ยน. 10:1
เราบอกความจริงแก่ท่านว่า
ผู้ที่มิได้เข้าไปในคอกแกะทางประตู แต่เข้าไปทางอื่นนั้นเป็นขโ
มยและโจร
ถอดรหัส ยน.10:1
มนุษย์แห่งโลกเสรีทั้งหลายจักต้องรู้ว่า.....
1.จิตวิญญาณของพวกเธอแต่ละคนนั้น เราเปรียบเสมือนเป็นดั่งลูกแกะ ที่คอกแกะซึ่งตัวตนแก่นแท้ในการเป็นมนุษย์ของเธอดำรงอยู่ก็คือ "ต่อมไร้ท่อพิทูอิทารี่"
2.ต่อมพิทูอิทารี เป็นต่อมไร้ท่อในกระโหลกศีรษะของเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์ อันเป็นต่อมไร้ท่อต่อมสุดท้าย ที่จิตมนุษย์ของเธอจักต้องเข้าถึงการสั่นสะเทือนด้านบวกสูงสุดของต่อมนี้ให้จงได้ เพราะต่อมไร้ท่อพิทูอิทารี่นี้เป็นกลไกสุดท้ายที่จะทำให้มีการสั่นสะเทือนร่วมกันของจิตวิญญาณแก่นแท้ กับการสั่นสะเทือนของจิตหยาบและกายหยาบของเธอแต่ละคนได้
หมายความว่า การสั่นสะเทือนเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างจิตหยาบ กายหยาบ และจิตวิญญาณผู้เป็นตัวตนแก่นแท้ของเธอนั้น จะเกิดขึ้นมาได้ เธอก็ต้องกระทำผ่านช่องทางนี้เท่านั้น ซึ่งพวกเธอทุกคนจักต้องเข้าถึงการสั่นสะเทือนร่วมกันดังว่านี้ให้จงได้ โดยเธอจักต้องยกระดับการสั่นสะเทือนของจิตหยาบหรือจิตมนุษย์ของเธอ ให้เสมอกันกับแรงสั่นสะเทือนของจิตวิญญาณเธอเองในชีวิตประจำวันเท่านั้น
3.เราจึงเปรียบ "จิตหยาบ" ของพวกเธอไว้ว่าเป็นดั่ง "ลูกแกะ" ที่หลงฝูง เนื่องจากพวกเธอจำนวนมากบนโลกเสรีนี้ ดำเนินชีวิตกันด้วยจิตหยาบ จนลืมไปว่าตนเองนั้นมีจิตวิญญาณเร้นอยู่ข้างใน โดยไม่รู้ว่าจิตหยาบของเธอนั้นมีหน้าที่จะต้องเข้าถึงจิตวิญญาณแก่นแท้ของตัวเองกันให้ได้ อันเปรียบเสมือนการกลับมาเข้าคอกนั่นเอง
มนุษย์คนใด ที่ใช้จิตหยาบดำเนินชีวิต เช่น ใช้กิเลสตัณหาราคะและอุปาทาน ขับเคลื่อนพฤติกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน โดยปฏิเสธการมีจิตวิญญาณของตนนี่แหละที่เราเคยกล่าวเปรียบไว้เสมือนว่า พวกเขา คือ "ลูกแกะที่พลัดหลง" ซึ่งเราเคยให้สัจจะสัญญาว่า เราจะกลับมาต้อนบรรดาลูกแกะที่หลงฝูงทั้งหลายเหล่านี้ ให้กลับไปเข้าฝูงเข้าพวกเพื่อกลับเข้าคอกของตนให้ทัน เมื่อถึงกาลพระบิดาทรงชำระโลกก่อนวันสิ้นยุค
เพราะผู้ใดจะย้อนคืนกลับสู่สวรรค์อันเป็นนิรันดร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองได้ ในสภาวะแห่งการหลุดพ้นของจิตนั้น จิตหยาบกับจิตวิญญาณ จะต้องสั่นสะเทือนเป็นความถี่ด้านบวกสูงสุดที่เป็นความถี่เดียวกันได้อย่างสมบูรณ์
แล้วเท่านั้น
เนื่องจากผู้ที่เข้าถึงซึ่งการเป็นหนึ่งเดียวกันของสองจิตนี้ได้ จะไม่ก่อกรรมใหม่และจะสามารถแก้ไขกรรมเก่าของตนที่สั่งสมมาจากอดีต ในชีวิตประจำวันของตนได้หมดจดอย่างสิ้นเชิงนั่นเอง
4.พวกเธอทั้งหลายจึงต้องรู้ว่า กลไกแห่งผัสสะภายนอกที่พวกเธอเรียกว่า อายตนะภายนอกทั้งห้านั้น เราเปรียบไว้เสมือนเป็นดั่ง "บานหน้าต่างทั้ง 5" ของจิตเธอ ส่วนตัวจิตหยาบเองนั้นก็จะเป็นทั้งอายตนะภายในซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งหน้าต่างบานในด้วยและเป็นประตูบานใหญ่ด้วยในขณะเดียวกัน
ประตูบานนี้แหละที่จิตหยาบของเธอซึ่งเปรียบได้ดั่งลูกแกะจะสามารถใช้ผ่านเพื่อการเข้าคอก อันหมายถึงการเข้าถึงต่อมไร้ท่อพิทูอิทารีซึ่งเป็นที่สถิตย์ประทับอยู่ของจิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้ของเธอนั่นเอง
