ศิลปะเป็นกิจการที่มนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์ แสดงออกจากความรู้สึกนึกคิด แ การแปล - ศิลปะเป็นกิจการที่มนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์ แสดงออกจากความรู้สึกนึกคิด แ อังกฤษ วิธีการพูด

ศิลปะเป็นกิจการที่มนุษย์เป็นผู้สร้า

ศิลปะเป็นกิจการที่มนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์ แสดงออกจากความรู้สึกนึกคิด และอารมณ์จากมโนภาพที่ได้จากความจริงหรือจินตนาการที่คิดฝันขึ้น โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางให้ผู้อื่นสามารถเข้าใจในอุดมการณ์นั้น งานศิลปะที่มีคุณค่าจึงสร้างสรรค์ขึ้นจากการแก้ปัญหาที่ต้องใช้ปัญญาอันสูงส่ง จนมีความเชื่อกันว่ามนุษย์เท่านั้น เป็นผู้มีสติปัญญา จนถึงขั้นที่สามารถแก้ปัญหาสร้างสรรค์งานศิลปะได้ ทั้งนี้เป็นเพราะว่ามนุษย์สามารถปรับปรุงเพื่อแก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ เช่น การใช้วัสดุและเครื่องมือ การสร้างสรรค์ให้มีคุณค่าทางความงาม เช่น การก่อสร้างที่พักอาศัย การก่อสร้างโบราณวัตถุและโบราณสถาน

การแสดงออกของมนุษย์ในการสร้างสรรค์งานศิลปะจึงเกิดจากมูลเหตุที่ว่ามนุษย์ได้รับรู้ในความงามของธรรมชาติที่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปแบบลักษณะพื้นผิว สีและสัดส่วน มนุษย์จะมีความชื่นชมในความงามที่ตนสร้างขึ้นจนเกิดความพอใจในและประทับใจในสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมา เช่น จิตรกรจะแสดงความรู้สึกพอใจเมื่อสามารถเขียนภาพได้ดี จะมีคนชื่นชมต่อผลงานนั้นของตนที่สามารถทำให้ผู้อื่นเกิดความรูสึกพอใจในผลงานของตนได้

ในความหมายของศิลปะนี้ ปราชญ์ชาวกรีกได้ให้นิยามว่า ”งานศิลปะเป็นการลอกเลียนแบบธรรมชาติ ” ( The imitation of nature ) ต่อมาบรรดาพวกนักปราชญ์ กวี ศิลปิน และนักการศึกษาหลายท่านได้ให้นิยามตามแนวคิดเห็นของแต่ละท่านซึ่งความคิดเห็นนั้นล้วนถูกต้องด้วยกันทั้งสิ้น ทรรศนะของกวีนั้นท่านได้กล่าวไว้หลายด้านว่า

-ฌัง เดอ ลา ฟงแตน ( Jean de La Fontaine, 1621-95 ) กวีและนักเขียนนิทานชาวฝรั่งเศสได้กล่าวว่า “ ศิลปะคือบุตรแห่งความจำเป็น “

-เกอเท ( Goethe, 1749-1832 ) กวีชาวเยอรมันกล่าวว่า “ ศิลป ก็เป็นเพียงศิลปะ เพราะศิลปะไม่ใช่ธรรมชาติ “ ( Art is art only because it is not nature )

-เฟรเดริค เจมส์ เกร๊ก ได้เขียนไว้ในคำนำสูจิบัตรการแสดง Armory show ในอเมริกาเมื่อ ค.ศ. 1913 ตอนหนึ่งกล่าวว่า “ ศิลปะ คือ เครื่องหมายแห่งชีวิต “ ( Art is sign of life)

-เฮอเบิร์ต รีด ( Herbert Read 1893 ) นักวิจารณ์ศิลปะชั้นนำชาวอังกฤษได้ให้นิยามความ หมายของศิลปะไว้ว่า “ ศิลปะคือการแสดงออก “ ( ART is expression ) โดยยึดหลักว่า อารมณ์และความรู้สึกเป็นสิ่งผลักดันให้เกิดการแสดงออกมาทางศิลปะ

