Introduction เป็นสิ่งธรรมดาในหมู่นักกีฬาผู้ฝึกสอนและผู้ปฏิบัติการทางกา การแปล - Introduction เป็นสิ่งธรรมดาในหมู่นักกีฬาผู้ฝึกสอนและผู้ปฏิบัติการทางกา อังกฤษ วิธีการพูด

Introduction เป็นสิ่งธรรมดาในหมู่นั

Introduction
เป็นสิ่งธรรมดาในหมู่นักกีฬาผู้ฝึกสอนและผู้ปฏิบัติการทางการกีฬาจะต้องมีก็คือความเชื่อมั่นในตนเองซึ่งความเชื่อมั่นในตนเองนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การกีฬาประสบความสำเร็จ โดยมีงานวิจัยหลายเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นในตนเองเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการแสดงออกซึ่งความสามารถทางการกีฬาของนักกีฬา (Craft, Magyar, Becker, &Feltz, 2003; Moritz, Feltz, Fahrbach, & Mack, 2000; Woodman & Hardy, 2003)ถึงอย่างไรก็ตามงานวิจัยจำนวนมากก็พยายามที่จะทดลองเพื่อหาวิธีการที่จะพัฒนาความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างพฤติกรรมที่แสดงออกมาของนักกีฬาเอง (Bandura, 1997)ความสามารถของนักกีฬาจะเป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้นักกีฬาเกิดความเชื่อมั่นในตนเองได้มีผลการวิจัยเชื่อว่าความเข้มแข็งของความเชื่อมั่นในตนเองจะมีผลเชื่อมโยงไปสู่ความยึดมั่นในจิตใจของนักกีฬาให้เข้มแข็งไปด้วยเช่นกัน(Bull, Shambrook, James, & Brooks, 2005; Jones, Hanton, &Connaughton, 2002) นอกจากนี้ Bull et al. (2005) ได้รายงานเกี่ยวกับความยืดหยุ่นของความเชื่อมั่นในตนเอง และความเข้มแข็งของความเชื่อมั่นซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้นักกีฬาเกิดการเตรียมพร้อมทางด้านร่างกายและรักษาความจดจ่อในตนเองซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของความเข้มแข็งทางด้านจิตใจในอนาคตนั้นความเชื่อมั่นในตนเองจะเป็นสิ่งสำคัญที่อยู่เบื้องหลังของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งตามผลการศึกษาพบว่าความเชื่อมั่นในตนเองเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของนักกีฬาอาชีพ(Galli&Vealey, 2008; Jones, Hanton, Connaughton, 2007)นอกจากนี้ Bandura (1997) ได้เสนอแนะถึงความเชื่อประสิทธิภาพในตนเองซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะที่มาจากความเชื่อมั่นในตนเองและเป็นความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของนักกีฬา นอกจากนี้ Banduraยังได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความเชื่อที่หลากหลายในประสิทธิภาพใน 3 ระดับ ที่มีความสำคัญกับความสามารถที่พัฒนาขึ้นได้แก่ ระดับต้น ระดับทั่วไปและระดับเข้มแข็งซึ่งระดับต้นนั้นเป็นระดับของประสิทธิภาพในตนเองที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่นักกีฬามีความเชื่อว่าเขาสามารถทำได้ส่วนระดับทั่วไปนั้นเป็นความเชื่อในประสิทธิภาพของตนที่จะแสดงถึงระดับที่บุคคลมีความเชื่อในประสิทธิภาพที่จะก้าวข้ามงานหรือสถานการณ์ต่างๆและขั้นสุดท้ายคือระดับเข้มแข็งของประสิทธิภาพในตนซึ่งจะแสดงถึงความเชื่อประสิทธิภาพในตนที่จะสามารถเผชิญหน้ากับอุปสรรคโดยไม่ยึดติดในประสบการณ์ที่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้ Bandura (1997)ยังได้กล่าวถึงประสิทธิภาพของความเชื่อมั่นที่อ่อนแอ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่ไม่สำเร็จในการแข่งขันในทางตรงกันข้ามคนที่มีความเชื่ออย่างยืนหยัดในศักยภาพที่หลากหลายของเขา เขาจะมีความอุตสาหะ พยายามในการทำสิ่งที่ยากหรืออุปสรรคต่างๆ ให้สำเร็จได้ในที่สุด แนวคิดพื้นฐานในการศึกษาของ Bandura สำหรับวัดประสิทธิภาพในตน โดยใช้แบบสอบถามระดับความเชื่อในความสามารถของตนว่าจะสามารถทำได้ นั้นมีระดับการวัด10 ระดับซึ่งวิธีการนี้จะนำไปสู่การวัดระดับของประสิทธิภาพในตนจนกระทั่งถึงการวัดที่เที่ยงตรงของประสิทธิภาพในตน นอกจากนี้ Banduraยังได้พัฒนาแบบวัดระดับความเชื่อโดยมีระดับการวัด100 ระดับโดยแบ่งย่อยจาก 10 ระดับ ให้ละเอียดลึกลงไปอีก โดยมีช่วงคะแนน ระหว่าง 0 (ไม่สามารถทำได้) ถึงระดับปานกลางคือ 50 (มีความแน่ใจว่าสามารถทำได้ระดับปานกลาง) ถึงระดับรับประกันคือ 100 (แน่ใจว่าสามารถทำได้อย่างแน่นนอน) ซึ่งแปลความหมายความเชื่อมั่นในตนเองจากคะแนนรวมทั้งหมดที่ทำได้ของแต่ละคน โดยเชื่อว่าความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของตนนั้นเป็นสิ่งที่สามารถจะพัฒนาได้โดยใช้ปรากฏการณ์หรือสถานการณ์และงานที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ Lee & Bobko(1994) ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับจากการใช้เครื่องมือของ Bandura ในการวัดความเชื่อมั่นตั้งแต่ขั้นต้นจนถึงขั้นเข้มแข็งในมิติที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความเข้มแข็งของประสิทธิภาพ มันดูคล้ายกับว่าความสามารถที่จะธำรงความเชื่อมั่นในตนเองแม้จะมีประสบการณ์ที่ไม่สำเร็จก็จะมีลักษณะคล้ายๆกับคุณลักษณะดังต่อไปนี้คือ พฤติกรรมที่คงเดิมแม้เวลาจะล่วงเลยไป (Fleeson 2007)หนึ่งในนั้นก็จะมีรูปแบบความเชื่อมั่นในตนเองที่เกี่ยวข้องกับลักษณะความเชื่อมั่นในตนเองนั่นก็คือรูปแบบความเชื่อมั่นทางการกีฬา ซึ่ง Vealey(1986) ได้อธิบายว่ารูปแบบนี้จะพยากรณ์คุณลักษณะ (ลักษณะนิสัย) ความเชื่อมั่นทางการกีฬาและการปรับตัวสู่เป้าหมาย (เช่นทักษะและผลลัพธ์ตามเป้าหมายนั้น) ซึ่งมันก็จะเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นทางการกีฬาในทางกลับกันก็มีอิทธิพลต่อทักษะทางการกีฬาความเชื่อมั่นในตนเองส่งผลต่อการแสดงความสามารถทางกีฬาหลายประการ เช่นส่งผลให้นักกีฬาเกิดอารมณ์ทางบวกและสร้างสภาวะผ่อนคลายภายใต้ความกดดัน และในสภาวะนี้นักกีฬาจะมีความเชื่อมั่นในผลของการแข่งขัน ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นไปตามที่คิดก็ตาม นอกจากนี้ความเชื่อมั่นในตนเองยังส่งผลให้นักกีฬาเกิดความตั้งใจและจดจ่ออยู่กับงานที่ต้องทำ ส่งผลให้เกิดความกังวลใจเรื่องอื่นๆ ลดน้อยลงไป ซึ่งความเชื่อมั่นในตนเองมีผลกระทบต่อการตั้งเป้าหมายและนำไปสู่ความสำเร็จ จะเห็นได้ว่ายิ่งนักกีฬามีความเชื่อมั่นในตนเองสูง การตั้งเป้าหมายก็จะมีความท้าทายสูงและในขณะที่นักกีฬาที่มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ ก็จะตั้งเป้าหมายที่ง่ายๆ ซึ่งทำให้นักกีฬาเหล่านั้นไม่ได้แสดงศักยภาพสูงสุดของตนเอง
นอกจากนี้ความเชื่อมั่นในตนเองยังส่งผลให้นักกีฬามีความพยายามเพิ่มมากขึ้นในการฝึกซ้อมหรือการแข่งขันกีฬา อีกทั้งยังส่งผลต่อกลยุทธ์ในการเล่นกีฬา เพราะทำให้นักกีฬามีความกล้าเสี่ยง กล้าเล่นมากขึ้น และ ความเชื่อมั่นในตนเองมีผลต่อการรักษา Momentum ทางบวกในการแข่งขันกีฬา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักต่อการประสบความสำเร็จหรือพ่ายแพ้ในเกมการแข่งขัน โดยความเชื่อมั่นในตนเองส่งผลให้นักกีฬามีความอดทนต่อปัญหา อุปสรรค และมีความพยายามที่จะพลิกสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี จึงจะเห็นได้ว่าลักษณะต่างๆ ที่เกิดจากความเชื่อมั่นในตนเอง คือความคาดหวังสูงต่อการประสบความสำเร็จในการกีฬา เช่นเดียวกับงานวิจัยภาพรวมของความเชื่อมั่นในตนเองกับการกำหนดทิศทางต่อการแข่งขันของ Vealey, Hayashi, Garner, &Giacobbi(1998) ที่พบว่า ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการแสดงความสามารถทางการกีฬา โดยระดับของความเช
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
Introduction เป็นสิ่งธรรมดาในหมู่นักกีฬาผู้ฝึกสอนและผู้ปฏิบัติการทางการกีฬาจะต้องมีก็คือความเชื่อมั่นในตนเองซึ่งความเชื่อมั่นในตนเองนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การกีฬาประสบความสำเร็จ โดยมีงานวิจัยหลายเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นในตนเองเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการแสดงออกซึ่งความสามารถทางการกีฬาของนักกีฬา (Craft, Magyar, Becker, &Feltz, 2003; Moritz, Feltz, Fahrbach, & Mack, 2000; Woodman & Hardy, 2003)ถึงอย่างไรก็ตามงานวิจัยจำนวนมากก็พยายามที่จะทดลองเพื่อหาวิธีการที่จะพัฒนาความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างพฤติกรรมที่แสดงออกมาของนักกีฬาเอง (Bandura, 1997)ความสามารถของนักกีฬาจะเป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้นักกีฬาเกิดความเชื่อมั่นในตนเองได้มีผลการวิจัยเชื่อว่าความเข้มแข็งของความเชื่อมั่นในตนเองจะมีผลเชื่อมโยงไปสู่ความยึดมั่นในจิตใจของนักกีฬาให้เข้มแข็งไปด้วยเช่นกัน(Bull, Shambrook, James, & Brooks, 2005; Jones, Hanton, &Connaughton, 2002) นอกจากนี้ Bull et al. (2005) ได้รายงานเกี่ยวกับความยืดหยุ่นของความเชื่อมั่นในตนเอง และความเข้มแข็งของความเชื่อมั่นซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้นักกีฬาเกิดการเตรียมพร้อมทางด้านร่างกายและรักษาความจดจ่อในตนเองซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของความเข้มแข็งทางด้านจิตใจในอนาคตนั้นความเชื่อมั่นในตนเองจะเป็นสิ่งสำคัญที่อยู่เบื้องหลังของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งตามผลการศึกษาพบว่าความเชื่อมั่นในตนเองเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของนักกีฬาอาชีพ(Galli&Vealey, 2008; Jones, Hanton, Connaughton, 2007)นอกจากนี้ Bandura (1997) ได้เสนอแนะถึงความเชื่อประสิทธิภาพในตนเองซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะที่มาจากความเชื่อมั่นในตนเองและเป็นความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของนักกีฬา นอกจากนี้ Banduraยังได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความเชื่อที่หลากหลายในประสิทธิภาพใน 3 ระดับ ที่มีความสำคัญกับความสามารถที่พัฒนาขึ้นได้แก่ ระดับต้น ระดับทั่วไปและระดับเข้มแข็งซึ่งระดับต้นนั้นเป็นระดับของประสิทธิภาพในตนเองที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่นักกีฬามีความเชื่อว่าเขาสามารถทำได้ส่วนระดับทั่วไปนั้นเป็นความเชื่อในประสิทธิภาพของตนที่จะแสดงถึงระดับที่บุคคลมีความเชื่อในประสิทธิภาพที่จะก้าวข้ามงานหรือสถานการณ์ต่างๆและขั้นสุดท้ายคือระดับเข้มแข็งของประสิทธิภาพในตนซึ่งจะแสดงถึงความเชื่อประสิทธิภาพในตนที่จะสามารถเผชิญหน้ากับอุปสรรคโดยไม่ยึดติดในประสบการณ์ที่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้ Bandura (1997)ยังได้กล่าวถึงประสิทธิภาพของความเชื่อมั่นที่อ่อนแอ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่ไม่สำเร็จในการแข่งขันในทางตรงกันข้ามคนที่มีความเชื่ออย่างยืนหยัดในศักยภาพที่หลากหลายของเขา เขาจะมีความอุตสาหะ พยายามในการทำสิ่งที่ยากหรืออุปสรรคต่างๆ ให้สำเร็จได้ในที่สุด แนวคิดพื้นฐานในการศึกษาของ Bandura สำหรับวัดประสิทธิภาพในตน โดยใช้แบบสอบถามระดับความเชื่อในความสามารถของตนว่าจะสามารถทำได้ นั้นมีระดับการวัด10 ระดับซึ่งวิธีการนี้จะนำไปสู่การวัดระดับของประสิทธิภาพในตนจนกระทั่งถึงการวัดที่เที่ยงตรงของประสิทธิภาพในตน