I believe that many people are probably familiar with the marketing mix or fixed Marketing Mix as well, but there is not even one half can be a marketing mix that is named 4P. goods and services (Product) price (Price) where to buy (Place), and the marketing campaign (Promotion) are true, because we are always stressing that one more. Make the best of our marketing mix, lack of balance, this factor is often the most neglected is the "price" themselves.For example, one A day, receive a gift voucher to redeem an item, for example, from the newly-opened shopping mall is located near the House. As A point of Exchange to the customer service, they accidentally stumble on one canvas bag sweating A grab bag it up. Flip to flip the t-bag นก็ Tak travel. Try the shoulder then it felt easy access clothing, but enough to flip the price tag brought up A look, put it away, perhaps A reason not to buy, not because there is no money to pay, but they may feel that the price is too afraid of bags that are used to not only break.The best price is the price the consumer satisfied.In the example, you will see that the price has not gone more than other factors, since most of the consumer is deciding whether to buy the product or service in front of d? We have a full range of quality items. The location is appropriate, having an interesting promotion to, if not exactly the consumer mind, anyway. Therefore, in order to stimulate sales, we should apply the pricing strategy and pricing strategy, to boost sales.การให้ส่วนลดถือเป็นกลยุทธ์คลาสสิกที่ไม่ว่าจะใช้เมื่อไหร่ก็ได้ผลดีเสมอ และมักนำไปใช้ควบคู่กับการออกโปรโมชั่นต่างๆ การให้ส่วนลดถือเป็นการกระตุ้นยอดขายได้ดี เพราะนอกจากจะเป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการในปริมาณมากกว่าปกติในช่วงเวลาที่ไม่น่าจะเป็นไปได้แล้ว ยังเป็นตัวช่วยระบายสินค้าค้างสต็อกหรือใกล้หมดอายุได้อีกด้วย เรียกได้ว่าแม้จะไม่ได้กำไรมากเท่าที่ควร แต่อย่างน้อยก็อาจไม่ขาดทุน ทั้งนี้การให้ส่วนลดถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของกลยุทธ์ด้านราคาเกือบทั้งหมด ดังนั้นหากมันไปปรากฏอยู่ในข้ออื่นๆ หลังจากนี้ก็ขอให้เข้าใจว่ามันแตกยอดมาจากกลยุทธ์การลดราคานั่นเองกลยุทธ์นี้สืบเนื่องมาจากแนวคิดที่ว่า "ราคาที่ดีคือราคาที่ผู้บริโภคพอใจ" ผู้บริโภคต่างมีความต้องการจะใช้สินค้าและบริการที่แตกต่างกันออกไป บางคนต้องการสินค้าที่ไม่ต้องมีคุณสมบัติพิเศษมากมายแต่อยู่ในราคาที่เขาสามารถสู้ได้ ขณะที่บางคนยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพื่อให้ได้สินค้าที่ดูดีและคุณภาพเยี่ยม ดังนั้นหลายกิจการจึงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยการผลิตสินค้าและบริการที่มีหลายระดับราคา ซึ่งกระตุ้นยอดขายได้ดีกว่าการขายสินค้าในระดับราคาเดียว ตัวอย่างกิจการที่ใช้กลยุทธ์นี้และเห็นได้ชัดที่สุดในปัจจุบันก็คงจะหนีไม่พ้นบริษัทผลิตอุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์มือถือซึ่งมีหลายระดับราคาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลูกเล่นต่างๆ เช่น ใช้โทรเข้าโทรออกเป็นส่วนใหญ่ ใช้ฟังเพลง ใช้ถ่ายรูป หรือใช้เล่นอินเทอร์เน็ต เป็นต้นราคาล่อใจเป็นกลยุทธ์ที่ห้างซูเปอร์สโตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่ชอบงัดมาใช้แข่งขันกัน คือจัดรายการลดราคาสินค้าใดสินค้าหนึ่งให้ถูกกว่าราคาจริงเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคมาซื้อสินค้าและใช้บริการ ทั้งนี้การใช้กลยุทธ์ราคาล่อใจอาจทำให้ได้กำไรน้อยลงจากที่ควรจะได้ก็จริง แต่หลังจากนั้นเราจะได้รับผลตอบแทนจนเรียกได้ว่าคุ้มค่าการลงทุน เพราะสินค้าและบริการส่วนใหญ่ที่นำมาลดราคามักเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคทั่วไปที่ผู้บริโภคใช้ในชีวิตประจำวันและต้องมีการซื้อซ้ำอยู่แล้ว เช่น น้ำปลา น้ำตาล กระดาษชำระ ฯลฯ ทำให้พวกเขาซื้อในปริมาณที่มาก และส่วนใหญ่เวลาที่ผู้บริโภคมาจับจ่ายก็มักไม่เจาะจงซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียวให้เสียเวลา เราจึงสามารถทำกำไรจากสินค้าตัวอื่นๆ ได้อีกด้วยConsumers are often shaken with the item price is a fraction or odd, but do not apply to the luxurious items.ในทางจิตวิทยา ผู้บริโภคมักหวั่นไหวกับสินค้าที่มีราคาเป็นเศษหรือเป็นเลขคี่ เพราะเขาจะรู้สึกว่าได้ซื้อสินค้าลดราคา ดังนั้นผู้ผลิตส่วนหนึ่งจึงมักตั้งราคาลงท้ายด้วยเลขคี่ โดยเฉพาะเลข 9 ยกตัวอย่าง คนส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าสินค้าที่มีราคา 99 บาท ราคาถูกกว่าสินค้าที่ราคา 100 บาท ทั้งที่จริงๆ แล้วต่างกันแค่ 1 เท่านั้น แต่ 99 ทำให้รู้สึกว่าสินค้าดังกล่าวเป็นหลักสิบมากกว่าหลักร้อย เป็นต้น กลยุทธ์ราคาเลขคี่มักจะใช้กับสินค้าทั่วไปที่มีราคาไม่สูงมาก อย่างเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับต่างๆ ที่ขายในแหล่งวัยรุ่นหรือตามตลาดนัดมากกว่าจะเป็นสินค้าขึ้นห้าง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้กลยุทธ์นี้กับสินค้าที่มีราคาแพง หรูหรา และเน้นขายในกลุ่มคนชั้นสูง เพราะจะทำให้เสียภาพลักษณ์ดูกลายเป็นสินค้าที่เอามาเลหลังลดราคาไปโดยปริยายใช้กระตุ้นยอดขายในเวลาที่ลูกค้าต้องการสินค้าและบริการดังกล่าวน้อย โดยใช้ราคาที่ถูกลงเป็นแรงจูงใจ ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหารมักจัดลดราคาในช่วงวันอังคารถึงวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นช่วงกลางสัปดาห์และคนไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้านกัน แต่ไม่ว่าลูกค้าจะมากจะน้อยทางร้านก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายประจำวันอย่างค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรง ฯลฯ อยู่แล้ว แม้จะไม่ได้กำไรมากเท่าที่ควร แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายประจำวันเหล่านั้นไปโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากการลดราคาถูกลงแล้ว กลยุทธ์ดังกล่าวก็หมายรวมถึงการเพิ่มราคาในช่วงเวลาที่มีลูกค้าคับคั่งอีกด้วย เห็นได้ชัดจากกรณีโรงภาพยนตร์ต่างๆ ที่มักขายบัตรราคาแพงกว่าปกติในรอบวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตอนเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาพักผ่อนสุดสัปดาห์กลยุทธ์ราคาแยกตามกลุ่มลูกค้ามักพบเห็นในการบริการมากกว่าการซื้อสินค้า วิธีนี้จะใช้ความแตกต่างของผู้บริโภคด้านกายภาพ สถานภาพ และกำลังซื้อเป็นเกณฑ์ในการตัดสินราคา เช่น ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์มักคิดค่าบริการกับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีถูกกว่าผู้ใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่ง หรือตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มักมีส่วนลดสำหรับผู้แต่งชุดนักเรียนนักศึกษา ข้อดีของกลยุทธ์นี้คือกลุ่มที่เราลดราคาให้จะเป็นผู้ดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มมาใช้บริการ เช่น สวนสนุกลดราคาค่าผ่านประตูให้เด็ก แต่
การแปล กรุณารอสักครู่..
