แผลในปากเด็กเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคและอาย การแปล - แผลในปากเด็กเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคและอาย อังกฤษ วิธีการพูด

แผลในปากเด็กเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่

แผลในปากเด็กเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคและอายุของเด็ก โรคเชื้อราในช่องปาก หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า "โรคซาง" พบได้ในเด็กอายุขวบปีแรก โดยโรคเชื้อราในช่องปากจะมีลักษณะเป็นปื้นขาวและแผลที่กระพุ้งแก้มร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้เด็กมีอาการเจ็บและดื่มนมได้น้อยลง โรคนี้ต้องแยกให้ออกจากอาการลิ้นขาวซึ่งพบได้ในเด็กปกติทั่วไป
อาการแผลร้อนในในช่องปากพบได้ในเด็กทุกวัย มักเกิดจากการกระแทกของอาหารหรือขนแปรงสีฟันที่แข็ง หรือเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โรคติดเชื้อบางอย่าง โดยเฉพาะที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสอาจทำให้เกิดแผลในปาก เช่น โรคหัด โรคเริม และโรคมือเท้าปาก ในเด็กปกติบางคน อาจพบปื้นขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายแผลที่ลิ้น ที่เรียกกันว่า "ลิ้นแผนที่" ซึ่งปื้นลักษณะดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้ ปื้นอาจจะนูนขึ้นเวลาที่เด็กไม่สบาย ทำให้พ่อแม่คิดว่าเด็กเจ็บมาก แต่ส่วนใหญ่แล้ว เด็กจะไม่รู้สึกเจ็บหรือรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การรักษาเบื้องต้น มักหายได้เองภายใน 3-7 วัน ลิ้นแผนที่จะดีขึ้นเมื่อเด็กหายป่วย การป้ายยาเจนเชียนไวโอเลตอาจช่วยให้อาการทุเลาและทำให้หายเร็วขึ้น แผลในปากส่วนใหญ่มักทำให้เกิดอาการเจ็บ การใช้ยาทาเฉพาะที่ทำได้ไม่สะดวกและช่วยให้อาการทุเลาเพียงชั่วคราว แนะนำให้ดื่มน้ำและนมเย็น อมน้ำแข็ง หรือกินไอศกรีม ที่จะช่วยให้ช่องปากเกิดอาการชา ทำให้อาการเจ็บลดลง สามารถกินอาการและดื่มน้ำได้มากขึ้น
อาการที่ควรปรึกษาแพทย์ โรคเชื้อราในช่องปากที่เป็นซ้ำหลายครั้ง หรือหากพบโรคในเด็กโต แผลขนาดใหญ่และมีจำนวนมาก เจ็บรุนแรง มีเลือดออก หรือไม่หายภายใน 1 สัปดาห์ เด็กดื่มน้ำไม่ได้ หรือมีไข้สูง อ่อนเพลียมาก หรือปัสสาวะลดลง
การป้องกัน เชื้อราป้องกันได้โดยรักษาความสะอาดในช่องปาก หากเลี้ยงด้วยนมแม่ ไม่ควรดื่มน้ำเพื่อล้างคราบนมออก หากดื่มนมผสม จำเป็นต้องดื่มน้ำตามเพื่อล้างคราบนมออก หลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาล สถานที่แออัด หรือเข้าสถานรับเลี้ยงเด็ก
โรคลมชักคืออะไร และทำอย่างไรหากคนใกล้ตัวเป็นโรคลมชัก
อาจารย์นายแพทย์ชูศักดิ์ ลิโมทัย หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคลมชักครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวในการเสวนาหัวข้อ "โรคลมชักคืออะไร และทำอย่างไรหากคนใกล้ตัวเป็นโรคลมชัก" ในงาน "Purple Day 2015 วันโรคลมชักโลก" ซึ่งจัดโดยศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคลมชักครบวงจร แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และมูลนิธิเทียนส่องใจเพื่อคนไข้โรคลมชัก ร่วมกับฝ่ายสวัสดิการสังคม ฝ่ายการพยาบาล
"โรคลมชักสามารถเกิดกับคนในทุกเพศและทุกวัย โดยอาการชักนั้นเกิดจากการปลดปล่อยคลื่นไฟฟ้าสมองที่สร้างจากเซลล์สมองที่ผิดปกติออกมามากพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดการทำงานของสมองที่ผิดปกติ ซึ่งจะเกิดขึ้นชั่วคราว เซลล์สมองที่ผิดปกติที่สร้างคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกตินั้นสามารถเกิดขึ้นที่ผิวสมองส่วนใดก็ได้ ซึ่งจะส่งผลให้อาการแสดงของอาการชักมีความหลากหลาย ขึ้นกับบริเวณของสมองที่เป็นจุดกำเนิดชัก อาการชักจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ประมาณ 1-2 นาที ส่วนใหญ่ไม่เกิน 5 นาที จากนั้นอาการจะหายไป” อาจารย์นายแพทย์ชูศักดิ์ กลัวว่า ดังที่กล่าวข้างต้น อาการชักในผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้ด้วยการรับประทานยาระงับอาการชักที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี ถึงแม้อาการชักจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วหายไป หรือแม้กระทั่งในคนที่อาการชักถูกควบคุมได้แล้วด้วยยา ผู้ป่วยโรคลมชักส่วนหนึ่งกลับยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านทัศนคติ หรือการยอมรับจากสังคม หรือมีปัญหาในการดำรงชีวิต เนื่องจากคนทั่วไปไม่เข้าใจว่าโรคลมชักคืออะไร คนส่วนหนึ่งเข้าใจว่า โรคลมชักคือโรคทางจิตเวช แต่ในความเป็นจริงดังที่กล่าวข้างต้น โรคลมชักเป็นโรคทางสมองซึ่งก็เหมือนกับโรคทางสมองอื่นๆ แต่มีข้อแตกต่างที่อาการของโรคลมชักนั้นจะเกิดขึ้นชั่วครู่แล้วหายไป อาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวขณะที่มีอาการ
ในช่วงที่ไม่มีอาการชัก ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นปกติไม่แตกต่างจากคนปกติทั่วไป ในผู้ป่วยโรคลมชักที่มีอาการชักตั้งแต่เด็ก พบว่าบางรายไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปได้ เนื่องจากคุณครูและเพื่อนๆ มีอาการกลัวไม่กล้าใกล้ชิดด้วย เนื่องจากยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ รวมทั้งยังไม่รู้วิธีที่จะให้การช่วยเหลือหากผู้ป่วยมีอาการชักขึ้นที่โรงเรียน ทำให้ผู้ป่วยเด็กส่วนหนึ่งไม่ได้รับการศึกษาต้องอยู่แต่ในบ้าน ผู้ป่วยในวัยทำงานบางรายไม่สามารถหางานทำได้ เนื่องจากความไม่เข้าใจของนายจ้าง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม เกิดความรู้สึกแตกต่าง และอาจท้อแท้สิ้นหวัง
นายแพทย์ชูศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า "โรคลมชักมีอาการชักหลายรูปแบบ ได้แก่ 1.การชักแบบรู้ตัว มีอาการชักเกร็ง/กระตุกของแขนขาหรือหน้า ด้านใดด้านหนึ่ง, อาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติของแขน/ขาด้านใดด้านหนึ่ง, เห็นแสงระยิบระยับ เป็นต้น 2.การชักแบบไม่รู้ตัว มีอาการชักเหม่อร่วมกับการทำอะไรโดยไม่รู้ตัว เช่น เคี้ยวปาก มือคลำสิ่งของหรือเสื้อผ้าตนเองหรือคนรอบข้าง ชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว เป็นต้น ในบางคนมีอาการเตือนให้รู้ก่อนล่วงหน้า อาการเตือนเหล่านี้ เช่น อาการใจหวิว, แน่นท้องเหมือนมีลมตีขึ้นที่ลิ้นปี่, ความรู้สึกคุ้นเคยต่อเหตุการณ์ หรือสถานที่ เป็นต้น โดยสามารถสังเกตอาการชักของผู้ป่วยได้ คือ อาการชักส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันทุกครั้ง แต่ละครั้งนานประมาณ 1-2 นาที หลังชักผู้ป่วยอาจมีอาการสับสนได้
การปฐมพยาบาลในผู้ป่วยโรคลมชัก นั้นสามารถแบ่งได้ใน 2 กรณี คือ การปฐมพยาบาลขณะมีอาการชักแบบเกร็งกระตุกไม่รู้ตัว ให้ปฏิบัติดังนี้ 1.เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนหงายและตะแคงหน้า 2.คลาย เสื้อผ้าให้หลวมเพื่อให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวก 3.ห้ามใช้ไม้กดลิ้นหรือวัตถุใดๆ สอดเข้าไปในปาก เพราะอาจเกิดอันตรายทั้งต่อตัวผู้ป่วยเองและผู้ที่ให้การช่วยเหลือ
การปฐมพยาบาลขณะผู้ป่วยมีอาการชักเหม่อไม่รู้ตัว ให้ปฏิบัติดังนี้ 1.เฝ้าระวังให้ผู้ป่วยอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เช่น ไม่ให้เดินไปที่หน้าต่างหรือบันได และระวังไม่ให้ผู้ป่วยล้ม จากนั้นรอจนกระทั่งอาการชักหายไป ผู้ป่วยจะรู้ตัวเอง 2.หลีกเลี่ยงการเข้า
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
แผลในปากเด็กเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคและอายุของเด็ก โรคเชื้อราในช่องปาก หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า "โรคซาง" พบได้ในเด็กอายุขวบปีแรก โดยโรคเชื้อราในช่องปากจะมีลักษณะเป็นปื้นขาวและแผลที่กระพุ้งแก้มร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้เด็กมีอาการเจ็บและดื่มนมได้น้อยลง โรคนี้ต้องแยกให้ออกจากอาการลิ้นขาวซึ่งพบได้ในเด็กปกติทั่วไป
