรมจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีข้อตกลงหรือสัญญากันแล้ว ผลของการทำสัญญาประชาคมเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอำนาจร่วมเมื่อมีอำนาจร่วมก็มีกฎหมาย กฎหมายจึงเป็นคำสั่งขององค์อธิปัตย์ ซึ่งกำหนดขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ทุกคนปฏิบัติตามสัญญา ผู้ละเมิดกฎหมายจึงเป็นผู้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาซึ่งความอยุติธรรมก็เกิดขึ้น และความหมายของคำว่าอยุติธรรมก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการไม่ปฏิบัติตามสัญญา สำหรับความยุติธรรมนั้นก็คือสิ่งที่ไม่อยุติธรรมนั่นเอง” เพลโต มีทรรศนะเกี่ยวกับความยุติธรรมซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือ The Republic ว่าความยุติธรรมไม่ได้มีความหมายแคบๆ ว่า “ความเที่ยงธรรม หรือการไม่ลำเอียงตามความเข้าใจทั่วไปเมื่อเอ่ยถึงคำว่ายุติธรรม แต่หมายถึงสิ่งที่เป็น “สัมมาร่วม” ที่จะบันดาลความสุขให้กับคนและรัฐ” อริสโตเติ้ล ปราชญ์ชาวกรีกผู้ได้รับสมัญญานามว่าเป็นบิดาแห่งรัฐสาสตร์ได้อธิบายถึงความยุติธรรมว่า “สิ่งที่ประเสริฐในบรรยากาศการเมืองคือความยุติธรรมและความยุติธรรมประกอบขึ้นในสิ่งที่มีแนวโน้มที่จะส่งเสริมผลประโยชน์ร่วม” ความยุติธรรมเกี่ยวพันกับองค์ประกอบสองประการคือ สิ่งที่กำหนดให้และบุคคลซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเจ้าของสิ่งที่กำหนดให้นั้น ความยุติธรรมจะบังเกิดขึ้นเมื่อบุคคลที่มีความเท่าเทียมกันได้รับสิ่งที่กำหนดให้แบบเดียวกัน
ในทำนองเดียวกันอริสโตเติ้ลเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและอยุติธรรม หากว่าสองคนมีคุณสมบัติเท่ากันอยู่เพียงประการเดียว แต่ได้รับส่วนแบ่งหรือสิ่งที่กำหนดให้มากกว่าในทุก ๆ สิ่ง ความยุติธรรมคือที่รวมของคุณธรรมหลายประการ (ทั้งคุณธรรมแห่งศีลธรรมและคุณธรรมแห่งความรู้) และกลมกลืนระหว่างคุณธรรมนานาประการนั้นทำให้ความดีในรัฐที่ปรากฏขึ้นได้ อริสโตเติ้ลเชื่อว่าความยุติธรรมคือคุณธรรมที่สมบูรณ์แม้จะไม่ใช่สูงสุด และอาจแบ่งความยุติธรรมออกเป็น 2 ลักษณะคือ

1. Justita distibuta และ

2. Justita mommutativa

ความยุติธรรมในการแลกเปลี่ยนทดแทนนั้น ขึ้นอยู่กับความยุติธรรมในแง่การแบ่งสันปันส่วน กล่าวคือ เราต้องรู้เสียก่อนว่าอันไหนเป็นส่วนของใคร เมื่อรู้เช่นนี้แล้วใครไปล่วงเกินเบียดเบียนส่วนของเขาไปทำลายหรือทำให้ส่วนของเขาเสียไป ก็ได้ชื่อว่าทำผิด และเพื่อให้เกิดความยุติธรรมก็จะทดแทนส่วนที่เสียไปของเขาให้กลับคืนดังเดิม ความยุติธรรมในการทดแทนจึงมีขึ้นเพื่อสนับสนุนรักษาความยุติธรรมการแบ่งสันปันส่วน
คำพิพากษา คือ การนำหลักกฎหมายที่บัญญัติไว้ มาปรับใช้กับเรื่องราวที่เกิดข้อโต้แย้งขึ้นระหว่างคนในสังคม ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษา เป็นเรื่องราวของคนในสังคม ที่เกิดขึ้นจริง และมีการต่อสู้คดีกันในข้อกฎหมายซึ่งพิจารณาและพิพากษาคดี มาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ก่อนที่คำพิพากษาเรื่องหนึ่งจะออกมาได้นั้น ก็ผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน ดังนั้น คำพิพากษาจึงเป็นงานเขียนที่ใช้ถ้อยคำสละสลวย กระชับ ตรงประเด็น ได้ใจความ เหมาะแก่การนำมาศึกษาเพื่อฝึกการนำกฎหมายที่มีอยู่ มาปรับใช้กับข้อเท็จจริงในคำพิพากษาเรื่องหนึ่ง นั้น จะมีประเด็นข้อกฎหมาย ตามที่คู่ความโต้แย้งขึ้นมาอาจยังมีข้อกฎหมายอีกหลายข้อ ที่ศาลไม่ได้วินิจฉัยเพราะไม่มีใครขอให้วินิจฉัยเพราะฉะนั้นคำติดสินของศาลจะต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรม

การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
Justice is when we separate category of words I know. Justice is an abstract word The intangible Visionary "Natural justice" or law of nature that exist. It is the way the rules are already in natural phenomena. But in the back of the building. "Legal justice" to a man filled with complex conditions. To settle the issue of the difference between natural justice and legal justice is. Natural justice and equality around the world. (Indeed, equally throughout the universe), the sun rises in the east. West Water flows from high to low so that these truths is justice. Never discrimination No racism selection No selection races Whether due to the storm, tsunami, floods, landslides, volcanic eruptions. Humans are exposed to these phenomena perceived. It follows the Dharma A naturally However, to achieve balanced as it should be. But legal justice to people who set themselves up to be something that not everyone will recognize touch. A delicate matter Because the mind (mental) of each legal recognition is not the same when it comes to justice there. Many philosophers have thought that the meaning of justice took the concept and perspective of each person. This may have raised the following year Pythagoras. Greek philosophers had said that the fair. "Justice is the number multiplied by itself or two because they are two of a number of the most balanced. Due to constitute a component equal parts, so when a justice squared reason that all parts are equal. The state fair is a state where all are equal, or equally, " Thomas Hobbs said: "In natural conditions, which deprived the government. No criteria to judge what is fair or unfair. What was wrong? Human behavior based on the needs of each individual, thus justice or injustice, it is what happens after a deal or contract it. The results of the social contract is something that contributes to power on a power-sharing is legal. The law is the order of sovereignty Bay. Which is set up so that every human being immaterial. The violation was in breach of contract by which injustice was happening. And the definition of injustice is nothing more than the non-compliance with the agreement. For justice, it is not fair enough, " Plato. A vision of justice, which appeared in The Republic that justice does not significantly narrow the "fairness. Biased or not, as a general understanding of the word justice is mentioned. But what it means to be "gained a share" to inspire joy to the people and the state, " Aristotle's. Greek philosopher who has been called the father of Smayya state exams explains justice. "The atmosphere is good in politics is justice, and justice is made ​​up of what are likely to promote the interests of" justice involves two main elements. What the owner and the person who is defined as something given to them. The fair will take place when individuals are equally get the same thing in the same way Aristotle saw it as something wrong and injustice. If two people are equal under the sole. But to get a share or more in any given what justice is a combination of many virtues. (Both of moral virtue and morality of knowledge) and numerous virtues that make a good harmony between the states appear. Aristotle believed that justice is perfect, though not the highest virtue. And justice may be divided into two types: 1. Justita distibuta and 2. Justita mommutativa justice in exchange for the replacement. Based on justice in terms of the proportion that is to say we need to know beforehand which ones are part of it. Upon learning this, the tyrant who oppressed his part to break away or make them part of it. I was wrong And to be fair, it will replace the broken his back to the original. Justice in succession, it is meant to support justice allotment Fiat is adopting the provisions of the law. The story was adapted for use with an argument between people in society. Facts judgment It is the story of people in society Actual And litigation in which the law and justice. In addition, for a long time before a final judgment is issued to that one. Audited several steps, so the judgment is written using euphemisms tighten to the point concise suitable for students to practice applying existing laws. Apply to the facts in the judgment, one that will have legal issues. According to the parties, the dispute may also have other legal restrictions. The court has ruled, because no one asks therefore the decision of the court decisions will be based on justice.


















การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
ไม่เคยมีการเลือกปฏิบัติไม่มีการเลือกชนชาติไม่มีการเลือกเผ่าพันธุ์ไม่ว่าจะเกิดพายุเกิดสึนามิน้ำท่วมแผ่นดินถล่มภูเขาไฟระเบิดปรากฏการณ์เหล่านี้มนุษย์เราสัมผัสรับรู้ได้มันเป็นไปตามธรรมะJustice when we separate from the categories of words to know. The word justice is abstract, is invisible, intangible "natural justice". Or the rules of nature exists, it is the law ways.Natural justice is equality around the world. (indeed, equal across the universe). The sun rises in the East. In the west, stream flow from high to low.But in human society is to create a "justice according to the law." As a tool of human beings is filled with complex condition. To the settlement of various problemsIn order to achieve balance as it should be. But justice by law human who can set up there are things that not everyone will touch perception. A delicate, because the mind (mental).There are many thinkers, philosophers discussed the meaning of justice by the conceptual framework and the perspective of each person. Which may be raised to consider the following
.
.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: