(VOVworld) – a day to worship the King as a day padded book tea hung Viet Nam national task, which is located in the heart of the Viet Nam people always. Even where residence, but when the third Monday 10th khati. Nationals of Viet Nam, who has focused on soil properties around a root khetonuson place historic district hung Cathedral e kueang. Amphoe Phu Prefecture of the rabbit, which Tower loem is a symbol of the unity of the whole nation, smash, Viet Nam.Scores of job book King hung and hung Cathedral Festival is an annual event that is held at the Temple in chorus Prefecture hung Kings, fathers of the rabbit to make a study of history is the national drink of the need to think about the sources of water, per person, all versions of Viet Nam, grateful towards guidance in creating a tribal kings hung in national and resisting the enemy invaders to protect national city home of ancestors so. The awakening ceremony book King hung, so are the days of work of both Nations, Viet Nam.Root properties in national unity. ยุคของบรรพกษัตริย์หุ่งเป็นยุคที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของเวียดนาม ซึ่งได้สร้างชาติ สร้างวัฒธรรมและเกียรติประวัติแห่งความรักชาติของคนเวียดนาม วันสักการะบรรพกษัตริย์หุ่งเป็นวันงานแห่งชาติเวียดนาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคติประจำใจของคนเวียดนามคือ “ดื่มน้ำต้องนึกถึงแหล่งที่มาของน้ำ” “กินผลต้องนึกถึงผู้ปลูก” ในโลกนี้อาจไม่มีประเทศใดที่มีประชาชนมาจากรากเหง้าเดียวกันและมีวันบวงสรวงผู้ที่สร้างชาติเหมือนประชาชาติเวียดนาม จากตำนานเกี่ยวกับการที่เจ้าแม่เอิวเกอมีประสูติกาลเป็นไข่ร้อยฟอง แล้วออกมากลายเป็นลูก 100 คน 50คนลงทะเลตามบิดาคือพญามังกรหลากลองกวน และอีก 50 คนตามมารดา ซึ่งเป็นนางฟ้าเดินทางเข้าป่า ได้ปลูกฝังจิตสำนึกเกี่ยวกับความเป็นประชาชาติ เป็น “ด่งบ่าว” และความผูกพันธ์กันอย่างเหนียวแน่นของชาวเวียดนามโดยความหมายของคำว่า “ด่งบ่าว” คือการที่ออกมาจากไข่ร้อยฟองเดียวกัน เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความรักใคร่และพลังอันเข้มแข็งของเวียดนาม นางแคธเทอร์ริน มูลเลอร์ มาริน หัวหน้าสำนักงานตัวแทนองค์การยูเนสโกประจำเวียดนามได้เผยว่า “ชาวเวียดนามเชื่อว่า พวกเขามาจากไข่ร้อยฟองอันศักดิ์สิทธิ์ของนางฟ้าเอิวเกอ ซึ่งมีรากเหง้าเดียวกัน ดังนั้นพิธีเส้นไหว้สักการะบูชาบรรพกษัตริย์หุ่งเป็นคำสอนเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของความสามัคคีและความเป็นเอกฉันท์ พร้อมทั้งความสำคัญของการรับรองคุณค่าวัฒนธรรมที่หลากหลายในความเป็นเอกฉันท์เพราะมีรากเหง้าเดียวกัน ความสัมพันธ์ของคนในสายเลือดเดียวกันที่เกิดจากความรักระหว่างพญามังกรหลากลองกวนกับนางฟ้าเอิวเกอ ความเชื่อนี้จะผนึกชาวเวียดนามรุ่นแล้วรุ่นเล่าเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้นเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาติ” จากพื้นฐานแห่งประวิตศาสตร์นั้น โอวาทของประธานโฮจิมินห์ในโอกาสพูดคุยกับกองทัพเดินหน้าเมื่อวันที่ 19 กันยายนปี 1954 ที่วิหารหุ่งความว่า “บรรพกษัตริย์หุ่งมีคุณูปการในการสร้างชาติ เราทุกคนต้องร่วมกันปกป้องชาติให้ได้” ยังคงฝังลึกในหัวใจของคนเวียดนามรุ่นแล้วรุ่นเล่าถ้าหากมองในแง่สังคม คุณค่าของความเลื่อมใสศรัทธาในการบูชาบรรพกษัตริย์หุ่งได้แสดงให้เห็นถึงการรักษาความเชื่อมโยงของชุมชนและความสามัคคีชนในชาติ เมื่อเดือนธันวาคมปี 2012 ยูเนสโกได้รับรองความเลื่อมใสศรัทธาในการบูชาบรรพกษัตริย์หุ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมนามธรรมแห่งมนุษยชาติ โดยระบุอย่างชัดเจนว่า “ความเลื่อมใสศรัทธาในการบูชาบรรพกษัตริย์หุ่งได้แสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อบรรพบุรุษและจากนั้นได้ยกระดับเป็นความภาคภูมิใจเกี่ยวกับประชาชาติและความเชื่อมโยงในชุมชนชาวเวียดนามทั้งประเทศ" วิหารหุ่งถือเป็นจุดชุมนุมของคนเวียดนามจากทั่วสารทิศในวันที่ 10 เดือน 3 ตามจันทรคติ ซึ่งเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าพิเศษของชาวเวียดนามและเป็นสัญลักษณ์ของบรรพบุรุษเวียดนามที่มีเกียรติประวัติอันรุ่งโรจน์ในการสร้างสรรค์และพิทักษ์รักษาปิตุภูมินับพันปี ในวันบวงสรวงบรรพกษัตริย์หุ่ง ชาวเวียดนามจากทั่วสารทิศและชมรมชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศต่างเข้าร่วมกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อแสดงความเคารพต่อบรรพกษัตริย์หุ่งผู้ที่สร้างชาติและบรรพบุรุษที่ได้สร้างสรรค์และปกป้องประเทศ โดยวิหารหุ่งที่ภูเหงียะหลิง จังหวัดฟู้เถาะและวิหารบรรพกษัตริย์หุ่งในท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศและในต่างประเทศได้กลายเป็นที่พึ่งอันมั่นคงทางจิตวิญญาณ เป็นศูนย์รวมความศรัทธาและความเชื่อมั่นของชาวเวียดนามทุกคน ดังนั้นถ้าหากเป็นคนเวียดนาม ทุกคนต่างมีความปรารถนาที่จะได้เดินทางถึงผืนแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ฟู้เถาะเพื่อจุดธูปสักการะบรรพกษัตริย์หุ่ง นางเกี่ยวแอง มาจากจังหวัดกว๋างบิ่งเผยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาเยือนผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษ ซึ่งมีความรู้สึกเหมือนลูกหลานกลับไปเยือนบ้านเกิด “คนเวียดนามต้องหาโอกาสกลับผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษ จุดธูปเพื่อแสดงความเคารพต่อบรรพกษัตริย์หุ่ง ดิฉันก็เหมือนทุกคนที่มาที่นี่ที่มีความยินดีและตื้นตันใจมากเมื่อได้ยืนอยู่ ณ ที่นี่” ส่วนคุณเหงียนต๊วนแอง อาศัยที่ถนนมายฮั๊กเด๊ กรุงฮานอยเผยว่า “เราเป็นคนเวียดนามจึงต้องสำนึกถึงบุญคุณของผู้ที่สร้างชาติ แต่ละคนแสดงความเคารพแตกต่างกัน ส่วนผมเอง เมื่อถึงวันบูชาบรรพกษัตริย์หุ่งก็จะนำสิ่งของไปถวายบรรพบุรุษ ซึ่งที่ขาดไม่ได้ในวันนั้นคือขนมแบ๊งใหญ่ แบ๊งจึงหรือข้าวต้มมัดใหญ่และผลไม้ การเส้นไหว้นี้ได้กลายเป็นประเพณีของครอบครัวผมแล้ว” คนเวียดนามมีคำที่มีความว่า “แม้คนเวียดนามจะไปทำมาหากินไกลแค่ไหนก็ยังคงจดจำและมาร่วมพิธีบวงสรวงบรรพกษัตริย์หุ่งในวันที่ 10 เดือน 3 ตามจันทรคติ” ถือเป็นสิ่งเตือนใจคนเวียดนามให้กลับมาเข้าร่วมพิธีสักการะบรรพกษัตริย์หุ่งด้วยความเคารพและการมุ่งใจสู่รากเหง้าของประชาชาติ ได้กลายเป็นความรักอันศักดิ์สิทธิ์และฝังลึกในใจของผู้ที่เป็นลูกหลานพญามังกรและนางฟ้ามาตราบเท่าทุกวันนี้./.
การแปล กรุณารอสักครู่..
