สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดก็คือการที่ได้ไปเที่ยวกับ ครอบครัว สถานที่ที่ชอบไปมากที่สุดก็คือ "ทะเล" ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ไปทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ไป ทำให้รู้สึกว่าบนโลกใบนี้ที่แสนจะกว้างยังมีอะไรอีกมากมายที่น่าสนใจและน่าค้นหา อีกอย่างที่สัมผัสได้จากธรรมชาติคือ อากาศที่บริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องปรุงแต่งขึ้นมา เป็นการพักผ่อนร่างกายเวลาที่เหนื่อย เวลาที่รู้สึกท้อ การที่เราได้สัมผัสกับน้ำทะเล และคลื่นน้ำทะเลที่ซัดเข้ามาบนชายหาด มันสามารถทำให้เราผ่อนคลาย สดชื่นขึ้นมาได้ระยะเวลาหนึ่ง
เมื่อวันที่ 31พฤศจิกายนถึงวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาทางบ้านได้จัด Tripไปเที่ยวชะอำ-หัวหิน กับพี่ๆ ซึ่งเป็น Trip ที่สนุกมากขอเริ่มเล่าประสบการณ์เลยแล้วกันนะคะ เริ่มต้นด้วยการเดินทางที่มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ต่อด้วยอาหารมื้อแรกที่กินพร้อมหน้าพร้อมตากัน แล้วก็มาแวะเที่ยวต่อที่ Swiss Sheep Farm เป็นสถานที่ถ่ายรูปที่มีความสวยงามมาก เสียค่าเข้าชมคนละ 50 บาท ในบัตรเข้าชมส่วนท้ายจะมีใบแลกหญ้าเพื่อให้อาหารแกะ ถือว่าคุ้มนะคะ ทั้งได้ถ่ายรูปแล้วก็ให้อาหารสัตว์ หลังจากมีความสุขจากการถ่ายรูป ให้อาหารสัตว์แล้ว ตรงทางออกยังมีของที่ระลึกให้ลูกค้าได้ซื้อกลับไปบ้านอีกด้วย จากนั้นเราก็เดินทางกลับที่พัก ซึ่งบ้านพักที่เราไปพัก เป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ ราคาไม่แพงมากนะ มีอุปกรณ์ครบ ทั้งเตาปิ้งย่าง มีคาราโอเกะให้ร้อง ให้ครอบครัวได้เพลิดเพลินกับการมาเที่ยว ได้ทำอาหารด้วยกันอย่างมีความสุข หลังจากที่เดินทางมาทั้งวัน เวลาประมาณ 4-5 โมง เราได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศยามเย็นริมทะเล ซึ่งบ้านพักห่างจากทะเลประมาณ 500 เมตร สามารถเดินออกมาได้เลย เวลายามเย็นในวันหยุดคนมาเที่ยวค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่มันก็เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งที่ได้เห็นผู้คนมากมายต่างก็มาพักผ่อน หลังจากการชื่มชมธรรมชาติเสร็จ เราก็มี Plan ไปเที่ยวเพลินวานกันต่อ ระหว่างทางที่นั่งรถผ่านถือว่าโชคดีมาก เพราะระหว่างทางที่เราไปนั้น ข้างทางได้ติดไฟสวยงามมาก เนื่องจากเราไปใกล้วันที่ 5 พอดี ขับรถมาระยะหนึ่งเราก็ถึงเพลินวาน ที่เพลินวานไม่เสียค่าเข้าชม แต่ในเพลินวานมีร้านค้ามากมาย แต่ที่เราประทับใจอยู่ร้านหนึง ซึ่งเป็นร้านขาย Cake จะมีลักษณะคล้ายแยมโรลสอดใส้ครีม ขอแนะนำชื่อร้านนะคะถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยว ชื่อร้าน BAKERY DISIGN อร่อยมากคะ เนื้อแป้งจะนุ่มมากๆ ที่เพลินวานก็มีมุมสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปนะคะ แต่อาจจะน้อยไปหน่อย หลังจากเที่ยวที่เพลินวานเสร็จ ก็เดินทางกลับมาบ้านพัก ทำอาหารกิน ร้องเพลงคาราโอเกะ ทำกิจกรรมกับครอบครัวอย่างมีความสุข ภาระกิจของวันแรกก็หมดไปอีกวัน
ตื่นเช้ามาในวันรุ่งขึ้นเราก็ได้ไปเล่นน้ำทะเล สนุกมาก คนไม่ค่อยเยอะเหมือนตอนช่วงเย็นที่ผ่านมา เล่นไปได้สักพักหนึง ก็ถึงเวลาเดินทางกลับ แต่ก่อนที่เราจะเดินทางกลับ เราได้ไปไหว้พระที่วัดห้วยมงคล ได้สักการะหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ รู้สึกสบายใจมากที่ได้มีโอกาสได้มาสักการะ ต่อมาเราได้ไปตลาดน้ำสามพันนาม ซึ่งห่างจากวัดห้วยมงคลไม่มากนัก สถานที่นี้ก็จะคล้ายๆกับตลาดน้ำที่อื่นๆ มีร้านขายของ มีร้านอาหาร ร้านขายของฝาก แต่ที่พิเศษของที่นี้ก็คือ มีบริการรถไฟให้นั่งดูบรรยากาศรอบนอกของตลาดน้ำ แต่รถไฟจะไปส่งลูกค้าที่ด้านหลัง เพื่อให้ลูกค้าได้เดินเที่ยวชมตลาดน้ำจากข้างหลังมาข้างหน้า เป็นความคิดที่สร้างสรรค์แล้วก็สร้างความสนใจให้กับลูกค้ามาก เราก็เป็นหนึ่งในการทดลองนั่ง โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 20 บาท ถือว่าราคาก็อยู่ระดับปานกลาง สถานที่สุดท้ายสำหรับ Trip นี้ คือ เวเนเซีย(Venezia) แหล่งท่องเที่ยวสไตล์อิตาลี ที่จำลองเมืองเวนิส ประเทศอิตาลีมาไว้ที่เมืองไทย ภายในเวเนเซีย รวบรวมร้านค้าชั้นนำ ทั้งแบรนด์ทั่วโลกและแบรนด์ชั้นนำของไทย ให้ได้ช็อปปิ้งกันอย่างมีความสุข มีมุมให้หนุ่มๆสาวๆได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้เก็บเอาไว้ในความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้มาเที่ยว เสร็จภาระกิจของ Trip นี้แล้ว เราก็เดินทางกลับกรุงเทพอย่างปลอดภัย
สุดท้ายนี้หลายๆคนมีความชอบที่แตกต่างกัน แต่สำหรับเราแล้วทะเลคือสถานที่ที่ไปเมื่อไรก็ทำให้มีความสุขทุกครั้ง ได้ผ่อนคลาย เนื้อหาด้านบนมันอาจจะเยอะพอสมควร แค่อยากมาเล่าประสบการณ์ให้ทุกคนฟังว่าสถานที่ที่เราไปมันทำให้เราประทับใจมาก มันค่อนข้างเหมือนไดอารี่เล่มหนึ่งที่บรรยายความรู้สึกที่เราได้ไปเที่ยวมา ขอบคุณสำหรับทุกคนที่อ่านมาถึงตอนสุดท้าย ขอให้ทุกคนมีความสุขกับประสบการณ์ที่ตัวเองได้ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ^^