ดาราอั้ง (ปะหล่อง)ปะหล่องเป็นชนเผ่าที่อพยพมาจากพม่า เข้าสู่ไทยเมื่อประ การแปล - ดาราอั้ง (ปะหล่อง)ปะหล่องเป็นชนเผ่าที่อพยพมาจากพม่า เข้าสู่ไทยเมื่อประ อังกฤษ วิธีการพูด

ดาราอั้ง (ปะหล่อง)ปะหล่องเป็นชนเผ่า

ดาราอั้ง (ปะหล่อง)
ปะหล่องเป็นชนเผ่าที่อพยพมาจากพม่า เข้าสู่ไทยเมื่อประมาณปี ๒๕๑๑ เรียกตัวเองว่า " ดาระอัง" (Da - ang , Ra – ang , Ta - ang) คำว่า "ปะหล่อง" เป็นภาษาไทยใหญ่ซึ่งใช้เรียกชนกลุ่มนี้ นอกจากนั้นยังมีคำเรียกที่แตกต่างกันออกไปอีก เช่น ชาวพม่าเรียกปะหล่องว่า " ปะลวง"(Palaung) และไทยใหญ่บางกลุ่มก็ใช้คำว่า "คุณลอย" (Kunloi) ซึ่งมีความหมายว่า คนดอย หรือคนภูเขา แทนคำว่าปะหล่อง

เอกสารทางประวัติศาสตร์หลายฉบับกล่าวถึงชาวปะหล่องว่าเป็นพลเมืองกลุ่มหนึ่งภายใต้การปกครองของนครรัฐแสนหวีหนึ่งใน๙นครรัฐของอาณาจักรไตมาว ซึ่งเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ของชนชาติไตครั้งพุทธศักราช๑๒๐๐โดยมีศูนย์กลางของอาณาจักรในขณะนั้นอยู่บริเวณเมืองแสนหวีในรัฐฉานประเทศพม่า ( รายงานฉบับนี้ กล่าวว่าประหล่องมีฐานเดิมอยู่ในโกสัมพีซึ่งก็เป็นข้อมูลที่ตรงกันเพราะ คำว่า โกสัมพีเป็นการเรียกนครรัฐแสนหวี และ กับความหมาย ครอบคลุมรัฐฉานทั้งหมดจำนวนประชากรประหล่อง โดยการสำรวจของ องค์การพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ณ ประมาณว่ามี ๑ ล้านคน ถิ่นที่อยู่กันหนาแน่น คือบริเวณเทือกเขาในรัฐฉาน แถบเมืองตองแปง น้ำซัน , สีป้อ , เมืองมิต และทางตอนใต้ในรัฐฉานคือ เมืองเชียงตุง นอกจากนั้นยังพบว่า ปะหล่องกระจัดกระจายกันอยู่ทางตอนใต้ของรัฐคะฉิ่น และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของยูนานในประเทศจีน
อุดร วงศ์ทับทิม กล่าวว่าในดนตรีพื้นบ้านปะหล่อง ว่าเมืองเหนือสุดที่ชาวปะหล่องอาศัยอยู่คือ เมืองน้ำคำ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเมืองเสียวสีของสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือที่ชาวปะหล่องเรียงว่าเมืองมาว ถัดลงมาคือ เมืองน้ำซัน น้ำดู โมโล เมืองมิต เมืองกอก เมืองโหลง น้ำใส มานาม มานพัด จาวุโม ปูโหลง เจียงตอง และตากวาง ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทยที่ดอยอ่างขาง เขต อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร

การอพยพเข้ามาสู่ไทย
ราวปี ๒๕๑๑ที่ชาวปะหล่องได้เริ่มอพยพเข้าในบางกลุ่มมาจนถึงปี ๒๕๒๗ ได้ปรากฏชาวปะหล่องจำนวน ๒ , ๐๐๐ คน อพยพ มารวมกันที่ชายแดนไทย- พม่า บริเวณดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ฟื้นฟูบ้านนอแล ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้กับพื้นที่รับผิดชอบของโครงการหลวงดอยอ่างขางสถานการณ์ครั้งนั้นนำความลำบากใจมาสู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างยิ่งเนื่องจากกลุ่มอพยพครั้งนี้เป็นชาวปะหล่องจากดอยลาย อยู่ระหว่างเมืองเชียงตอง กับเมืองปั่น เขตเชียงตุง ฉะนั้นบุคคลเหล่านี้จึงถือ เป็นบุคคลอพยพเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สาเหตุของการอพยพสืบต่อเนื่องมาจากสถานการณ์ในประเทศพม่าเมื่อประเทศอังกฤษคืนอิสรภาพมีผลทำให้เกิดความระส่ำระสายไปทั่วเกิดการขัดแย้งและสู้รบกันตลอดเวลา ระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่รวมตัวกันจัดตั้งองค์กรแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติกับทหารรัฐบาลพม่าที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่ต่างๆ สงครามส่งผลต่อชาวปะ- หล่องทั้งทางตรงและทางอ้อมชาวปะหล่องมีการรวมตัวกันเป็นองค์กร ชื่อองค์กรปลดปล่อยรัฐปะหล่อง (Palaung state liberation Organization : PSLO) มีกองกำลังติดอาวุธประมาณ ๕๐๐ คน องค์กรดังกล่าวเป็นพันธมิตรอยู่ในแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติซึ่งเป็นองค์กรหลักที่รวมอาองค์กรต่อสู้เพื่อสิทธิในการปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อยทั้งหมดไว้ในแต่ละครั้งที่เกิดการสู้รบ หรือปะทะกันระหว่างองค์กรปลดปล่อยรัฐปะหล่องกับทหารรัฐบาลชาวบ้านประสบความเดือดร้อนมาก ต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนั้นพื้นที่ๆชาวปะหล่องอาศัยอยู่ยังเป็นพื้นที่เคลื่อนไหว ปฏิบัติงานมวลชนพรรคคอมมิวนิสต์พม่าทหารฝ่ายรัฐบาลจะเข้ามาปฏิบัติการโจมตีเพื่อสะกัดกั้นความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา การปฏิบัติการเหล่านี้มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวปะหล่องดอยลายเป็นอย่างมาก
นายคำ เหียง(จองตาล) ผู้นำการอพยพเล่าว่าเมื่อทหาร ของขบวนการกู้ชาติไทยใหญ่มาตั้งกองทัพใกล้หมู่บ้านและทหารคอมมิวนิสต์ ก็มาบังคับให้ส่งเสบียงอาหารเป็นเหตุให้ฝ่ายรัฐบาลพม่าส่งกำลังเข้าปราบปรามชาวบ้านถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมากโดยถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนทหารกู้ชาติและคอมมิวนิสต์ นอกจากนั้นยังเอาสัตว์เลี้ยงไปฆ่ากินยึดของมีค่า เผายุ้งข้าว ข่มขืนผู้หญิง และบังคับผู้ชายให้ไปเป็นลูกหาบขนอาวุธ เสบียงอาหาร บางคนถูกสอบสวน ทุบตีอย่างทารุณ เพื่อบังคับบอกฐานที่ตั้งของทหารกู้ชาติไทยใหญ่และทหารคอมมิวนิสต์ เมื่อชาวบ้านต้องเผชิญกับความลำบาก นานัปการจึงพากันอพยพหลบหนี จนในที่สุดมาอยู่รวมกันที่ชายแดนไทย - พม่าบริเวณดอยอ่างขาง
ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมเยือนราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอที่บ้านขอบด้งในพื้นที่โครงการหลวงดอยอ่าขางปะหล่องคนหนึ่งจึงได้นำความกราบบังคมทูลขออนุญาตอาศัยอยู่ในประเทศไทยซึ่งเป็นผลให้โปรดเกล้าฯจัดที่อยู่ในฐานะผู้อพยพที่บ้านนอแลจนถึงปัจจุบัน ช่วงที่หมู่บ้านและประหล่องประสบปัญหาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากพื้นที่นั้นอยู่ใกล้เขตอิทธิพลขุนส่าทำให้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างกองทัพไทยใหญ่ของขุนส่ากับกองกำลังว้าแดงอันเนื่องมาจากผลประโยชน์จากการค้าฝิ่นอยู่เนื่องๆ ประกอบกับการขาดแคลนพื้นที่ทำมาหากินและภาวะอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ชาวประหล่อง บางกลุ่มพากันอพยพโยกย้ายหาที่อยู่ใหม่ และกระจายกันไปตั้งบ้านเรือนอยู่หลายพื้นที่ จากการสอบถามชาวประหล่องที่อพยพแยกย้ายกันไปตั้งบ้านเรือนอยู่ตามที่ต่างๆ แต่ ยังทีการเดินทางไปมาหาสู่กันอยู่พอประมาณได้ว่า ปัจจุบันหมู่บ้านชาวประหล่องอยู่ในพื้นที่อำเภอฝาง อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่อาย จำนวน ๑๐ หมู่บ้าน
การแต่งกายผู้หญิง
เครื่องแต่งกายของผู้หญิง ซึ่งประกอบด้วยเสื้อผ่าอกหน้า แขนกระบอก เอวลอย สีพื้นสดใส ส่วนใหญ่มักเป็นสีดำ สีน้ำเงิน สีเขียวใบไม้ ตกแต่งลายเสื้อด้านหน้า แถบผ้าสีแดงส่วนผ้าถุงที่ทอขึ้นมาเอง สีแดงสลับลายริ้วสีต่างๆเล็กๆ ขวาง ลำตัว ยาวคร่อมเท้า โพกศรีษะด้วยผ้าผืนยาว ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ผ้าขนหนู ซึ่งซื้อจากตลาดพื้นราบลักษณะที่โดดเด่น คือการสวมที่เอวด้วยวงหวายลง รักแกะลายหรือใช้เส้นหวายเล็กๆ ย้อมสีถักเป็นลายบางคน ก็ใช้โลหะสีเงินลักษณะเหมือนแผ่นสังกะสีมาตัดเป็นแถบยาวตอกลาย แล้วขดเป็นวง สวมใส่ปนกัน วงสวมเอวเหล่านี้ประหล่องเรียกว่า "หน่องว่อง"
การแต่งกายผู้ชาย
ลักษณะการแต่งกายเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถหาลักษณะที่บ่งบอกเอกลักษณ์ได้ ทั้งเด็ก หนุ่มและ
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
Ford: (Palaung people.)Art casting ngapen the tribes migrated from Burma into Thailand when about the year 2511 called himself "da RA Ang" (Da-ang, ang-ang, Ta-Ra) "large" as Thailand Palaung people used to call this. There is also a different issue to the people of Burma, for example, cover art for "deceptive" casting ngawa (Palaung), and some large, Thailand "floating" (Kunloi), which means that instead of the word mountain, DOI or Palaung people. เอกสารทางประวัติศาสตร์หลายฉบับกล่าวถึงชาวปะหล่องว่าเป็นพลเมืองกลุ่มหนึ่งภายใต้การปกครองของนครรัฐแสนหวีหนึ่งใน๙นครรัฐของอาณาจักรไตมาว ซึ่งเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ของชนชาติไตครั้งพุทธศักราช๑๒๐๐โดยมีศูนย์กลางของอาณาจักรในขณะนั้นอยู่บริเวณเมืองแสนหวีในรัฐฉานประเทศพม่า ( รายงานฉบับนี้ กล่าวว่าประหล่องมีฐานเดิมอยู่ในโกสัมพีซึ่งก็เป็นข้อมูลที่ตรงกันเพราะ คำว่า โกสัมพีเป็นการเรียกนครรัฐแสนหวี และ กับความหมาย ครอบคลุมรัฐฉานทั้งหมดจำนวนประชากรประหล่อง โดยการสำรวจของ องค์การพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ณ ประมาณว่ามี ๑ ล้านคน ถิ่นที่อยู่กันหนาแน่น คือบริเวณเทือกเขาในรัฐฉาน แถบเมืองตองแปง น้ำซัน , สีป้อ , เมืองมิต และทางตอนใต้ในรัฐฉานคือ เมืองเชียงตุง นอกจากนั้นยังพบว่า ปะหล่องกระจัดกระจายกันอยู่ทางตอนใต้ของรัฐคะฉิ่น และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของยูนานในประเทศจีนThe North House folk musicians Ruby said the Palaung people that cover the Northern farmer is water is a handsome งอาศัย who is in contact with the city of People's Republic of China or the people's sensitivity, color casting ngariang cover that comes next down is the city water engineers and Sun. Water view Wuchang city mueangkok city was brought to a dozen hotels and come to command name blows. JavaScript modular Pu wu Jiang Tong and d. takwang, in which the skull is from the Thailand border, DOI angkhang. Fang district, Chiang Mai Province Approx. 