5.พวกเธอเคยเรียนรู้มาบ้างแล้วว่า บานหน้าต่างทั้งห้า คือ ช่องทางแห่งการสัมผัสรู้ดูเห็นสรรพสิ่งใดๆรายรอบเครื่องยนต์แห่งกรรมของเธอของจิตหยาบ ซึ่งมันจะทำหน้าที่เป็นดั่งหน้าต่างบานใหญ่ด้วยและทำหน้าที่เป็นประตูของจิตหยาบที่จะเข้าถึงจิตวิญญาณของตนเองด้วย
โดยเมื่อ ตา หู จมูก ลิ้น และกายสัมผัสของเธอ มีการสัมผัสเข้ากับ รูป รส กลิ่น เสียง ภายนอกและเรื่องราวหรือสถานการณ์ใดๆก็ตาม คลื่นสัญญาณแห่งการสัมผัสที่เกิดขึ้นตรงหน้าต่างทั้งห้าบานนั้น มันจะถูกถ่ายทอดต่อไปยังหน้าต่างบานในก็คือ "จิตหยาบ" ทั้งสิ้น
จุดศูนย์รวมของการสัมผัสตรงนี้ มนุษย์เรียกว่า "ตาที่สาม" อันหมายถึง ต่อมไร้ท่อไพเนียลแกลนด์ (Pineal Gland) ซึ่งตั้งอยู่ในกระโหลกศีรษะ หากมองตรงด้านหน้ามันจะตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางของใบหน้า เหนือหว่างคิ้วขึ้นไปเล็กน้อยนั่นแหละ
จิตหยาบของเธอทั้งหลายที่เป็นมนุษย์ ที่เปรียบได้ดั่งลูกแกะนอกคอกหรือพลัดหลงก็คือ จิตหยาบหรือแกะที่ไม่ใส่ใจในคอกของตัวเอง วันๆได้แต่เที่ยวเตร่เร่ร่อนไปเรื่อยๆผ่านบานหน้าต่างทั้งห้า สนุกบ้าง ทุกข์บ้างไปวันๆ จิตจึงไปหลงยึดติดอยู่กับมายาทางโลกแบบว่า.....นี่ของมัน นั่นของกู จนเป็นที่มาของการรับรู้แล้วมีการรับเอาเกิดขึ้น
ตัวชี้วัดการรับเอาของพวกเธอ คือ โลภะ โทสะ โมหะ และอุปาทาน ที่รวมเรียกว่า กิเลสตัณหานั่นแหละนะ
6.พวกเธอจะต้องรู้ว่า จิตหยาบ คือ ลูกแกะที่พลัดหลงฝูงนั้น หมายถึง พวกลูกแกะที่ไม่ยอมกลับเข้าคอกเพราะมัวแต่หลงเพลิดเพลินอยู่กับมายาแห่งโลกียะ จนหลงผิดยึดติดเพราะคิดว่ามีตัวกูของกู ตัวมันของมัน ตัวกูของมัน ตัวมันของกู หรือ ทั้งตัวมันตัวกูไม่รู้เป็นของใคร เป็นต้น ทั้งๆที่แท้จริงแล้ว พวกเธอเมื่อมีการรับรู้เกิดขึ้นตรงจิตหยาบหรือตาที่สามนี่แล้ว สิ่งที่ต้องทำขั้นต่อไปก็คือ การเข้าคอกของลูกแกะคือจิตหยาบ โดยเธอจะต้องสั่นสะเทือนจิตหยาบด้านบวกในทันทีที่สัมผัสรู้ดูเห็น ให้เกิดเป็นความรักแบบต่างๆ ที่พึงหยิบยื่นให้แก่สิ่งที่เธอกำลังรับรู้อยู่นั้นให้จงได้ จากนั้นเธอจักต้องสั่นสะเทือนสมองตนเองเพื่อให้เกิดปัญญาแล้วนำปัญญาที่ได้นั้นมา "เรียนรู้ด้วยการขบคิด" เพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องก่อนว่า ที่สัมผัสรู้ดูเห็นอยู่นั้นมันคือ "อะไร" มันเป็น "อะไร" และ ทำไม อย่างไร เป็นต้น
7.คลื่นความรักกับความสุขสงบของจิตหยาบนั้น มันเป็นคลื่นความถี่ด้านบวกชนิดเดียวกัน ในขณะที่จิตเธอกำลังสั่นสะเทือนด้านบวกสูงสุดในหมวดความรักได้แล้วและเธอก็กำลังใช้คลื่นจิตนั้นสั่นสะเทือนทางปัญญาของสมองเพื่อคิดรู้เพื่อเรียนรู้สิ่งนั้นอยู่ คลื่นการคิดรู้ของจิตหยาบของเธอนี้มันจะไปกระตุ้นให้จิตวิญญาณตรงต่อมพิทูอิทารี่ที่พร้อมจะสั่นสะเทือนตนเองด้านบวกรออยู่แล้ว เกิดการสั่นสะเทือนตามเพื่อการรับรู้แล้วรับเอาเพื่อทำการ "ตอบสนอง" สิ่งเร้าภายนอก ที่เธอสัมผัสรู้ดูเห็นจนเกิดการเรียนรู้ตามกระบวนการขั้นตอนที่ว่ามาด้วยจิตหยาบ หรือลูกแกะในบั้นปลาย
กระบวนการทางจิตกับกายที่เรากล่าวต่อเธอมาพอสังเขปนี้ เพี