อาการแผลร้อนในในช่องปากพบได้ในเด็กทุกวัย มักเกิดจากการกระแทกของอาหารหรือขนแปรงสีฟันที่แข็ง หรือเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โรคติดเชื้อบางอย่าง โดยเฉพาะที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสอาจทำให้เกิดแผลในปาก เช่น โรคหัด โรคเริม และโรคมือเท้าปาก ในเด็กปกติบางคน อาจพบปื้นขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายแผลที่ลิ้น ที่เรียกกันว่า "ลิ้นแผนที่" ซึ่งปื้นลักษณะดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้ ปื้นอาจจะนูนขึ้นเวลาที่เด็กไม่สบาย ทำให้พ่อแม่คิดว่าเด็กเจ็บมาก แต่ส่วนใหญ่แล้ว เด็กจะไม่รู้สึกเจ็บหรือรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การรักษาเบื้องต้น มักหายได้เองภายใน 3-7 วัน ลิ้นแผนที่จะดีขึ้นเมื่อเด็กหายป่วย การป้ายยาเจนเชียนไวโอเลตอาจช่วยให้อาการทุเลาและทำให้หายเร็วขึ้น แผลในปากส่วนใหญ่มักทำให้เกิดอาการเจ็บ การใช้ยาทาเฉพาะที่ทำได้ไม่สะดวกและช่วยให้อาการทุเลาเพียงชั่วคราว แนะนำให้ดื่มน้ำและนมเย็น อมน้ำแข็ง หรือกินไอศกรีม ที่จะช่วยให้ช่องปากเกิดอาการชา ทำให้อาการเจ็บลดลง สามารถกินอาการและดื่มน้ำได้มากขึ้น
อาการที่ควรปรึกษาแพทย์ โรคเชื้อราในช่องปากที่เป็นซ้ำหลายครั้ง หรือหากพบโรคในเด็กโต แผลขนาดใหญ่และมีจำนวนมาก เจ็บรุนแรง มีเลือดออก หรือไม่หายภายใน 1 สัปดาห์ เด็กดื่มน้ำไม่ได้ หรือมีไข้สูง อ่อนเพลียมาก หรือปัสสาวะลดลง
การป้องกัน เชื้อราป้องกันได้โดยรักษาความสะอาดในช่องปาก หากเลี้ยงด้วยนมแม่ ไม่ควรดื่มน้ำเพื่อล้างคราบนมออก หากดื่มนมผสม จำเป็นต้องดื่มน้ำตามเพื่อล้างคราบนมออก หลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาล สถานที่แออัด หรือเข้าสถานรับเลี้ยงเด็ก
โรคลมชักคืออะไร และทำอย่างไรหากคนใกล้ตัวเป็นโรคลมชัก
อาจารย์นายแพทย์ชูศักดิ์ ลิโมทัย หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคลมชักครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวในการเสวนาหัวข้อ "โรคลมชักคืออะไร และทำอย่างไรหากคนใกล้ตัวเป็นโรคลมชัก" ในงาน "Purple Day 2015 วันโรคลมชักโลก" ซึ่งจัดโดยศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคลมชักครบวงจร แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และมูลนิธิเทียนส่องใจเพื่อคนไข้โรคลมชัก ร่วมกับฝ่ายสวัสดิการสังคม ฝ่ายการพยาบาล
"โรคลมชักสามารถเกิดกับคนในทุกเพศและทุกวัย โดยอาการชักนั้นเกิดจากการปลดปล่อยคลื่นไฟฟ้าสมองที่สร้างจากเซลล์สมองที่ผิดปกติออกมามากพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดการทำงานของสมองที่ผิดปกติ ซึ่งจะเกิดขึ้นชั่วคราว เซลล์สมองที่ผิดปกติที่สร้างคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกตินั้นสามารถเกิดขึ้นที่ผิวสมองส่วนใดก็ได้ ซึ่งจะส่งผลให้อาการแสดงของอาการชักมีความหลากหลาย ขึ้นกับบริเวณของสมองที่เป็นจุดกำเนิดชัก อาการชักจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ประมาณ 1-2 นาที ส่วนใหญ่ไม่เกิน 5 นาที จากนั้นอาการจะหายไป” อาจารย์นายแพทย์ชูศักดิ์ กลัวว่า ดังที่กล่าวข้างต้น อาการชักในผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้ด้วยการรับประทานยาระงับอาการชักที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี ถึงแม้อาการชักจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วหายไป หรือแม้กระทั่งในคนที่อาการชักถูกควบคุมได้แล้วด้วยยา ผู้ป่วยโรคลมชักส่วนหนึ่งกลับยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านทัศนคติ หรือการยอมรับจากสังคม หรือมีปัญหาในการดำรงชีวิต เนื่องจากคนทั่วไปไม่เข้าใจว่าโรคลมชักคืออะไร คนส่วนหนึ่งเข้าใจว่า โรคลมชักคือโรคทางจิตเวช แต่ในความเป็นจริงดังที่กล่าวข้างต้น โรคลมชักเป็นโรคทางสมองซึ่งก็เหมือนกับโรคทางสมองอื่นๆ แต่มีข้อแตกต่างที่อาการของโรคลมชักนั้นจะเกิดขึ้นชั่วครู่แล้วหายไป อาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวขณะที่มีอาการ