15 km.The exodus into Thailandราวปี ๒๕๑๑ที่ชาวปะหล่องได้เริ่มอพยพเข้าในบางกลุ่มมาจนถึงปี ๒๕๒๗ ได้ปรากฏชาวปะหล่องจำนวน ๒ , ๐๐๐ คน อพยพ มารวมกันที่ชายแดนไทย- พม่า บริเวณดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ฟื้นฟูบ้านนอแล ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้กับพื้นที่รับผิดชอบของโครงการหลวงดอยอ่างขางสถานการณ์ครั้งนั้นนำความลำบากใจมาสู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างยิ่งเนื่องจากกลุ่มอพยพครั้งนี้เป็นชาวปะหล่องจากดอยลาย อยู่ระหว่างเมืองเชียงตอง กับเมืองปั่น เขตเชียงตุง ฉะนั้นบุคคลเหล่านี้จึงถือ เป็นบุคคลอพยพเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สาเหตุของการอพยพสืบต่อเนื่องมาจากสถานการณ์ในประเทศพม่าเมื่อประเทศอังกฤษคืนอิสรภาพมีผลทำให้เกิดความระส่ำระสายไปทั่วเกิดการขัดแย้งและสู้รบกันตลอดเวลา ระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่รวมตัวกันจัดตั้งองค์กรแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติกับทหารรัฐบาลพม่าที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่ต่างๆ สงครามส่งผลต่อชาวปะ- หล่องทั้งทางตรงและทางอ้อมชาวปะหล่องมีการรวมตัวกันเป็นองค์กร ชื่อองค์กรปลดปล่อยรัฐปะหล่อง (Palaung state liberation Organization : PSLO) มีกองกำลังติดอาวุธประมาณ ๕๐๐ คน องค์กรดังกล่าวเป็นพันธมิตรอยู่ในแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติซึ่งเป็นองค์กรหลักที่รวมอาองค์กรต่อสู้เพื่อสิทธิในการปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อยทั้งหมดไว้ในแต่ละครั้งที่เกิดการสู้รบ หรือปะทะกันระหว่างองค์กรปลดปล่อยรัฐปะหล่องกับทหารรัฐบาลชาวบ้านประสบความเดือดร้อนมาก ต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนั้นพื้นที่ๆชาวปะหล่องอาศัยอยู่ยังเป็นพื้นที่เคลื่อนไหว ปฏิบัติงานมวลชนพรรคคอมมิวนิสต์พม่าทหารฝ่ายรัฐบาลจะเข้ามาปฏิบัติการโจมตีเพื่อสะกัดกั้นความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา การปฏิบัติการเหล่านี้มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวปะหล่องดอยลายเป็นอย่างมากนายคำ เหียง(จองตาล) ผู้นำการอพยพเล่าว่าเมื่อทหาร ของขบวนการกู้ชาติไทยใหญ่มาตั้งกองทัพใกล้หมู่บ้านและทหารคอมมิวนิสต์ ก็มาบังคับให้ส่งเสบียงอาหารเป็นเหตุให้ฝ่ายรัฐบาลพม่าส่งกำลังเข้าปราบปรามชาวบ้านถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมากโดยถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนทหารกู้ชาติและคอมมิวนิสต์ นอกจากนั้นยังเอาสัตว์เลี้ยงไปฆ่ากินยึดของมีค่า เผายุ้งข้าว ข่มขืนผู้หญิง และบังคับผู้ชายให้ไปเป็นลูกหาบขนอาวุธ เสบียงอาหาร บางคนถูกสอบสวน ทุบตีอย่างทารุณ เพื่อบังคับบอกฐานที่ตั้งของทหารกู้ชาติไทยใหญ่และทหารคอมมิวนิสต์ เมื่อชาวบ้านต้องเผชิญกับความลำบาก นานัปการจึงพากันอพยพหลบหนี จนในที่สุดมาอยู่รวมกันที่ชายแดนไทย - พม่าบริเวณดอยอ่างขางต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมเยือนราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอที่บ้านขอบด้งในพื้นที่โครงการหลวงดอยอ่าขางปะหล่องคนหนึ่งจึงได้นำความกราบบังคมทูลขออนุญาตอาศัยอยู่ในประเทศไทยซึ่งเป็นผลให้โปรดเกล้าฯจัดที่อยู่ในฐานะผู้อพยพที่บ้านนอแลจนถึงปัจจุบัน