Health systems of the United States have differences with several countries around the world and is the only country in the developed countries who do not have health insurance system for all people. Moreover, access to medical systems of the people of the United States. Are invaluable in obtaining services, sequins that vary according to the individual's health insurance policy. Currently Americans can log on to health insurance through 3 channels (the vast majority of Americans will live in one of the health insurance system): the Government is a private company, insurance employment, insurance and purchase policy is health insurance yourself.Health care service system of the United States has its own identity and is almost entirely operated by the private sector. In terms of medical services is able to provide the highest quality, but they come with a very high expense. People who can't get health insurance system and those who want to pay money to purchase the policy manual is the most difficult and the team is strange but true that an American family story, with half of that being Sue falling pattern in each year are caused by medical expenses.Currently, more than 40 million Americans have no health insurance. When a group of these people have health problems and therefore choose to buy drugs, according to the drug store, or access the service in a decision when it is too late to hospital treatment and remedies. Therefore, many Governments in the past trying to push one health insurance policy to solve the problem, but did not succeed because of the budget implications, the Government must bear the burden.จากความพยายามที่จะช่วยเหลือคนยากจนที่ไม่มีประกันสุขภาพ ประธานาธิบดีโอบาม่าจึงตัดสินใจครั้งสำคัญในการปฏิรูประบบสาธารณสุขของประเทศที่มีชื่อเรียกว่า “โอบาม่าแคร์ (Obamacare)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวอเมริกันสามารถเข้าถึงประกันสุขภาพได้ง่ายมากขึ้น พัฒนาคุณภาพของระบบสาธารณสุขและระบบประกันสุขภาพ และออกกฎเกณฑ์ควบคุมอุตสาหกรรมประกันสุขภาพและลดรายจ่ายค่ารักษาในสหรัฐอเมริกา นโยบายโอบาม่าแคร์ได้ปฏิรูปหลายสิ่งในระบบสาธารณสุขอเมริกา โดยให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ สิทธิ และการคุ้มครองเพิ่มมากขึ้นโอบาม่าแคร์เป็นกฎหมายปฏิรูประบบสาธารณสุขที่มีลักษณะบังคับให้ประชาชนทุกคนซื้อประกันสุขภาพของรัฐบาล มิฉะนั้นจะถูกปรับเป็นภาษีในปลายปี แม้มาตรการดังกล่าวจะมีผลทำให้ประชาชนที่มีสุขภาพดีและไม่ต้องการประกันสุขภาพจำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพด้วย แต่การประกันภาคบังคับจะทำให้ประชาชนทุกคนในประเทศมีความจำเป็นต้องถือครองประกันสุขภาพของรัฐ เมื่อมีจำนวนผู้เข้าระบบประกันสุขภาพจำนวนมากจะทำให้เกิดการกระจายความเสี่ยง และทำให้การประกันสุขภาพมีราคาลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้คนยากจนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นได้เมื่อหันกลับมาพิจารณาระบบประกันสุขภาพในประเทศไทย ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ประชาชนเกือบทั้งหมดสามารถเข้าถึงระบบประกันสุขภาพได้มากกว่าประชาชนอเมริกัน แต่ปัญหาสำคัญของระบบประกันสุขภาพของไทยที่คล้ายคลึงกับสหรัฐอเมริกาคือปัญหาความแตกต่างของคุณภาพของการรักษาพยาบาลของระบบประกันสุขภาพต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย ระบบประกันสุขภาพที่รัฐบาลเป็นผู้ประกัน (ระบบประกันสุขภาพข้าราชการและระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า) บริษัทเอกชนผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประกัน (ระบบประกันสังคม ซึ่งรัฐ นายจ้างและลูกจ้างมีส่วนร่วมจ่ายเงินสมทบ) และการซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพด้วยตัวเองกล่าวคือ ระบบประกันสุขภาพของข้าราชการและระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีคุณภาพแตกต่างกันมาก ทั้งๆ ที่เป็นระบบที่ใช้งบประมาณจากรัฐบาลเหมือนกัน ในขณะที่ระบบประกันสังคมที่ผู้ประกันตนและนายจ้างมีส่วนร่วมจ่ายสมทบ กลับมีคุณภาพต่ำไม่แตกต่างจากระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่รัฐเป็นผู้จ่ายเพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่การซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าจะได้บริการที่มีคุณภาพสูง แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมากจนประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ยิ่งไปกว่านั้น การที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ (medical hub) ของภูมิภาค และโรงพยาบาลเอกชนเน้นดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามารับบริการรักษาพยาบาลในประเทศมากขึ้น จะยิ่งส่งผลทำให้ต้นทุนการรักษาพยาบาลในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์จะถูกดึงไปในการให้บริการรักษาพยาบาลชาวต่างชาติมากขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของการรักษาพยาบาลของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ
การแปล กรุณารอสักครู่..
