From the measurement area, North-East of the Department of agriculture the year 2548 (2005) found that the province, bueng Kan. The cultivation of oil palms can be made, and there has been research and promotion of reforestation in the area. Later in the year, the Land Development Department estimated 2556 (2013) areas that are suitable for oil palm cultivation, it was found that the province, bueng kan, not suitable for the planting of oil palms, but the farmers in the area have planted palm oil scattered in all provinces, especially the province of Kan Gonzalez.Ngapen province, with most Palm oil plantations This study, therefore, the question whether the practices in the production of palm oil farmers in the province, bueng kan, then? What are factors that affect the production of oil palm trees are factors which affect the productivity of oil palm farmers, and there are guidelines for the promotion of oil palm productivity in the area? The objective is to study (1) the operation of palm oil production, farmers in the province, bueng Kan (2) factors that influence the production of palm oil in the practice of farmers in the province, bueng kan, and (3) factors that influence the productivity of oil palm trees, farmers, and ways to promote oil palm productivity of farmers in the province, bueng Kan.การศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาการปฏิบัติการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกร และปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกร และระยะที่ 2 ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มผลผลิตปาลมน้ำมันของเกษตรกรและแนวทางการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรในจังหวัดบึงกาฬ วิธีการศึกษาระยะที่ 1 นำจำนวนประชากรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วของแต่ละอำเภอจำนวน 245 ราย มาวิเคราะห์ quartiles จากนั้นทำการเลือกพื้นที่เพื่อเป็นตัวแทนแต่ละ quartiles รวมการศึกษา 4 อำเภอ คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของยามาเน่ ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 152 ราย สุ่มตัวอย่างโดยวิธีเจาะจงจากทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ปี 2556 เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สถิติที่ใช้ คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้การวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน เพื่อวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของตัวแปร ส่วนวิธีการศึกษาระยะที่ 2 ใช้วิธีการสัมภาษณ์กลุ่ม จำนวน 2 เวที รวม 23 คน พร้อมทั้งสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ จำนวน 4 ราย โดยใช้เทคนิคสโนบอลล์ เพื่อคัดเลือกกลุ่มผู้รู้เกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน และวิธีเจาะจง เพื่อคัดเลือกกลุ่มตัวแทนประเภทเกษตรกร โดยใช้เครื่องมือแบบไม่มีโครงสร้างในการรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ด้วยการจำแนกชนิดข้อมูลผลการวิจัย โดยภาพรวมทั้งหมดของพฤติกรรมในการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรมีการปฏิบัติอยู่ในระดับเหมาะสมดี ซึ่งเมื่อพิจารณาเฉพาะด้าน พบว่า ด้านการปลูก และด้านการเก็บเกี่ยวและการนำผลผลิตไปจำหน่ายมีการปฏิบัติอยู่ในระดับเหมาะสมดี ด้านการจัดการสวนมีการปฏิบัติอยู่ในระดับเหมาะสมน้อย ข้อที่เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างปฏิบัติในการผลิตปาล์มน้ำมันมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ เก็บเกี่ยวทะลายที่สุกแก่เต็มที่ คือ ทะลายปาล์มที่มีผลร่วงประมาณ 1-10 ผล หรือเมื่อสีผลเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองส้ม สีดำเป็นสีส้มแดง ซื้อพันธุ์ปาล์มน้ำมันจากแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้ และได้รับการรับรองแปลงเพาะพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร และตัดเฉพาะใบล่างๆเท่านั้น และไม่ตัดทางใบที่อยู่ใต้ทะลายซึ่งใกล้จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว สำหรับข้อที่เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างไม่ปฏิบัติมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ มีการวิเคราะห์ดิน-ใบปาล์มก่อนที่จะให้ปุ๋ย ช่วยผสมเกสรเพื่อทำให้มีผลดก ลดการตายของช่อดอก และให้ปุ๋ยกลีเซอไรท์ อัตรา 0.1-1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ส่วนปัญหาด้านการผลิตโดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย ด้านที่มีปัญหาน้อย ได้แก่ ผลผลิต การตลาด และความรู้ สำหรับด้านที่ไม่มีปัญหา ได้แก่ ปัจจัยการผลิต โรคแมลง สัตว์ศัตรูและวัชพืช ภัยธรรมชาติ เงินทุนและแรงงาน และสาธารณูปโภค เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างมีปัญหาในการผลิตปาล์มน้ำมันมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ราคาผลผลิตปาล์มไม่แน่นอน ความรู้ในการเก็บตัวอย่างดิน-ใบเพื่อการวิเคราะห์ และนโยบายของรัฐไม่ชัดเจนในการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน สำหรับข้อที่เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าไม่เป็นปัญหาในการผลิตปาล์มน้ำมันมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ไฟป่าไหม้สวนปาล์ม มีแมลงทำลาย และมีสัตว์ศัตรูปาล์มทำลาย สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติในการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกร ได้ทำการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุแบบขั้นตอน พบว่า มี 4 ตัวแปรที่มีความสัมพันธ์และเป็นความสัมพันธ์เชิงบวก (R2=0.179; P<0.05) ได้แก่ 1) ระดับการศึกษา 2) การได้รับการส่งเสริมการผลิต 3) การมีเครื่องจักรกลทางการเกษตร และ 4) การมีแรงงานในการทำสวน สำหรับแนวทางการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรในจังหวัดบึงกาฬ จากการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน และแนวทางการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกร พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน มีดังนี้ 1) การให้ปุ๋ยที่เพียงพอกับความต้องการของปาล์มน้ำมัน และ 2) การให้น้ำที่เพียงพอกับความต้องการของปาล์มน้ำมันในช่วงฝนทิ้งช่วงหรือช่วงฤดูแล้ง ซึ่งการที่เกษตรกรจะมีเงินทุนเพียงพอสำหรับซื้อปุ๋ยและจัดการระบบการให้น้ำแก่ปาล์มน้ำมันเพื่อเพิ่มผลผลิตนั้น ราคาผลผลิตปาล์มน้ำมัน และราคาของยางพารา จะต้องสูงขึ้น ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐจะต้องส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร อีกทั้งเกษตรกรจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำแนะนำทางวิชาการด้วย ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติของเกษตรกรมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันสำหรับเกษตรกรที่ได้ปลูกไปแล้ว ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรมีนโยบายในการส่งเสริมการศึกษา ให้ความรู้ ทักษะ ตลอดจนการเข้าถึงหรือใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในการผลิตปาล์มน้ำมัน
การแปล กรุณารอสักครู่..