นอกจากนี้ Banduraยังได้พัฒนาแบบวัดระดับความเชื่อโดยมีระดับการวัด100 ระดับโดยแบ่งย่อยจาก 10 ระดับ ให้ละเอียดลึกลงไปอีก โดยมีช่วงคะแนน ระหว่าง 0 (ไม่สามารถทำได้) ถึงระดับปานกลางคือ 50 (มีความแน่ใจว่าสามารถทำได้ระดับปานกลาง) ถึงระดับรับประกันคือ 100 (แน่ใจว่าสามารถทำได้อย่างแน่นนอน) ซึ่งแปลความหมายความเชื่อมั่นในตนเองจากคะแนนรวมทั้งหมดที่ทำได้ของแต่ละคน โดยเชื่อว่าความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของตนนั้นเป็นสิ่งที่สามารถจะพัฒนาได้โดยใช้ปรากฏการณ์หรือสถานการณ์และงานที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ Lee & Bobko(1994) ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับจากการใช้เครื่องมือของ Bandura ในการวัดความเชื่อมั่นตั้งแต่ขั้นต้นจนถึงขั้นเข้มแข็งในมิติที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความเข้มแข็งของประสิทธิภาพ มันดูคล้ายกับว่าความสามารถที่จะธำรงความเชื่อมั่นในตนเองแม้จะมีประสบการณ์ที่ไม่สำเร็จก็จะมีลักษณะคล้ายๆกับคุณลักษณะดังต่อไปนี้คือ พฤติกรรมที่คงเดิมแม้เวลาจะล่วงเลยไป (Fleeson 2007)หนึ่งในนั้นก็จะมีรูปแบบความเชื่อมั่นในตนเองที่เกี่ยวข้องกับลักษณะความเชื่อมั่นในตนเองนั่นก็คือรูปแบบความเชื่อมั่นทางการกีฬา ซึ่ง Vealey(1986) ได้อธิบายว่ารูปแบบนี้จะพยากรณ์คุณลักษณะ (ลักษณะนิสัย) ความเชื่อมั่นทางการกีฬาและการปรับตัวสู่เป้าหมาย (เช่นทักษะและผลลัพธ์ตามเป้าหมายนั้น) ซึ่งมันก็จะเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นทางการกีฬาในทางกลับกันก็มีอิทธิพลต่อทักษะทางการกีฬาความเชื่อมั่นในตนเองส่งผลต่อการแสดงความสามารถทางกีฬาหลายประการ เช่นส่งผลให้นักกีฬาเกิดอารมณ์ทางบวกและสร้างสภาวะผ่อนคลายภายใต้ความกดดัน และในสภาวะนี้นักกีฬาจะมีความเชื่อมั่นในผลของการแข่งขัน ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นไปตามที่คิดก็ตาม นอกจากนี้ความเชื่อมั่นในตนเองยังส่งผลให้นักกีฬาเกิดความตั้งใจและจดจ่ออยู่กับงานที่ต้องทำ ส่งผลให้เกิดความกังวลใจเรื่องอื่นๆ ลดน้อยลงไป ซึ่งความเชื่อมั่นในตนเองมีผลกระทบต่อการตั้งเป้าหมายและนำไปสู่ความสำเร็จ จะเห็นได้ว่ายิ่งนักกีฬามีความเชื่อมั่นในตนเองสูง การตั้งเป้าหมายก็จะมีความท้าทายสูงและในขณะที่นักกีฬาที่มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ ก็จะตั้งเป้าหมายที่ง่ายๆ ซึ่งทำให้นักกีฬาเหล่านั้นไม่ได้แสดงศักยภาพสูงสุดของตนเอง นอกจากนี้ความเชื่อมั่นในตนเองยังส่งผลให้นักกีฬามีความพยายามเพิ่มมากขึ้นในการฝึกซ้อมหรือการแข่งขันกีฬา อีกทั้งยังส่งผลต่อกลยุทธ์ในการเล่นกีฬา เพราะทำให้นักกีฬามีความกล้าเสี่ยง กล้าเล่นมากขึ้น และ ความเชื่อมั่นในตนเองมีผลต่อการรักษา Momentum ทางบวกในการแข่งขันกีฬา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักต่อการประสบความสำเร็จหรือพ่ายแพ้ในเกมการแข่งขัน โดยความเชื่อมั่นในตนเองส่งผลให้นักกีฬามีความอดทนต่อปัญหา อุปสรรค และมีความพยายามที่จะพลิกสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี จึงจะเห็นได้ว่าลักษณะต่างๆ ที่เกิดจากความเชื่อมั่นในตนเอง คือความคาดหวังสูงต่อการประสบความสำเร็จในการกีฬา เช่นเดียวกับงานวิจัยภาพรวมของความเชื่อมั่นในตนเองกับการกำหนดทิศทางต่อการแข่งขันของ Vealey, Hayashi, Garner, &Giacobbi(1998) ที่พบว่า ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการแสดงความสามารถทางการกีฬา โดยระดับของความเช
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
Introduction
.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: