นโยบายทางการเมืองการทหารที่รุนแรงโดยเปิดเผย หลีกเลี่ยงการปะทะโดยใช้กำลังซึ่งหน้า อันจะส่งผลกระทบมหาศาลต่อระบบโดยรวมของประเทศ ประเทศเหล่านี้ก็จะเลือกใช้กองกำลังของผู้ก่อการร้ายปฏิบัติภารกิจนี้แทน
เส้นทางการเงินหมุนเวียน ส่วนหนึ่งที่การก่อการร้ายเป็นที่นิยม หรือเป็นทางเลือกที่มักจะถูกใช้นั้น เพราะการก่อการร้ายไม่ใช่สงครามตามแบบ แต่เป็นรูปแบบของสงครามหลบซ่อน ยากที่ชาติที่ถูกกระทำจะป้องกันและตอบโต้ และการก่อการร้ายส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการเงินสนับสนุนจำนวนมาก การก่อการร้ายใช้เงินน้อยกว่ากิจกรรมข้ามชาติที่ผิดกฎหมายอื่นๆ การค้ายาเสพติด หรือกระทั่งการค้าอาวุธ จึงไม่ใช่เรื่องยากนัก ที่จะรวบรวมเงินทุนให้เพียงพอในการปฏิบัติการแต่ละครั้ง การแกะรอยเส้นทางการเงินที่หมุนเวียน ในระบบเป็นเรื่องยากเพราะผู้ก่อการร้ายจะใช้บัญชีปลอมในการทำธุรกรรมต่างๆ ในทางการเงินกับธนาคารและสถาบันการเงิน ผู้ที่ดำเนินธุรกรรมก็เป็นเพียงตัวกลาง ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบภายในขององค์กรการก่อการร้าย และเงินที่หมุนเวียนภายในระบบ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการนำเงินจากกิจกรรมที่ถูกกฎหมายมารวมเข้ากับเงินที่มาจากกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ความสนใจในการติดตามเงินที่ถูกโยกย้ายออกนอกระบบธนาคารจึงไม่เป็นที่สังเกตเท่าที่ควร
ปัญหาในการจัดการกับการก่อการร้าย
1) มุมมองที่แตกต่าง
สิ่งที่เป็นปัญหายุ่งยากมากที่สุดในการดำเนินการต่อสู้กับการก่อการร้ายคือ "ความหมาย" กับ "แนวคิด" ใครคือผู้ก่อการร้าย และอะไรคือการก่อการร้าย เนื่องเพราะแต่ละประเทศแต่ละองค์กรต่างให้ความหมายไปในทิศทางของตัวเอง ดังนั้นผู้ก่อการร้ายในสายตาของชาติหนึ่ง อาจจะเป็นนักสู้เพื่ออิสรภาพของอีกชาติหนึ่ง และสองสถานะนั้น มีความหมายที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะนั่นเป็นการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างการกระทำที่โหดเหี้ยม ไม่คำนึงถึงกฎหมายโดยบุคคลใด กลุ่มใด หรือรัฐใด กับการต่อสู้อันชอบธรรมของคนในชาติที่ถูกกดขี่ข่มเหง จากอิทธิพลหรือการยึดครองของต่างชาติ ตัวอย่างเช่นประเทศหนึ่งมีการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยรัฐ ซึ่งชนในชาติส่วนใหญ่นับถือศาสนาหรือมีวัฒนธรรมอันใดอันหนึ่งอันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ และมีประชากรส่วนน้อยส่วนหนึ่งที่นับถือศาสนาและวัฒนธรรมแตกต่างไป ไม่ว่าความแตกต่างนั้นจะมีส่วนใกล้เคียงกับรัฐประเทศข้างเคียงหรือไม่ แต่หากชนกลุ่มน้อยส่วนนั้นรู้สึกว่ากลุ่มของเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินวิถีชีวิต ภายใต้การปกครองของรัฐ ชนกลุ่มน้อยต่างเห็นพ้องที่จะขอมีรูปแบบการปกครองพิเศษเป็นของตนเองจึงดำเนินการชุมนุมประท้วงเรียกร้องและสร้างเงื่อนไขทางการเมืองขึ้น จนเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะที่เร้าให้ฝ่ายรัฐดำเนินวิธีการตอบโต้โดยใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมหรือการเรียกร้องดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันบ่อยครั้งและนานเข้า ความรุนแรงก็ย่อมทวีเพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ากำลังของประชาชนย่อมไม่สามารถต่อสู้กับกำลังทหารตำรวจของรัฐได้ ระยะต่อมาองค์กรหรือกองกำลังรบของประชาชนก็จะถูกจัดตั้งขึ้น ซึ่งกองกำลังหรือองค์กรนี้เอง ที่จะถูกมองว่าเป็นผู้ก่อการร้ายในสายตาของรัฐประเทศนั้น ในขณะที่ฝ่ายองค์กรกองกำลังเองเชื่อว่าพวกเขา