ช่วงที่หมู่บ้านและประหล่องประสบปัญหาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากพื้นที่นั้นอยู่ใกล้เขตอิทธิพลขุนส่าทำให้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างกองทัพไทยใหญ่ของขุนส่ากับกองกำลังว้าแดงอันเนื่องมาจากผลประโยชน์จากการค้าฝิ่นอยู่เนื่องๆ ประกอบกับการขาดแคลนพื้นที่ทำมาหากินและภาวะอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ชาวประหล่อง บางกลุ่มพากันอพยพโยกย้ายหาที่อยู่ใหม่ และกระจายกันไปตั้งบ้านเรือนอยู่หลายพื้นที่ จากการสอบถามชาวประหล่องที่อพยพแยกย้ายกันไปตั้งบ้านเรือนอยู่ตามที่ต่างๆ แต่ ยังทีการเดินทางไปมาหาสู่กันอยู่พอประมาณได้ว่า ปัจจุบันหมู่บ้านชาวประหล่องอยู่ในพื้นที่อำเภอฝาง อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่อาย จำนวน ๑๐ หมู่บ้านWomen's dressเครื่องแต่งกายของผู้หญิง ซึ่งประกอบด้วยเสื้อผ่าอกหน้า แขนกระบอก เอวลอย สีพื้นสดใส ส่วนใหญ่มักเป็นสีดำ สีน้ำเงิน สีเขียวใบไม้ ตกแต่งลายเสื้อด้านหน้า แถบผ้าสีแดงส่วนผ้าถุงที่ทอขึ้นมาเอง สีแดงสลับลายริ้วสีต่างๆเล็กๆ ขวาง ลำตัว ยาวคร่อมเท้า โพกศรีษะด้วยผ้าผืนยาว ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ผ้าขนหนู ซึ่งซื้อจากตลาดพื้นราบลักษณะที่โดดเด่น คือการสวมที่เอวด้วยวงหวายลง รักแกะลายหรือใช้เส้นหวายเล็กๆ ย้อมสีถักเป็นลายบางคน ก็ใช้โลหะสีเงินลักษณะเหมือนแผ่นสังกะสีมาตัดเป็นแถบยาวตอกลาย แล้วขดเป็นวง สวมใส่ปนกัน วงสวมเอวเหล่านี้ประหล่องเรียกว่า "หน่องว่อง"การแต่งกายผู้ชายลักษณะการแต่งกายเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถหาลักษณะที่บ่งบอกเอกลักษณ์ได้ ทั้งเด็ก หนุ่มและ
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
Star อั้ง (Retribution)
phosphate as a tribe that migrated from Myanmar to Thailand for about a year. ๒๕๑๑ that call themselves "ดาระ ang" (Da - ang Ra,, , to AngTa - ang.) "retribution" in Thai, which used to call the community. There are different terms, such as Burmese called De'ang "palaung" (Palaung) และไทยใหญ่ some groups also use the word "you fly". (Kunloi) which meansOr mountain man. 'instead of' De'ang
.
.Historical documents the palaung people that a citizen of one group is discussed under the ปกครองของ city-state tacking one of 9 city-state Kingdom kidney.(this report said that the หล่อง there existing in Kosambi, which is a matching data because "Kosambi was called the city-state tacking. And with the meaning, covering all the หล่อง Shan population by survey.At about that there are 1 million people resident together crowded is a mountain area in Shan state city bar Tong Pang, water, sunPopular color, city limits and Southern Shan state is เมืองเชียงตุง also found. Phosphate scattered around the south of Kachin state. And the southwest of Yunnan in China
.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: