วัดโพธิ์
ใครที่จะพูด วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร และเป็นวัดประจำรัชการที่ 1 ประวัติตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดโพธิ์ ครั้งสมัย รัชการที่1 โปรดเกล้าให้สถาปานาวัดนี้ใหม่ ในปี 2331 โดยสร้างพระอุโบสถ พระระเบียง พีะวิหาร แล้วเสร็จในปี 2344 แลเได้ทรงโปรดเกล้าพระทานนามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส ครั้นในสมัย รัชกาลที่4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดให้แก้สร้อยพระนามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ทุกๆ พระองค์ทรงถือเป็นพระราชประเพณี ที่จะทรงบูรณะซ่อมแซมวัดนี้ ทุกๆ พระองค์. วัดนี้ เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยแห่งแรก นอกจากนี้เป็นที่รวบรวมสรรพวิชาหลายแขนง และทางยูเนสโก ได้ขึ่ง้นทะเบียนมรดกความทรงจำโลก ของถูทิภาคเอเชียแปซิกฟิก พูดถึงเป็นวัดที่มีเจย์มากที่สุด 99 องค์ และพระเจย์ที่สำคัญ คือเจดีย์สี่ราชการ คือ
1 พระมหาเจดีย์ศรีสรรพเพชรดาญาน นับเป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่1 องค์พระเจดี ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว.
2 พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิธาน ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว. ประจำรัชกาลที่ 2
3 พระมหาเจดีย์มุนีบัตรบริขาร ประดับกระเบื้อวเคลือบสีเหลือง ประจำรัชกาลที่3.
4 พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย กระเบื้องเคลือบสีร้ำเงิน ประจำรัชการที่ 4
ให้พูดถึง วิหารพระพุทธไสยาส สร้างสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาส ( พระนอนประจำคนเกิดวันอัวคาร ) เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ปิดทองทั่วทั้งองค์ มีขนาดใหญ่เป็นอันอับที่3 ของประเทศ โดยมีลักษณะพิเศษ ได้แก่พระบาทซ้ายและขวาซ้อนเสมอกัน ที่พระบาทประดับมุกมงคล 108 ประการ ตรงกลางเป็นรูปจักรตามมหาปุริสลักขณะ ตามคติความเชื่อที่รับมาจากชมพูทวีปและจีน. เขตพระอุโบสถ สร้างตามคติไตรภูมิพระร่วง โดยให้พระอุโบสถเป็นเสมือนเขาพระสุเมรุ และให้วิหารทั้ง4 เป็นเสมือนทวีปหลักทั้งสี่ ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน พระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระพุทธปางสมาธิ พูดถึงรูปปั้นฤาษีดัดตนเดิมมี 80 ท่า ต่อมามีการเสียหายจากการเคลื่อนย้าย และถูกลักลอบไปขายบางส่วน ดั้นนั้นรูปปั้นฤษีดัดตนจึงมีเหลือเพียง 24 ท่า