-เฮนรี่ มัวร์ ( Henry Moore, 1989 ) ประติมากรรมสมัยใหม่ชาวอังกฤษได้ให้ความหมายของศิลปะว่า “ ศิลปะ คือ กิจกรรมอันต่อเนื่องแห่งสากลที่ปราศจากการแบ่งแยกระหว่างอดีตและปัจจุบัน “

-ท่านศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ( C. Feroei, พ.ศ. 2435-2505 ) ได้ให้ความหมายของศิลปะไว้ว่า “ ศิลปะ หมายถึง งานอันเป็นความพากเพียรของมนุษย์ ซึ่งจะต้องใช้ความพยายามด้วยมือและด้วยความคิด “

จากความคิดเห็นดังกล่าวนี้ พอจะสรุปได้ว่าศิลปะคือ สิ่งที่กลั่นกรองมาจากอารมณ์และความรู้สึกซึ้งในจิตใจของมนุษย์ เป็นผลสืบเนื่องมาจากความปรารถนามาตั้งแต่เกิด เพื่อที่จะปรับปรุงชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้มีความสวยสดงดงาม สิ่งเหล่านี้เกิดจาการสร้างสรรค์หรือปรุงแต่งสิ่งที่ไม่สามารถหาได้จากธรรมชาติ ดังนั้นผลงานที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นจึงกลายเป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรม ( culturalheritage ) ที่ล้ำค่าของมนุษย์สืบต่อกันมา โดยถือว่าเป็นผลงานที่มีความหมายในหน้าที่หรือประโยชน์และการสร้างสรรค์ ตามความต้องการอย่างเหมาะสมของสังคม ( Social needs ) ของแต่ละยุคแต่ละสมัย

ในพจนาจุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2530 ได้อธิบายไว้ว่า “ศิลปะเป็นภาษาสันกฤต หมายถึง งานฝีมือทางการช่าง การแสดงออกมาให้ปรากฏขึ้นได้อย่างงดงามน่าฟัง ชม และเกิดอารมณ์สะเทือนใจ”

ในภาษาบาลี ศิลปะ หมายถึง ศิลปะสาขาหรือการช่าง

คำว่า ศิลป ( Art ) มาจากภาษาละติน แปลว่า ความชำนาญ หรือทักษะในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาของอิตาลี คำว่า “ art ” นั้น หมายถึง สมาคมช่าง Craft guilds และคำว่า “ อาเต “ ARTE หมายถึง ฝีมือช่าง ทักษะ และการประดิษฐ์ทางการช่าง

ศิลปะเป็นคำที่มีความหมายกว้าง ครอบคลุมพฤติกรรมการแสดงออกและการสร้างสรรค์ทุกๆด้านของมนุษย์ นักปราชญ์ นักการศึกษาได้พยายามกำหนดความหมายหรือคำนิยามของศิลปะ ไว้ ดังนี้

ศิลปะ คือ การเลียนแบบธรรมชาติ โดยการสรางสรรค์

ศิลปะ คือ การแสดงออกเกี่ยวกับความศรัทธาเชื่อถือในแต่ละยุคสมัย

ศิลปะ คือ การแสดงออกทางบุคลิกภาพเด่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน

ศิลปะ คือ การถ่ายทอดความรู้สึกหรือการแสดงความรู้สึกที่เป็นธรรม โดยใช้สัดส่วน รูปทรงความกลมกลืนองค์ประกอบเป็นส่วนช่วยด้านต่างๆ

ศิลปะ คือ การแสดงออกทางความงาม

ศิลปะ คือ การแสดงออกทางความเชื่อ

ศิลปะ คือ ความชำนาญในการถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ ให้เป็นวัตถุที่มีสุนทรียภาพ

ศิลปะ คือ การรับรู้ทางการเห็นด้วยตา สัมผัสด้วยใจ

ศิลปะ เป็นภาษาชนิดหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดให้ความรู้สึกได้อย่างซาบซึ้ง



อิทธิพลที่ทำให้ศิลปะแตกต่างกัน

การสร้างงานศิลปกรรมของมนุษย์แต่ละชาติแต่ละกลุ่ม มีความแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เพราะอิทธิพลต่าง ๆ ดังนี้

1.สภาพทางภูมิศาสตร์
2.สภาพทางประวัติศาสตร์
3.สภาพทางสังคม
4.ปรัชญา และศาสนา
5.วัสดุก่อสร้าง
6.สกุลศิลปะ

