พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระโอวาทท่านแปดเซียนเหอเซียนกู และหลันไฉ่เหอ
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน
ณ พุทธสถานจินจง จ. พิจิตร
วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2535
สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ
อันดินดีอุดมสมบูรณ์พร้อม เมื่อพรวนพร้อมปลูกสิ่งใดย่อมได้ผล
อันดินดีเปรียบประดุจจิตของตน ภูมิธรรมลึกย่อมส่งผลเข้าใจธรรม
เราคือ
เหอเซียนกูและหลันไฉ่เหอ รับบัญชาจาก
พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถานน้อมกายเคียมคัล
องค์มารดรแล้ว ถามปราชญ์เมธีทั้งหลายสุขสบายดีฤๅ
น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง
ฮา ฮา
ธรรมสถานแยบยลเงียบสงบ สามารถพบธรรมะแท้สรวงสวรรค์
ช่วยเวไนยผู้หลับไหลเนิ่นนานวัน ตื่นจากฝันแล้วเร่งปลุกผู้ยังนอน
เสียงระฆังดังแว่วแว่วไกลกู่ก้อง เป็นทำนองแห่งธรรมพร่ำเตือนสอน
ให้เร่งปลุกพุทธบุตรพเนจร แผ่ขจรเมตตาจิตให้กว้างไกล
เหล่ามนุษย์ล้วนแต่เห็นแก่ตัว หลงเมามัวยศชื่อเสียงเป็นนิสัย
ทำให้โลกปรวนเปลี่ยนไปมากมาย เกิดเภทภัยเหตุร้ายทรมาน
จิตมนุษย์อสรพิษจิ้งจอกร้าย เล่ห์อุบายมากมายคอยห้ำหั่น
จ้องหักมารทำร้ายชิงประชัน ครั้งนานวันจิตพุทธะสลายไป
ดั่งสายน้ำไหลรื่นระเรื่อยริน แต่ก้อนหินมากั้นกลางมิอาจไหล
นำหินออกให้สายน้ำเดินเรื่อยไป น้ำในใจเปรียบปัญญาประดุจกัน
เมื่อปัญญาไสวสว่างกลางดวงจิต ถูกความคิดฝ่ายอธรรมครอบงำขัง
หลงติดรูปรสกลิ่นเสียงนำหลงทาง หากหยุดยั้งกิเลสดับปัญญาคืน
ฮา ฮา หยุด
ท่านแปดเซียนเหอเซียนกูและท่านหลันไฉ่เหอต้าเซียน ได้เมตตาประทานบทเพลงพระโอวาท
แดดยามเช้าสายลมพัดโชย เหล่าดอกไม้เริ่มเบ่งบาน จุดหมายต้องพบพาน บัดนี้เพียงเริ่มต้นเดิน บำเพ็ญนั้นหนทางแสนไกล อดทนไว้ต้องเผชิญ อุปสรรคคอยซ้ำเติม ไม่ท้อบำเพ็ญต่อไป
หากขาดแล้วซึ่งการทดสอบ อีกความทุกข์ระทมใจ มุ่งบำเพ็ญเดินง่ายดาย มรรคผลไม่มีบังเกิด กระหน่ำฝนซ้ำพายุส่ง เมฆหมอกครึ้มมาบดบัง บำเพ็ญต้องระวัง พุทธะให้กำลังใจ
เรือกลางทะเล กระหน่ำลอยตามแรงลม พายเรือเวียนวน สุดอับจนไหลปลายทาง บัดนั้นบันได แห่งธรรมงดงามกระจ่าง พบตนจริงฝั่งธรรมแลเห็น
เมื่อยามเช้าแสงอาทิตย์ส่อง เมฆใหญ่น้อยไม่บดบัง ผ่านสุดหนทาง สดใสหลังฝนกระหน่ำ หมอกยามเช้าหลังฝนงดงาม อีกธารน้ำไกลสุดตา เหน็ดเหนื่อยผ่านเรื่อยมา สุดท้ายปัญญาส่องทาง
ทำนอง เอวี้ยน ชัง เทียน เปี้ยน เหลี่ยว ซิน
พวกเราบำเพ็ญธรรมะปฏิบัติธรรมะทำงานเพื่อเบื้องบน
ไม่ใช่เป็นเรื่องงมงาย แต่เป็นการทำงานเพื่อธรรมะอย่างแท้จริง
ไม่ใช่ทำเพื่อหวังให้ตนเองสุขสบาย แต่ต้องทำเพื่อหวังให้ทุกคนมีความสุข
ไม่ใช่ทำเพื่อหวังให้ตัวเองจะได้ขึ้นสวรรค์ แต่จะต้องทำเพื่อหวังที่จะนำสวรรค์ย้ายลงมาอยู่บนโลกมนุษย์
ทุกคนลองคิดดู ถ้าหากโลกนี้รักใคร่ปรองดองกันเหมือนพี่น้อง ทุกคนมีความรักจริงใจให้กัน เอื้ออาทรต่อกัน โลกนี้มีแต่ความสงบสุข เหมือนดินแดนสวรรค์ไหม
สวรรค์นั้นไม่ใช่เบื้องบนประทานสร้างขึ้นมาให้เรา แต่สวรรค์นั้นเกิดจากมนุษย์เราเองเป็นผู้สร้างขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าสวรรค์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมานั้น ย่อมจะดีกว่า เพราะว่าเมื่อเรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เราก็สามารถจะพบกับความสุขแบบสวรรค์ได้ ไม่ต้องรอจนกระทั่งสิ้นชีพไปแล้ว จึงจะได้พบกับความสุขแบบสวรรค์ที่เบื้องบนเป็นผู้ประทานให้ เช่นในทุกวันนี้ ทุกท่านอยู่ร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ก็เหมือนกับร่วมกันอยู่ในดินแดนสวรรค์ ที่นี่ทุกคนต่างก็มีความจริงใจให้แก่กัน
(มีต่อ)