หมาป่า หรือ หมาป่าสีเทา นับได้ว่าเป็นหมาป่าที่ตัวใหญ่ที่สุดในตระกูลหมาป่าด้วยกันเลยครับ เพศผู้น้ำหนักจะเฉลี่ย 43-45กิโลกรัม(95-99 ปอนด์) ส่วน เพศเมียน้ำหนักเฉลี่ย 36-38.5กิโลกรัม(79-85ปอนด์) เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวถึงตั้ง 2 เมตร มันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หน้าตาคล้ายสุนัข มีหางใหญ่เป็นพวง หน้าอกจะแคบ ขายาว อุ้งเท้าใหญ่ เล็บทื่อ ทำให้เดินบนพื้นที่ลื่นได้ดี และมีหลอดเลือดพิเศษทำให้เลือดไม่แข็งตัวสามารถเดินบนพื้นหิมะได้ดี นอกจากนี้ระหว่างนิ้วเท้าก็มีต่อมกลิ่นทิ้งร่อยรอยให้หมาป่าตัวอื่นตามกลิ่นเจอ มีสัตว์ร่วมตระกูลคือหมาจิ้งจอก หมาใน ไคโยตี ไฮยีน่าและดิงโก หมาป่าจัดอยู่ในสัตว์ประเภทกินเนื้อที่มีนิสัยค่อนข้างดุร้าย ปราดเปรียว เฉลียวฉลาด มีการออกล่าเป็นทีม มีความอดทนรวมทั้งมีความกล้าหาญและความสามารถในการต่อสู้อย่างดีเยี่ยม หมาป่าอาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจายในแถบทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ เอเซีย และ แอฟริกาเหนือ ในอดีตมีถึง 32สายพันธุ์ แต่ปัจจุบันหมาป่ากลับถูกไล่ล่าและลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วคงเหลืออยู่เพียงแค่ 4 สายพันธุ์คือ หมาป่าเทาหมาป่าแดง หมาป่าไซบีเรียนและหมาป่าขนคอยาว
ลักษณะทั่วไปของหป่า
ความยาว
เฉลี่ย 4.5-6 ฟุต
ความสูง
เฉลี่ย26-32 นิ้ว
น้ำหนัก
ตัวเมีย 27-36 กิโลกรัม
ตัวผู้ 31-50 กิโลกรัม
จำนวนตัวต่อครอก
4-6 ตัว
น้ำหนักแรกเกิด
0.45 กิโลกรัม
อาหาร
กวาง กวางมูส ควายป่าไบซัน นก ตัววีเบอร์
ระยะเวลาตั้งท้อง
63 วัน
ฤดูผสมพันธ์
กุมภาพันธ์-มีนาคม
พฤติกรรมและลักษณะการล่าของหมาป่า
หมาป่าออกล่าเหยื่อแต่ละครั้งจะไปเป็นฝูง ภายในฝูงจะเป็นตัวโตเต็มวัย แต่ละตัวสามารถล่าสัตว์ขนาดไม่โตมากนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปกติแล้วจะออกล่าเหยื่อในตอนกลางวัน โดยเฉพาะตอนเช้าและตอนบ่าย แต่ก็มีบางครั้งที่ออกล่าเหยื่อในคืนเดือนหงาย หมาในมียุทธวิธีในการล่าเหยื่อ 2 แบบใหญ่ ๆ คือ
1. การออกเดินล่าเป็นฝูง ฝูงหมาป่าจะเดินเรียงตามกันเป็นแถวเรียงหนึ่ง เสาะหาเหยื่อโดยการดมกลิ่น ถ้าพบเห็นจะร่วมมือก้นเข้าไล่ล่าทันที ส่วนมากจะเป็นเหยื่อที่หากินตามลำพัง
2. การดักซุ่มอยู่ตามป่า ถ้าฝูงหมาป่าพบเหยื่อหากินอยู่เป็นฝูง จะแยกฝูงออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งไปดักซุ่มอยู่ในป่า อีกส่วนหนึ่งจะเข้าไปรบกวนฝูงสัตว์ให้เหยื่อบางตัวตกใจ และวิ่งเตลิดออกจากฝูงเข้าไปหาหมาป่า อีกส่วนที่ดักรออยู่แล้วจึงลงมือฆ่าเหยื่อ
เหยื่อที่มีขนาดใหญ่จะถูกฝูงหมาป่าล้อมไว้ทุก ๆ ด้าน ทำให้พะว้าพะวังในการป้องกันตัวเอง หมาป่าจะโจมตีเหยื่อโดยเข้าทางด้านหลังและจะกัดบริเวณสะโพกทำให้เหยื่ออ่อนแรงก่อนแล้วจึงเข้ากัดบริเวณท้อง ก่อนที่จะเจาะกินอวัยวะภายใน หมาป่าสามารถฆ่าเหยื่อที่มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ได้ภายใน 2 นาทีเท่านั้น จึงมีประสิทธิภาพในการล่าสูงมาก สามารถทำอันตรายต่อกระทิง หมี หรือเสือได้
หมาป่าผสมพันธุ์กันตลอดทั้งปี ตัวเมียมีระยะตั้งท้องนานประมาณ 9 สัปดาห์ ปกติจะตกลูกในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ตกลูกครั้งละ 8 ตัว ก่อนหน้านั้นตัวเมียจะหาที่ที่เป็นโพรงใต้ดิน ซอกหินหรือเพิงหินเพื่อเป็นที่ดูแลลูกอ่อนที่จะเกิดใหม่ ในขณะเลี้ยงดูลูกอ่อนถ้าถูกรบกวนโดยมนุษย์หรือศัตรูจะย้ายหาที่ใหม่ที่ปอดภัยทันที เมื่ออายุได้ประมาณ 3 เดือน จะเริ่มออกจากโพรง พออายุ 5 เดือน จะเริ่มตามฝูงออกล่าเหยื่อ และเมื่ออายุ 8 เดือน จึงจะเริ่มล่าสัตว์ขนาดใหญ่ได้