ในช่วงที่ไม่มีอาการชัก ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นปกติไม่แตกต่างจากคนปกติทั่วไป ในผู้ป่วยโรคลมชักที่มีอาการชักตั้งแต่เด็ก พบว่าบางรายไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปได้ เนื่องจากคุณครูและเพื่อนๆ มีอาการกลัวไม่กล้าใกล้ชิดด้วย เนื่องจากยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ รวมทั้งยังไม่รู้วิธีที่จะให้การช่วยเหลือหากผู้ป่วยมีอาการชักขึ้นที่โรงเรียน ทำให้ผู้ป่วยเด็กส่วนหนึ่งไม่ได้รับการศึกษาต้องอยู่แต่ในบ้าน ผู้ป่วยในวัยทำงานบางรายไม่สามารถหางานทำได้ เนื่องจากความไม่เข้าใจของนายจ้าง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม เกิดความรู้สึกแตกต่าง และอาจท้อแท้สิ้นหวัง
นายแพทย์ชูศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า "โรคลมชักมีอาการชักหลายรูปแบบ ได้แก่ 1.การชักแบบรู้ตัว มีอาการชักเกร็ง/กระตุกของแขนขาหรือหน้า ด้านใดด้านหนึ่ง, อาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติของแขน/ขาด้านใดด้านหนึ่ง, เห็นแสงระยิบระยับ เป็นต้น 2.การชักแบบไม่รู้ตัว มีอาการชักเหม่อร่วมกับการทำอะไรโดยไม่รู้ตัว เช่น เคี้ยวปาก มือคลำสิ่งของหรือเสื้อผ้าตนเองหรือคนรอบข้าง ชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว เป็นต้น ในบางคนมีอาการเตือนให้รู้ก่อนล่วงหน้า อาการเตือนเหล่านี้ เช่น อาการใจหวิว, แน่นท้องเหมือนมีลมตีขึ้นที่ลิ้นปี่, ความรู้สึกคุ้นเคยต่อเหตุการณ์ หรือสถานที่ เป็นต้น โดยสามารถสังเกตอาการชักของผู้ป่วยได้ คือ อาการชักส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันทุกครั้ง แต่ละครั้งนานประมาณ 1-2 นาที หลังชักผู้ป่วยอาจมีอาการสับสนได้
การปฐมพยาบาลในผู้ป่วยโรคลมชัก นั้นสามารถแบ่งได้ใน 2 กรณี คือ การปฐมพยาบาลขณะมีอาการชักแบบเกร็งกระตุกไม่รู้ตัว ให้ปฏิบัติดังนี้ 1.เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนหงายและตะแคงหน้า 2.คลาย เสื้อผ้าให้หลวมเพื่อให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวก 3.ห้ามใช้ไม้กดลิ้นหรือวัตถุใดๆ สอดเข้าไปในปาก เพราะอาจเกิดอันตรายทั้งต่อตัวผู้ป่วยเองและผู้ที่ให้การช่วยเหลือ
การปฐมพยาบาลขณะผู้ป่วยมีอาการชักเหม่อไม่รู้ตัว ให้ปฏิบัติดังนี้ 1.เฝ้าระวังให้ผู้ป่วยอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เช่น ไม่ให้เดินไปที่หน้าต่างหรือบันได และระวังไม่ให้ผู้ป่วยล้ม จากนั้นรอจนกระทั่งอาการชักหายไป ผู้ป่วยจะรู้ตัวเอง 2.หลีกเลี่ยงการเข้า
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
Mouth sores caused by many children. Depending on the type of disease and the age of the child. Fungal diseases, oral Or a person known as "croup" found in child first year. The fungus in the mouth will look white spots and blisters pooled together. This will make it hurt less and drink milk. This disease must be separated out from a white tongue, which is normally found in
tropical ulcers in the mouth found in children of all ages. Often due to the impact of food or feather stiff toothbrush. Or caused by a viral infection. Some infectious diseases Especially those that are caused by a virus can cause sores in the mouth, such as measles, herpes and HFMD. In some normal children May find a large swath Similar lesions on the tongue Also known as the "tongue map", which pooled as such is associated with allergies. Gun may be raised when the child is sick. Parents think kids are very sore. But most Children will not feel pain or only slight pain
therapy. Usually heal within 3-7 days tongue map is better when the child is cured. The drug label Jen Chien-violet may help alleviate symptoms and heal faster. Mouth ulcers usually cause pain. Using topical ointment can be awkward and help alleviate the symptoms temporarily. Recommended to drink with ice or cold milk and eating ice cream. To allow oral numbness. It reduced pain Symptoms can eat and drink more
symptoms should seek medical advice. Oral fungal disease that is repeated. If the disease is found in older children. Large incision and a lot of pain, severe bleeding or lost within the first week, the children do not drink or have a high fever, fatigue or decreased urine
protection. Fungal prevented by maintaining cleanliness in the mouth. If breast-feeding Do not drink water to wash out milk formula feeding if necessary to drink water, milk stains to wash out. Avoid going to crowded places or in the hospital nursery
epilepsy is. And what to do if someone close to epileptic
professor Dr. Choo Limoges attenuated chief centers of medical excellence comprehensive epilepsy. Chulalongkorn Hospital, said in a seminar. "What is Epilepsy And what to do if someone close to epileptic "and" Purple Day 2015 World Epilepsy Day "organized by the Centre of Excellence in Epilepsy medical services. Of Chulalongkorn Hospital Foundation and Candle Lighting mind for patients with epilepsy. Together with the Department of Social Welfare Nursing department
"Epilepsy can happen to people of all genders and ages. The seizures are caused by the release of EEG brain cells that create abnormal out very well cause brain disorders. This will be a temporary Brain cells that create abnormal EEG abnormalities that can occur anywhere on the surface of the brain. As a result, the symptoms of seizures are diverse. Depending on the area of the brain where seizures originated. Seizures occur only briefly, for about 1-2 minutes, most no more than five minutes, and then the symptoms are gone, "said professor Dr. Choo fear that, as mentioned above. In most patients, seizures can be controlled with proper medication suppresses seizures Despite these seizures occur only briefly and then disappear. Or even in people who have seizures are controlled with medication. Patients with epilepsy in part to the problems faced attitude. Or accepted by society Or problems in life. Because people do not understand what epilepsy is. I understand that part Epilepsy is a mental disorder. But in fact, as discussed above. Epilepsy is a brain disease, which is similar to other brain diseases. But there are different symptoms of epilepsy that occurs briefly and then disappear. May be consciously or unconsciously, as symptoms
during the seizure. Most patients can do various activities. It is usually no different from ordinary people. In patients with epilepsy who had seizures since childhood. Some were unable to attend school in general. Because teachers and friends Symptoms afraid to close it. Because I do not understand about this disease. They also know how to provide assistance if the patient has a seizure at school. The patient's part is not educated to stay indoors. Some patients of working age can not find work. Due to a misunderstanding of employers These problems may result in the patient's lack of confidence in the society. Feel the difference And may be discouraged, hopeless
