จุดแข็ง (Strength) ของภาคอุตสาหกรรมไทย 1. ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแรงง การแปล - จุดแข็ง (Strength) ของภาคอุตสาหกรรมไทย 1. ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแรงง อังกฤษ วิธีการพูด

จุดแข็ง (Strength) ของภาคอุตสาหกรรม

จุดแข็ง (Strength) ของภาคอุตสาหกรรมไทย
1. ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแรงงานที่มีทักษะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และจัดอยู่ในกลุ่มของ ประเทศที่มีอัตราค่าแรงงานต่ํา ส่งผลให้ภาคการผลิตของไทยส่วนใหญ่เป็นภาคการผลิตที่ใช้แรงงาน เป็นหลัก
2. ค่าจ้างแรงงานของไทยยังไม่สูงเท่าใดนัก ทําให้ภาคการผลิตของไทยยังคงมีความสามารถในการ แข่งขันด้านแรงงาน
3. มีวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีศักยภาพ ประเทศไทยมีวัตถุดิบด้านการเกษตรที่มีศักยภาพทั้งในด้าน ปริมาณและคุณภาพ และมีผลผลิตทางการเกษตรที่หลากหลาย เช่น ข้าว ยางพารา อ้อย ผักและ ผลไม้สด เป็นต้น จึงเป็นจุดแข็งของประเทศไทยที่สามารถนําวัตถุดิบด้านการเกษตรเหล่านี้มาผลิต สินค้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อนัจะนําไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กบัประเทศไทยได้
4. ประเทศไทยมีที่ตั้งเหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางภูมิภาค ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ (Strategic Location) ในแถบภูมิภาคนี้ เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในทวีปเอเชียในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ในบริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า "คาบสมุทรอินโดจีน" ที่ตั้งสําหรับประเทศไทยจัดว่ามีลักษณะดี และส่งผลดีในหลายด้าน โดยเฉพาะที่ตั้งทางเศรษฐกิจ (Economic Location) เนื่องจากภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรหนาแน่น เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ หลายชนิด เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลก ดังนั้นจึงนับได้ว่าภูมิภาคนี้เป็นตลาดที่สําคัญ ตลาดหนึ่งและยังเป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตที่สําคัญของโลกอีกด้วย ซึ่งการที่ประเทศไทยตั้งอยู่ใน ศูนย์กลางของภูมิภาคนี้จึงเป็นประโยชน์ทั้งในแง่ของการขายสินค้าและการหาวัตถุดิบ นอกจากนี้ จากสภาพภูมิประเทศดังกล่าวของประเทศไทยยังส่งผลให้เกิดความสะดวกในการติดต่อกับโลก ภายนอก การขนส่ง การค้าขายกับต่างประเทศทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ
5. การคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศครอบคลุมและรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการสํารวจเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั้งของสถาบันนานาชาติเพื่อการจัดการ (Institute of Management and IMD) และสถาบันจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและธุรกิจ (World Economic Forum : WEF) พบว่า ไทยยังคงมีจุดแข็งในเรื่องของการคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศ เนื่องจากที่ผ่านมาภาครัฐให้ความสําคัญกับการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะ เป็นการพัฒนาเส้นทางการขนส่งทางบกให้สามารถเชื่อมโยงกันได้ทั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังมีการ พัฒนาเส้นทางหลักๆให้สามารถเชื่อมโยงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศใกล้เคียงกันในแถบ ภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นลาวซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังเวียดนาม จีน พม่า และมาเลเซีย เป็นต้น นอกจากนี้ สําหรับการขนส่งทางอากาศประเทศไทยได้เปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งนับว่าเป็น สนามบินที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพแห่งหนึ่งของโลก ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลดีต่อ การขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมและบริการ ให้สามารถครอบคลุมและรองรับอย่างมีประสิทธิภาพทั้ง ภายในและภายนอกประเทศ
6. ประเทศไทยมีพัฒนาการทางธุรกิจการค้าและการอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น พม่า ลาว และกัมพูชา เป็นต้น ดังนั้น จึงควรเร่งดําเนินการปรับปรุงขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยการลดต้นทุนค่าใช้จา่ยด้านโลจิสติกส์ปรับปรุงบรรยากาศด้านการลงทุนเพื่อเป็นแหล่งดึงดูดการ ลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ทั้งในอาเซียนและนอกอาเซียน เตรียมพร้อมต่อการเปิดเสรีภาคบริการและการลงทุนอย่างเต็มที่ในปี 2558 ตามข้อตกลงของกลุ่มอาเซียน รวมทั้ง การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ และสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

จุดอ่อน (Weakness) ของภาคอุตสาหกรรมไทย
1. ภาคการผลิตของไทยยังมีประสิทธิภาพการผลิตต่ํา จะเห็นได้จากข้อมูลการสํารวจปัจจัยในการ แข่งขันทั้ง 4 ด้านที่ทางสถาบันนานาชาติเพื่อการจัดการ (Institute of Management and Development: IMD) สํารวจไว้ ปัจจัยที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพการผลิตที่ต่ําของภาคการผลิต ของไทย คือ ประสิทธิภาพการดําเนินธุรกิจ (Business Efficiency) ซึ่งมีตัวชี้วัด คือ ผลิตภาพการ ผลิต (Productivity) และเมื่อพิจารณาในรายละเอียดของตัวชี้วดัภายในกลุ่มประสิทธิภาพและผลิต ภาพ IMD ได้รายงานจุดอ่อนของประเทศไทยไว้ 2 ตัวที่สําคัญ ได้แก่ ผลิตภาพแรงงาน และ ประสิทธิภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) ของไทยยังอยู่ในระดับต่ําเมื่อเทียบกับมาตรฐานซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย เนื่องจากผลิตภาพ แรงงาน และประสิทธิภาพการดําเนินธุรกิจของ SMEs ถือเป็นส่วนสําคัญ ในการผลักดันผลิตภาพ ของประเทศให้เติบโตในระยะยาว นอกจากนี้ ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ก็อยู่ใน ระดับที่ต่ําเช่นเดียวกัน โดยตัวชี้วัดย่อยที่อยู่ในหมวดปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานนั้น ประกอบด้วย
Development : ระดับการศึกษา (Education) โครงสร้างทางเทคโนโลยี (Technical Infrastructure) โครงสร้าง วทิยาศาสตร์ (Scientific Infrastructure) สงิ่แวดล้อมและสาธารณสุข (Environment & Health) ซึ่ง IMD ได้ให้คะแนนในเรื่องดังกล่าวอยู่ในกลุ่มคะแนนต่ําทั้งสิ้น จากผลสํารวจดังกล่าวสะท้อน ความเป็นจริงที่วา่การผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสําคัญของประเทศ ยังอาศัยความได้เปรียบ ในการแข่งขันจากการใช้แรงงานค่าแรงต่ําและทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก แต่การเพิ่มผลิตภาพ การผลิต (Productivity) ด้วยนวัตกรรมยังมีน้อยมาก เห็นได้จากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ของภาคเอกชนไทยยังอยู่ในระดับต่ํา ส่วนผลิตภาพของ อุตสาหกรรมไทยโดยรวมค่อนข้างต่ํามีจุดอ่อนหลายจุด เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่มที่ยังมีน้อย เทคโนโลยีล้าสมัย คุณภาพวัตถุดิบไม่สม่ําเสมอและขาดแคลนแรงงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความรู้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงปัญหาด้านการเงินและหนี้สินของผู้ประกอบการ อีกทั้ง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ยังขาด ประสิทธิภาพในการบริหารงาน ส่งผลให้การสร้างมูลค่าของสินค้าและบริการอยู่ในระดับที่ค่อนข้าง ต่ํา
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
Strengths (Strength) of Thailand 1. Thailand is a country where skilled workers relative to other countries, and is in a group of countries with low labor rate. As a result, Thailand's production sector, mainly the manufacturing sector which is primarily labour. 2. wage labour of Thailand has not much high. To make the manufacturing sector of Thailand still has the ability to compete, labor. 3. agricultural raw materials potential Thailand-country agricultural raw materials has the potential both in terms of quantity and quality, and have a wide variety of agricultural production, such as timber, sugarcane, rice, fresh fruits and vegetables, etc., are the strengths of the country Thailand that can bring these agricultural raw materials produce. To create added value อนัจะนำ to increase the competitiveness, kabap in Thailand. 4. ประเทศไทยมีที่ตั้งเหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางภูมิภาค ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ (Strategic Location) ในแถบภูมิภาคนี้ เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในทวีปเอเชียในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ในบริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า "คาบสมุทรอินโดจีน" ที่ตั้งสําหรับประเทศไทยจัดว่ามีลักษณะดี และส่งผลดีในหลายด้าน โดยเฉพาะที่ตั้งทางเศรษฐกิจ (Economic Location) เนื่องจากภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรหนาแน่น เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ หลายชนิด เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลก ดังนั้นจึงนับได้ว่าภูมิภาคนี้เป็นตลาดที่สําคัญ ตลาดหนึ่งและยังเป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตที่สําคัญของโลกอีกด้วย ซึ่งการที่ประเทศไทยตั้งอยู่ใน ศูนย์กลางของภูมิภาคนี้จึงเป็นประโยชน์ทั้งในแง่ของการขายสินค้าและการหาวัตถุดิบ นอกจากนี้ จากสภาพภูมิประเทศดังกล่าวของประเทศไทยยังส่งผลให้เกิดความสะดวกในการติดต่อกับโลก ภายนอก การขนส่ง การค้าขายกับต่างประเทศทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ 5. การคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศครอบคลุมและรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการสํารวจเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั้งของสถาบันนานาชาติเพื่อการจัดการ (Institute of Management and IMD) และสถาบันจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและธุรกิจ (World Economic Forum : WEF) พบว่า ไทยยังคงมีจุดแข็งในเรื่องของการคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศ เนื่องจากที่ผ่านมาภาครัฐให้ความสําคัญกับการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะ เป็นการพัฒนาเส้นทางการขนส่งทางบกให้สามารถเชื่อมโยงกันได้ทั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังมีการ พัฒนาเส้นทางหลักๆให้สามารถเชื่อมโยงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศใกล้เคียงกันในแถบ ภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นลาวซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังเวียดนาม จีน พม่า และมาเลเซีย เป็นต้น นอกจากนี้ สําหรับการขนส่งทางอากาศประเทศไทยได้เปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งนับว่าเป็น สนามบินที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพแห่งหนึ่งของโลก ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลดีต่อ การขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมและบริการ ให้สามารถครอบคลุมและรองรับอย่างมีประสิทธิภาพทั้ง ภายในและภายนอกประเทศ 6. ประเทศไทยมีพัฒนาการทางธุรกิจการค้าและการอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น พม่า ลาว และกัมพูชา เป็นต้น ดังนั้น จึงควรเร่งดําเนินการปรับปรุงขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยการลดต้นทุนค่าใช้จา่ยด้านโลจิสติกส์ปรับปรุงบรรยากาศด้านการลงทุนเพื่อเป็นแหล่งดึงดูดการ ลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ทั้งในอาเซียนและนอกอาเซียน เตรียมพร้อมต่อการเปิดเสรีภาคบริการและการลงทุนอย่างเต็มที่ในปี 2558 ตามข้อตกลงของกลุ่มอาเซียน รวมทั้ง การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ และสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในเวทีโลก จุดอ่อน (Weakness) ของภาคอุตสาหกรรมไทย 1. ภาคการผลิตของไทยยังมีประสิทธิภาพการผลิตต่ํา จะเห็นได้จากข้อมูลการสํารวจปัจจัยในการ แข่งขันทั้ง 4 ด้านที่ทางสถาบันนานาชาติเพื่อการจัดการ (Institute of Management and Development: IMD) สํารวจไว้ ปัจจัยที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพการผลิตที่ต่ําของภาคการผลิต ของไทย คือ ประสิทธิภาพการดําเนินธุรกิจ (Business Efficiency) ซึ่งมีตัวชี้วัด คือ ผลิตภาพการ ผลิต (Productivity) และเมื่อพิจารณาในรายละเอียดของตัวชี้วดัภายในกลุ่มประสิทธิภาพและผลิต ภาพ IMD ได้รายงานจุดอ่อนของประเทศไทยไว้ 2 ตัวที่สําคัญ ได้แก่ ผลิตภาพแรงงาน และ ประสิทธิภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) ของไทยยังอยู่ในระดับต่ําเมื่อเทียบกับมาตรฐานซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย เนื่องจากผลิตภาพ แรงงาน และประสิทธิภาพการดําเนินธุรกิจของ SMEs ถือเป็นส่วนสําคัญ ในการผลักดันผลิตภาพ ของประเทศให้เติบโตในระยะยาว นอกจากนี้ ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ก็อยู่ใน ระดับที่ต่ําเช่นเดียวกัน โดยตัวชี้วัดย่อยที่อยู่ในหมวดปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานนั้น ประกอบด้วย Development : ระดับการศึกษา (Education) โครงสร้างทางเทคโนโลยี (Technical Infrastructure) โครงสร้าง วทิยาศาสตร์ (Scientific Infrastructure) สงิ่แวดล้อมและสาธารณสุข (Environment & Health) ซึ่ง IMD ได้ให้คะแนนในเรื่องดังกล่าวอยู่ในกลุ่มคะแนนต่ําทั้งสิ้น จากผลสํารวจดังกล่าวสะท้อน ความเป็นจริงที่วา่การผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสําคัญของประเทศ ยังอาศัยความได้เปรียบ ในการแข่งขันจากการใช้แรงงานค่าแรงต่ําและทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก แต่การเพิ่มผลิตภาพ การผลิต (Productivity) ด้วยนวัตกรรมยังมีน้อยมาก เห็นได้จากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ของภาคเอกชนไทยยังอยู่ในระดับต่ํา ส่วนผลิตภาพของ อุตสาหกรรมไทยโดยรวมค่อนข้างต่ํามีจุดอ่อนหลายจุด เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่มที่ยังมีน้อย เทคโนโลยีล้าสมัย คุณภาพวัตถุดิบไม่สม่ําเสมอและขาดแคลนแรงงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความรู้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงปัญหาด้านการเงินและหนี้สินของผู้ประกอบการ อีกทั้ง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ยังขาด ประสิทธิภาพในการบริหารงาน ส่งผลให้การสร้างมูลค่าของสินค้าและบริการอยู่ในระดับที่ค่อนข้าง ต่ํา
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: