ศูนย์ไอซีทีชุมชนเฉลิมพระเกียรติวัดโพธิการาม
ต. โพนสูง อ. ปทุมรัตต์ จ. ร้อยเอ็ด
ย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนเฉลิมพระเกียรติวัดโพธิการาม เคยเป็นศูนย์การเรียนการสอน กศน. แต่เมื่อต้นปี 2550 คอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ทำให้พระอธิการวิเชียร ผาสุโก เจ้าอาวาสวัดสระเกษ ซึ่งเป็นวัดในจังหวัดเดียวกัน ได้ชักชวนพระครูโพธิวีรคุณเพื่อหาทางพัฒนาชุมชน โดยแนะนำให้ทำเรื่องยื่นไปพร้อมกันที่กระทรวงไอซีทีจากที่เห็นในอินเตอร์เน็ต และได้รับการอนุมัติจัดตั้งศูนย์ไอซีทีในอีก 1 ปีถัดมา
"หลังจากพัฒนามาเป็นศูนย์ไอซีที ทำให้ชาวบ้านได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้น และที่สำคัญทำให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมอยู่ในชุมชน อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายและยังส่งเสริมทางด้านอาชีพ เช่น สินค้าพื้นบ้าน อย่าง ตุ๊กตาญี่ปุ่น น้ำผึ้ง ฯลฯ ก็สามารถนำไปประชาสัมพันธ์ผ่านอินเตอร์เน็ตได้" พระครูโพธิวีรคุณ ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเฉลิมพระเกียรติวัดโพธิการาม เล่าให้ฟังถึงที่มาของการจัดตั้งศูนย์ไอซีทีแห่งนี้
"เปิดตอนพระตื่น ปิดตอนพระหลับ" คือการเปิดให้บริการแบบนันสต็อปของที่นี่ เพราะในชนบทหลายแห่ง มักจะไม่ค่อยมีร้านอินเตอร์เน็ตเปิดให้บริการ พระครูโพธิวีรคุณจึงเปิดให้ทุกคนเข้ามาใช้งานได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด ตั้งแต่เรียนคอมพิวเตอร์จนไปถึงพิมพ์งาน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทุกคนในชุมชน แถมยังมีเยาวชนจากพื้นที่ใกล้เคียง และเครือข่ายไอซีจังหวัดต่างๆ ให้ความสนใจส่งเยาวชนมาเข้าค่ายเพื่ออบรมพัฒนาศักยภาพเรื่องคอมพิวเตอร์อย่างไม่ขาดสาย
วิไลวรรณ กมุททรง ประธานกลุ่มสินค้าชุมชน ตุ๊กตาไหมพรม เล่าว่า "มาใช้บ่อย เกือบทุกวัน เพราะต้องติดต่อลูกค้าจากประเทศญี่ปุ่นทางอีเมล รวมทั้งค้นหาแบบตุ๊กตาใหม่ๆ เพื่อพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ตอนนี้สามารถหาลูกค้าทางอินเตอร์เน็ตได้หลายประเทศ เป็นเพราะศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ต้องขอขอบคุณทางวัด และกระทรวง ICT เป็นอย่างมากที่ให้เรามีอินเตอร์เน็ตใช้"
พร้อมกันนั้นวิทยากรผู้ให้ความรู้ในการอบรมคอมพิวเตอร์หลักสูตรต่างๆ ล้วนเคยเป็นผลผลิต ศิษย์เก่าผู้ที่เคยผ่านการอบรมความรู้มาก่อน แวะเวียนกันมาให้ความรู้โดยไม่คิดค่าตอบแทน
"แต่ก่อนผมอาจใช้เวลาว่างในการไปเที่ยว เฮฮาอย่างวัยรุ่นคนอื่น แต่พอวันหนึ่งพระอาจารย์บอกผมให้มาทำงานในศูนย์ ICT ก็คิดว่าจะได้ทำงานพอดีในช่วงว่างๆ แต่พอได้มาทำแล้ว รู้สึกว่ามันเหมือนมีแรงดึงดูดอยากทำไปเรื่อยๆ บอกได้เลยว่ามันเหนื่อยมาก ค่าตอบแทนก็ไม่ได้เพราะทำแบบอาสาสมัครช่วยเหลือศูนย์ แต่มันมีสิ่งที่ตอบแทนคือความภูมิใจ ความสบายใจที่ได้ทำงานให้กับคนอื่น รู้สึกดีที่มีคนเรียกว่า คุณครู ซึ่งคำนี้มันเป็นคำที่มีเกียรติมาก
วัดในมุมมองของผมมันไม่ใช่แค่สถานที่ที่ใช้ประกอบศาสนพิธี ไม่ใช่แค่ที่พระอยู่ ไม่ใช่แค่ที่ที่ใช้เผาศพคนที่ตายแล้ว แต่มันคือศูนย์รวมจิตใจ และเป็นสถานที่บอกถึงความเป็นมนุษย์ ความเป็นชาติ ความสงบ วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเป็นสถานที่ที่สอนอะไรหลายๆ อย่างแก่มนุษย์ แต่ทำไมปัจจุบันมนุษย์เราไม่เข้าไปในแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ ลองเข้าไปใช้บริการดู แค่อาทิตย์ละครั้ง ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ไป" เสียงบอกเล่าความรู้สึกจาก ไมค์ จาตุรนต์ ดอนเหนือ เยาวชนอาสาวัย 17 ปี
นอกจากวัดจะช่วยสั่งสอน อบรม บ่มนิสัย ขัดเกลาจิตใจให้คนในชุมชมเป็นคนดีแล้ว วัดยังให้ความรู้ ให้อาชีพ และสอนให้รู้จักดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ทุกวันนี้วัดโพธิการาม ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือสถานที่นั่งวิปัสสนาเพียงอย่างเดียว วัดแห่งนี้ยังทำหน้าที่เสมือนห้องเครื่องของชุมชน ขับเคลื่อนไปอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การเป็นที่ตั้งของธนาคารชุมชน และที่ตั้งของร้านค้าชุมชนจากการรวมหุ้นของชาวบ้าน ภายใต้ชื่อภาษาอีสานว่า เซาเซ็น ที่แปลว่า งดสินเชื่อ พร้อมเปิดหอกระจายข่าวและหอประชุมให้ชุมชนได้ใช้สถานที่ไว้สำหรับจัดกิจกรรม
เมธี ลาหล้าเลิศ ชาวบ้าน ต. โพนสูง บอกเล่าถึงความภูมิใจต่อวัดเล็กๆ ในชนบทของเขาว่า แม้เราจะอยู่ห่างไกลตัวเมือง แต่เรายังได้เป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้า มีโอกาสรับความรู้ทั้งด้านคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ ทั้งคนในชุมชนและคนต่างชุมชน หรือจากต่างจังหวัดเข้ามาใช้ ในลักษณะของทั้งการเข้ามาใช้ และการเข้ามาอบรมหลักสูตรต่างๆ มากมาย และทั้งยังมีผู้คนเข้ามาศึกษาดูงานเป็นจำนวนมาก จนเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง
ชุมชนตื่นตัวดี มีกลุ่มชาวบ้านและเยาวชนเข้ามาช่วยกันดูแลศูนย์ ICT ชุมชนเฉลิมพระเกียรติวัดโพธิการามอย่างไม่ขาดสาย ทำให้คนในชุมชนได้ใกล้ชิดกัน ไม่ใช่แค่การก้าวทันเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสาร แต่ผลที่ได้กลับคืนมา คือ ชุมชนที่เข้มแข็ง