สภาพทางภูมิศาสตร์

กลุ่มชนใดตั้งถิ่นฐานในทำเลที่เหมาะสม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและน้ำ ก็ย่อมทำให้มีเศรษฐกิจดี มีวัสดุมากพอที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้ ในทางตรงข้ามกลุ่มชนใดอยู่ในแหล่งทุรกันดาร ภูมิอากาศรุนแรง ร้อนจัด หนาวจัด น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด การดำเนินชีวิตก็จะเป็นไปได้ยากทำให้เศรษฐกิจไม่ดี จึงไม่มีเวลาสร้างสรรค์ศิลปกรรมที่ดีงามได้ และศิลปกรรมของคนสองกลุ่มนี้ก็จะแตกต่างออกไป ฉะนั้นดินฟ้าอากาศก็มีส่วนในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรม ในประเทศเขตร้อนศิลปกรรมจะแตกต่างจากประเทศในเขตหนาว เช่น การสร้างบ้านเรือนของพวกในเขตร้อนจะมีลักษณะโปร่ง หลังคาสูงขึ้น ชายคายื่นออกมากเพื่อให้ฝนไหลเทลงมาสะดวก ถ้าแหล่งใดมีน้ำท่วมเสมอก็นิยมยกพื้นให้สูงขึ้น ลักษณะเช่นนี้แตกต่างจากประเทศเมืองหนาวที่สร้างบ้านเรือนมิดชิดแข็งแรง เพราะป้องกันความหนาวเย็น การสร้างพื้นบ้านไม่นิยมยกสูง และหลังคาไม่สูงขึ้นอีกเช่นกัน แม้แต่ในเรื่องการใช้สีก็นิยมสีอ่อนไม่ตัดกันรุนแรงดังเช่นประเทศร้อน

สภาพทางประวัติศาสตร์

0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
Art as a creative human being who ventures Show off the feeling and emotion from the mind that idea from the truth or fantasy dream. Using art as a medium to let others be able to understand the ideology. A valuable work of art, it's the creative solutions that require lofty wisdom until it is believed to be the only man who has intelligence, up to and including step resolves the problem of creative art. This is because humans can be adjusted to solve the problem in areas such as materials and tools. Creative, with beauty, such as the construction of housing. Construction of the antique andการแสดงออกของมนุษย์ในการสร้างสรรค์งานศิลปะจึงเกิดจากมูลเหตุที่ว่ามนุษย์ได้รับรู้ในความงามของธรรมชาติที่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปแบบลักษณะพื้นผิว สีและสัดส่วน มนุษย์จะมีความชื่นชมในความงามที่ตนสร้างขึ้นจนเกิดความพอใจในและประทับใจในสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมา เช่น จิตรกรจะแสดงความรู้สึกพอใจเมื่อสามารถเขียนภาพได้ดี จะมีคนชื่นชมต่อผลงานนั้นของตนที่สามารถทำให้ผู้อื่นเกิดความรูสึกพอใจในผลงานของตนได้ในความหมายของศิลปะนี้ ปราชญ์ชาวกรีกได้ให้นิยามว่า ”งานศิลปะเป็นการลอกเลียนแบบธรรมชาติ ” ( The imitation of nature ) ต่อมาบรรดาพวกนักปราชญ์ กวี ศิลปิน และนักการศึกษาหลายท่านได้ให้นิยามตามแนวคิดเห็นของแต่ละท่านซึ่งความคิดเห็นนั้นล้วนถูกต้องด้วยกันทั้งสิ้น ทรรศนะของกวีนั้นท่านได้กล่าวไว้หลายด้านว่า-ฌัง เดอ ลา ฟงแตน ( Jean de La Fontaine, 1621-95 ) กวีและนักเขียนนิทานชาวฝรั่งเศสได้กล่าวว่า “ ศิลปะคือบุตรแห่งความจำเป็น “-เกอเท ( Goethe, 1749-1832 ) กวีชาวเยอรมันกล่าวว่า “ ศิลป ก็เป็นเพียงศิลปะ เพราะศิลปะไม่ใช่ธรรมชาติ “ ( Art is art only because it is not nature )-เฟรเดริค เจมส์ เกร๊ก ได้เขียนไว้ในคำนำสูจิบัตรการแสดง Armory show ในอเมริกาเมื่อ ค.ศ. 1913 ตอนหนึ่งกล่าวว่า “ ศิลปะ คือ เครื่องหมายแห่งชีวิต “ ( Art is sign of life)-เฮอเบิร์ต รีด ( Herbert Read 1893 ) นักวิจารณ์ศิลปะชั้นนำชาวอังกฤษได้ให้นิยามความ หมายของศิลปะไว้ว่า “ ศิลปะคือการแสดงออก “ ( ART is expression ) โดยยึดหลักว่า อารมณ์และความรู้สึกเป็นสิ่งผลักดันให้เกิดการแสดงออกมาทางศิลปะ-เฮนรี่ มัวร์ ( Henry Moore, 1989 ) ประติมากรรมสมัยใหม่ชาวอังกฤษได้ให้ความหมายของศิลปะว่า “ ศิลปะ คือ กิจกรรมอันต่อเนื่องแห่งสากลที่ปราศจากการแบ่งแยกระหว่างอดีตและปัจจุบัน “
-ท่านศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ( C. Feroei, พ.ศ. 2435-2505 ) ได้ให้ความหมายของศิลปะไว้ว่า “ ศิลปะ หมายถึง งานอันเป็นความพากเพียรของมนุษย์ ซึ่งจะต้องใช้ความพยายามด้วยมือและด้วยความคิด “

จากความคิดเห็นดังกล่าวนี้ พอจะสรุปได้ว่าศิลปะคือ สิ่งที่กลั่นกรองมาจากอารมณ์และความรู้สึกซึ้งในจิตใจของมนุษย์ เป็นผลสืบเนื่องมาจากความปรารถนามาตั้งแต่เกิด เพื่อที่จะปรับปรุงชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้มีความสวยสดงดงาม สิ่งเหล่านี้เกิดจาการสร้างสรรค์หรือปรุงแต่งสิ่งที่ไม่สามารถหาได้จากธรรมชาติ ดังนั้นผลงานที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นจึงกลายเป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรม ( culturalheritage ) ที่ล้ำค่าของมนุษย์สืบต่อกันมา โดยถือว่าเป็นผลงานที่มีความหมายในหน้าที่หรือประโยชน์และการสร้างสรรค์ ตามความต้องการอย่างเหมาะสมของสังคม ( Social needs ) ของแต่ละยุคแต่ละสมัย

ในพจนาจุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2530 ได้อธิบายไว้ว่า “ศิลปะเป็นภาษาสันกฤต หมายถึง งานฝีมือทางการช่าง การแสดงออกมาให้ปรากฏขึ้นได้อย่างงดงามน่าฟัง ชม และเกิดอารมณ์สะเทือนใจ”

ในภาษาบาลี ศิลปะ หมายถึง ศิลปะสาขาหรือการช่าง

คำว่า ศิลป ( Art ) มาจากภาษาละติน แปลว่า ความชำนาญ หรือทักษะในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาของอิตาลี คำว่า “ art ” นั้น หมายถึง สมาคมช่าง Craft guilds และคำว่า “ อาเต “ ARTE หมายถึง ฝีมือช่าง ทักษะ และการประดิษฐ์ทางการช่าง

ศิลปะเป็นคำที่มีความหมายกว้าง ครอบคลุมพฤติกรรมการแสดงออกและการสร้างสรรค์ทุกๆด้านของมนุษย์ นักปราชญ์ นักการศึกษาได้พยายามกำหนดความหมายหรือคำนิยามของศิลปะ ไว้ ดังนี้

ศิลปะ คือ การเลียนแบบธรรมชาติ โดยการสรางสรรค์

ศิลปะ คือ การแสดงออกเกี่ยวกับความศรัทธาเชื่อถือในแต่ละยุคสมัย

ศิลปะ คือ การแสดงออกทางบุคลิกภาพเด่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน

ศิลปะ คือ การถ่ายทอดความรู้สึกหรือการแสดงความรู้สึกที่เป็นธรรม โดยใช้สัดส่วน รูปทรงความกลมกลืนองค์ประกอบเป็นส่วนช่วยด้านต่างๆ

ศิลปะ คือ การแสดงออกทางความงาม

ศิลปะ คือ การแสดงออกทางความเชื่อ

ศิลปะ คือ ความชำนาญในการถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ ให้เป็นวัตถุที่มีสุนทรียภาพ

ศิลปะ คือ การรับรู้ทางการเห็นด้วยตา สัมผัสด้วยใจ

ศิลปะ เป็นภาษาชนิดหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดให้ความรู้สึกได้อย่างซาบซึ้ง



อิทธิพลที่ทำให้ศิลปะแตกต่างกัน

การสร้างงานศิลปกรรมของมนุษย์แต่ละชาติแต่ละกลุ่ม มีความแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เพราะอิทธิพลต่าง ๆ ดังนี้

1.สภาพทางภูมิศาสตร์
2.สภาพทางประวัติศาสตร์
3.สภาพทางสังคม
4.ปรัชญา และศาสนา
5.วัสดุก่อสร้าง
6.สกุลศิลปะ

สภาพทางภูมิศาสตร์

กลุ่มชนใดตั้งถิ่นฐานในทำเลที่เหมาะสม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและน้ำ ก็ย่อมทำให้มีเศรษฐกิจดี มีวัสดุมากพอที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้ ในทางตรงข้ามกลุ่มชนใดอยู่ในแหล่งทุรกันดาร ภูมิอากาศรุนแรง ร้อนจัด หนาวจัด น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด การดำเนินชีวิตก็จะเป็นไปได้ยากทำให้เศรษฐกิจไม่ดี จึงไม่มีเวลาสร้างสรรค์ศิลปกรรมที่ดีงามได้ และศิลปกรรมของคนสองกลุ่มนี้ก็จะแตกต่างออกไป ฉะนั้นดินฟ้าอากาศก็มีส่วนในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรม ในประเทศเขตร้อนศิลปกรรมจะแตกต่างจากประเทศในเขตหนาว เช่น การสร้างบ้านเรือนของพวกในเขตร้อนจะมีลักษณะโปร่ง หลังคาสูงขึ้น ชายคายื่นออกมากเพื่อให้ฝนไหลเทลงมาสะดวก ถ้าแหล่งใดมีน้ำท่วมเสมอก็นิยมยกพื้นให้สูงขึ้น ลักษณะเช่นนี้แตกต่างจากประเทศเมืองหนาวที่สร้างบ้านเรือนมิดชิดแข็งแรง เพราะป้องกันความหนาวเย็น การสร้างพื้นบ้านไม่นิยมยกสูง และหลังคาไม่สูงขึ้นอีกเช่นกัน แม้แต่ในเรื่องการใช้สีก็นิยมสีอ่อนไม่ตัดกันรุนแรงดังเช่นประเทศร้อน

สภาพทางประวัติศาสตร์

การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
Art is human affairs is the author. Expression of thoughts And emotions from the image of real or imaginary dream up. Using art as a medium so that others can understand the ideology.Until it is believed only humans who have wisdom. To the point that can solve the problem of creative art. This is because human beings can be improved to solve the problem in various areas, such as the use of materials and tools.Such as the construction of residential construction, antiques and historic
.
.Expression of in human creative art is caused by the reason that humans are recognized in the beauty of nature that appears to be form the surface. Color and shape.Such as the painters to express my satisfied when can draw well. People will appreciate the works of his can make others feel satisfied with the work of their
.
.In the meaning of art, Greek philosopher was defined. "Art is imitated nature." (The imitation of nature) then those philosophers, poets, artists.In view of the poet, you said many aspects that
.
- Jean de La Fontaine (Jean De, La Fontaine 1621-95). French poets and writers tales has said that "art is the son of necessity."
- (Goethe Goethe,1749-1832), German poet said that "art is the only art, because art is not natural." (Art is art only because it is not. Nature)

- เฟรเดริค James Greg, wrote in the foreword Armory show catalogues show in America when.1913 when one says "art is a sign of life." (Art is sign of life)

.- Herbert reed (Herbert Read 1893) leading to the definition of British art critic definition of art that, "art is the expression. "(ART is expression) based on that emotions and feelings is pushing the expression through art

.- Henry Moore (Henry Moore 1989) sculpture, modern English that the meaning of art, "art is a continuous activity of universal without discrimination between the past and the present. "

- Professor silpa bhirasri (C, Feroei BC.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: