National day of Brunei is Brunei from February 23 as the date to the United Kingdom's care. B.e. 2527 January 1 as part independence day (Independence Day) is considered to be an important day in the national pride and people take more than 2 months in advance to prepare for it, there will be a bright color dress. Public servants together in prayer in the mosque, and figures together.Chennai is the oldest national service listed in the documents of Chinese that pro-NI (P'o-ni) and found evidence of a Chinese dynasty Cup glass shards Han. The dash-7 Item 3 centuries manop financial guru, Chennai is the bird's nest, and the evidence that sent tribute, Brunei, Chinese Song dynasty (๑๕๐๓-๑๘๒๒) are also trading with Malacca. Send camphor. Rice, sago Melaka to gold in Exchange for items such as gold cloth from India.Approx. middle of 20 centuries after Melaka tayuet Brunei Darussalam in Portuguese ever accept the authority of Malacca, it is political freedom fully.Brunei is a policy focus on mounting and accept power superpower at the handover as a superpower in the region, such as Spain, as incoming request as First Nations partners. ๒๐๖๔ later in the year in Portuguese ports want to trade interests turned to create relationship with Brunei in ๒๐๖๔ later in Portuguese ports want to trade interests turned to create relationship with Brunei in the year ๒๐๖๗.To befriend and yaengboriwen on the peninsula, as a result, the Malacca Strait and Brunei do not have enemies. Creating political stability can be extended to reach the occupied territory on the West coast of Borneo and the Sulu archipelago. B.e. ๒๐๖๙ Portugal, China and Japan trade grew so much as channel Portugal, Brunei is a stopover between the port city of Malacca to Macau.บรูไนเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงเนื่องจากเกิดการแย่งชิงอำนาจกันเองระหว่างราชวงศ์ ต่างฝ่ายต่างดึงมหาอำนาจทั้งในโปรตุเกสและสเปนเข้ามาฝ่ายตน โดยเสนอยกดินแดนให้แก่ผู้ช่วยเหลือ บรูไนเสื่อมอาจลงอย่างรวดเร็ว พุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๔ บรูไนไม่ได้เป็นเมืองท่าสำคัญอีกต่อไป การค้าระหว่างจีนกับบรูไนสิ้นสุดลงกินแดนทางภาคใต้ของเกาเบอร์เนียวที่เคยเป็นของบรุไนก็กลายเป็นเมืองขึ้นแค่ในนาม ขณะที่ชาวดัตซ์เข้ามาครอบครองตอนกลางของเกาะเบอร์เนียวทีละน้อย ส่วนทางตะวันออกซูลูก้ได้ตั้งตนเป็นอิสระพุทธศตวรรษที่ ๒๔ บรูไนเหลือเพียงอาณาเขตบรูไนในปัจจุบัน เขตซาราวักและบางส่วนของเบอร์เนียวตอนเหนือเท่านั้นอังกฤษเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้ เมื่อเห็นความสำคัญว่าต้องเสาะแสวงหาสถานที่สนับสนุนการค้าภาคตะวันออกไปสู่จีนในช่วง พ.ศ.๒๓๘๓-๒๓๙๒ อังกฤษปราบปรามโจรสลัดในน่านน้ำเบอร์ เนียวจนขยายอาณาเขตสู่บรูไน จึงถือโอกาสทำสัญญากับบรูไน ใน พ.ศ.๒๓๘๐ โดยการตั้งกงศุลและเป็นผู้ให้การยินยิมต่อการยกดินแดนของบรุไนให้ชาติอื่นเซอร์ เจมส์ บรุค (Sir James Brook ) ทหารและนักสำรวจชาวอังกฤษ พ.ศ.๒๓๘๒ ได้เข้ามาช่วยเหลือการปราบจลาจลที่กุจิง จน พ.ศ.๒๓๘๕ สุลต่านบรูไนได้แต่งตั้งเขาให้ครอบครองซาราวัก ในตำแหน่งราชาแห่งซาราวัก (Raja of Sarawak)อังกฤษได้สิทธิเต็มที่ในการค้าขายแบบชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่งจากปัญหาโจรสลัด ความวุ่นวายแย่งชิงอำนาจในหมู่ราชวงศ์และการสูญเสียอำนาจปกครองอาณานิคมทำให้บรูไนเสนอเป็นรัฐอารักขาของอังกฤษด้วยความสมัครใจ และลงนามสัญญารับรององการเป็นรัฐอารักขาในวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๑ มีสาระว่า อังกฤษจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการปกครองภายในประเทศ บรูไนยังคงมีสุลต่านเป็นประมุข และอังกฤษจะได้สิทธิพิเศษทางการค้า การศาล และการเดินเรืออย่างเต็มที่ ห้ามบรูไนยกดินแดนให้แก่ชาวต่างชาติก่อนได้รับการอนุญาตจากอังกฤษอังกฤษได้แต่งตั้งผู้ว่าราชการประจำเขต สเตรทส์ เซทเทิลเมนต์ (Straits Settlement)ของอังกฤษมาเป็นข้าหลวงใหญ่ในบรุไนและทำหน้าที่สำเร็จราชการควบคุมซาราวักและเบอรืเนียวด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลดีแก่บรูไนคือ สามารถยุติความขัดแย้งในหราชวงศ์ได้เด็ดขาด แต่เมื่อเกิดจลาจลในลิมบัง ราชาชาลส์ บรุค (Raja Charles Brook)บีบบังคับให้แยกลิมบังจากการปกครองของบรูไนเมื่อสุลต่านปฏิเสธ บรุคได้ใช้อำนาจยึดลิมบังและถือโอกาสยึดหุบเขาทรูซานเป็นของซาราวักด้วยต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๔๙ บรูไนได้ลงนามสนธิสัญญากับอังกฤษ ยินยิมอยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษเต็มรูปแบบหลังจากสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง อาณานิคมของสหราชอาณาจักร ต่างทยอยกันเป็นเอกราชอังกฤษก็ลดบทบาทในการอารักขาบรูไนลงในปี พ.ศ.๒๕๐๕ ได้มีการจัดเลือกตั้ง พรรคประชาชนเบอร์เนียว (Borneo People’s Party) ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น แต่ถูกกีดกั้นไม่ให้จัดตั้งรัฐบาลต่อมาจึงได้ยึดอำนาจจากสุลต่านทรงได้รับความช่วยเหลือจากกองทหารกูรข่าของอังกฤษที่ส่งตรงมาจากสิงคโปร์ในวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๑ อังกฤษและบรุไนได้ร่วมลงนามสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือระหว่างกัน (The new Treaty of Friendship and Co-operation between the UK and Brunei) ที่กรุงลอนดอน เปิดทางให้บรูไนได้รับอิสรภาพภายในห้าปี และได้มีการลงนามที่เมืองหลวง คือ บรูไนทาวน์ (Brunei Town –ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบันดาร์เสรีเบกาวัน) ลงนามอีกครั้งหนึ่งจัดขึ้นเมื่อ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๒เที่ยงคืนของวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๖ สมเด็จพระราชาธิบดีอัจญี ฮัสซานัล โบลเกียร์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ (His Majesty Paduka Seri Baginda Sultan Haji Hassanal Bolkiah Mu’izzaddin Waddaulah)สุลต่านองค์ที่ ๒๒ ได้ทรงอ่านประกาศเอกราช ณ มัสยิดโอมาร์ อาลี ซัยฟุดดีน กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน หลังจากเสร็จตามพิธีแล้ว พระราชวงศ์และชาวบรูไนกว่า ๓๐,๐๐๐ คนมารวมกันที่สวนฮัจญี เซอร์ โอมาร์ อาลี ซัยฟุดดีน ปืน ๒๑ นัดยิงสลุต จุดดอกไม้ไฟ การเฉลิมฉลองเริ่มขึ้น ๔ วัน ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๗ ผู้แทนจาก ๔๐ ประเทศมาร่วมงานนี้และถือเป็นวันชาติ เป็นเอกราชอย่างสมบูรณ์หลังจากอังกฤษอารักขามาเกือบหนึ่งร้อยปี
การแปล กรุณารอสักครู่..