, Dr. Choo said. "Epileptic seizures are a variety of ways: 1. a diabetic seizure. Symptoms include convulsions / spasms of the limbs or face. One side, numbness or abnormal sensation of the arms / legs to one side, the scintillation 2. The seizure notice. Seizures distracted with something unconsciously feel like chewing, mouth, hands, or clothes, or someone else's belongings. Seizures, spasms and spasticity symptoms in some people, such as a reminder in advance. Warning signs such as these symptoms feel dizzy, distension, like the wind whipping up the epigastric, a feeling familiar to events or locations, etc. can observe seizures patient's seizures most often occur in the same format every time. Each time for about 1-2 minutes after Stroke patients may have symptoms of confusion
aid in patients with epilepsy. Can be divided in two cases: first aid while having seizures, spasticity and spasm involuntarily. Do the following: 1. Open the airway open. Provide the patient in the supine and side 2. Loosen clothing loose so that the patient breathe. 3. Do not use a wooden tongue depressor or any object. Insert into mouth It may be dangerous to both the patient and those who provide assistance
to aid patients with seizures while distracted her. Do the following: 1. Monitor the patient is in a safe place such as a walk to the window or stairs. Be careful not to fall ill. Then wait until the symptoms disappear. Patients will know yourself 2. Avoid
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
Mouth ulcer children born from many causes. Depending on the type of disease and the age of the child, the fungal disease in oral cavity or people called the disease "sang" found in the first year old childThe child has hurt and drink less. This disease to differentiate from his white tongue, which can be found in normal children general
.Symptoms of aphthous ulcer in the oral cavity found in children of all ages. Usually caused by the impact of the food or the toothbrush bristles hard. This is caused by virus infection, infection or something. Especially because of the virus may cause mouth ulcers, such asHerpes simplex and hand, foot and mouth disease in children usually someone may find spots larger similar wound tongue, called a "tongue map" which scrapes such characteristics associated with allergy. Spots may be embossed at the time the child is sick.But in most cases. The child will feel hurt or feel pain only slight
.The initial treatment is often heal itself within 3-7 days. Tongue map will be better when the recovery. The drug labels gentian violet may help symptoms abate and disappear quickly. Mouth ulcer most often cause pain.Recommend drinking water and cold and ice, or ice cream to help oral symptoms of tea to decrease pain, can eat the symptoms and drink more
.The symptoms should consult their doctor fungal disease in oral cavity is repeated several times, or if the disease in older children with many large wounds and pain is severe. Bleeding or lost within the 1 week children water or high fever, very tired.Prevention of fungal prevented by keeping clean in the oral cavity. If feeding with breast milk should not drink water to clean the milk out. If milk is mixed. Need to drink water to clean the milk out, avoid to the hospital, crowded places.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: