๕. ดนตรี และรำกะเหรี่ยง๕. ๑. ประเภทของเพลงกะเหรี่ยง ชาวกะเหรี่ยงในอำเภ การแปล - ๕. ดนตรี และรำกะเหรี่ยง๕. ๑. ประเภทของเพลงกะเหรี่ยง ชาวกะเหรี่ยงในอำเภ อังกฤษ วิธีการพูด

๕. ดนตรี และรำกะเหรี่ยง๕. ๑. ประเภท

๕. ดนตรี และรำกะเหรี่ยง
๕. ๑. ประเภทของเพลงกะเหรี่ยง
ชาวกะเหรี่ยงในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีเพลงที่ใช้ขับร้องในงานประเพณี งานเทศกาล และโอกาสต่างๆ ดังนี้
๑) เพลงกล่อมลูก
การกล่อมลูกเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดำรงชีวิตประจำวันในสังคม แม่หรือพ่อ จะใช้เสียงขับร้องของตนเป็นสื่อในการถ่ายทอดความรู้สึกที่ดีออกมาเป็นทำนองเพลงขับกล่อมให้ลูกได้หลับนอนอย่างมีความสุข การขับกล่อมลูกนับว่าเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความผูกพันและความห่วงใยที่พ่อแม่มีต่อลูก เพลงกล่อมลูกของชาวกะเหรี่ยงในเขตอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ก็มีการใช้เพลงกล่อมลูกเช่นกัน ซึ่งสามารถขับร้องได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ลักษณะของเนื้อหาของเพลงกล่อมลูก มีอยู่ ๓ แบบ คือ
๑.๑) เล่าเรื่องหรือเล่านิทานให้เด็กฟัง
แม่หรือพ่อจะขับร้องเพลงกล่อมโดยเรื่องเอาเพลงที่มีเนื้อหาเป็นนิทานหรือเรื่องราวต่างๆ ให้เด็กฟัง เพื่อให้เด็กเกิดความเพลิดเพลิน หากเป็นเด็กโตขึ้นมา เด็กก็สามารถเข้าใจเรื่องราวนั้น อาจจะสนุกสนานกับเนื้อเรื่อง อารมณ์ดี จนกระทั่งหลับสนิท ดังเช่นเนื้อหาเพลงกล่อมลุกของชาวกะเหรี่ยง มีชื่อว่า “จะเปยงิว” แปลว่า คนขี้เกียจ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนขี้เกียจ คนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่กับยาย อยู่มาวันหนึ่งได้สานรอดจับปลา เมื่อสานเสร็จแล้วก็เอาไปดักบนต้นไม้ซึ่งรอดนั้นก็ไปดักได้ลิงตัวหนึ่งจึงจับลิงนั้นมาให้ยาย ยายบอกให้ฆ่าเสียให้ตาย เมื่อลิงรู้ว่าจะถูกฆ่าเลยหยิบแคนมาเป่า ส่วนนกยูงรำแพนที่อยู่ในบ้านก็มาร้องรำทำเพลงกัน พร้อมทั้งร้องเพลงมีเนื้อหาว่า “หลานถึงแม้จะทำอะไรผิด ก็ยังเป็นหลานอยู่ ดังนั้น หากหลานทำที่นอนให้ยาย ยายก็ต้องนอน”
การร้องเพลงกล่อมลูกที่เป็นนิทาน หรือเรื่องราวต่างๆ มักจะมีข้อคิด และข้อเตือนใจให้แก่เด็กและผู้ฟังเสมอ
๑.๒) เพลงที่ใช้สั่งสอนเด็ก
เพลงกล่อมลูกที่มีเนื้อหาสั่งสอนให้เด็กมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับจรรยา มารยาท จริยธรรม คุณธรรม และข้อควรปฏิบัติต่างๆ ในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพลงที่ใช้สั่งสอนเด็กนี้ จะเน้นให้เด็กวางตัวปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง เช่น เพลงกล่อมลูกที่มีเนื้อหาดังนี้
“คนเราเกิดมานั้น หากเกิดเป็นนกก็ต้องกลัวพญาเหยี่ยว
เป็นคนดีก็ต้องกลัวคนชั่ว เกิดเป็นปลาก็ต้องกลัวสวิง
คนเราเกิดมาในชาตินี้จะเอาอะไรแน่นอน
อนาคตข้างหน้าเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น”
๑.๓) เพลงที่ใช้ขู่เด็ก
ขณะที่แม่ให้ลูกนอน บางครั้งร้องเพลงกล่อมก็แล้ว เอาใจก็แล้ว ปรากฏว่า ลูกไม่ยอมหลับ แม่จึงต้องเลือกเพลงกล่อมที่ใช้เสียงขู่ ตะคอก หรือหลอกว่า หากไม่หลับเดี๋ยวตุ๊กแกจะกัดบ้าง
เพลงกล่อมลูกของชาวกะเหรี่ยงที่กล่าวมาทั้ง ๓ ประเภทนี้ มักจะมีลักษณะคล้ายๆ กันกับเพลงกล่อมลูกของคนไทยภาคต่างๆ เพลงกล่อมลูกของกะเหรี่ยงที่มีเนื้อหาแบบต่างๆกันทั้ง ๓ ประการนี้ ลักษณะทำนองของเพลงมีลีลาและจังหวะคล้ายๆ กัน
เพลงกล่อมลูกของชาวกะเหรี่ยงในเขตอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ยังมีผู้ขับร้องเพลงกล่อมลูกได้บ้างก็คือ คนที่มีอายุมากกว่า ๔๐ ปีเท่านั้น ส่วนพ่อแม่ปัจจุบันไม่มีใครขับร้องเพลงกล่อมลูกได้แล้ว ทั้งนี้เนื่องมาจากขับร้องไม่เป็นแล้ว สภาพความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้อย่างใกล้ชิด เวลาที่จะให้ลูกก็น้อยลง ทั้งพ่อและแม่ต้องช่วยกันทำมาเลี้ยงครอบครัว
ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่เป็นเหตุผลให้เพลงกล่อมลูกสูญหายไป คือ ความเจริญทางวัตถุได้เข้าสู่หมู่บ้านได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การดำรงชีวิตของคนกะเหรี่ยงเปลี่ยนแปลงไปเกือบทุกครัวเรือน แต่ละบ้านมีโทรทัศน์ วิทยุ เทป ใช้ดูและฟัง ข่าวคราวของสังคมสมัยใหม่ และเพลงสมัยใหม่เข้าไปมีบทบาทมากขึ้น ทำให้การขับร้องเพลงกล่อมลูกแบบเก่าของชาวกะเหรี่ยงแลดูเป็นเรื่องล้าหลัง และคงต้องสูญหายไปในที่สุด
๒) เพลงเกี้ยว
เพลงเกี้ยวของชาวกะเหรี่ยงอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี นับว่ามีลักษณะการขับร้องโต้ตอบกันระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง การร้องเพลงเกี้ยวมีอยู่ ๒ ลักษณะ คือ เพลงเกี้ยวย่องสาว และเพลงเกี้ยวสาวกินข้าวห่อ
๒.๑) เพลงเกี้ยวย่องสาว
งานเทศกาลต่างๆที่ชาวกะเหรี่ยงจัดขึ้นในหมู่บ้านก็มักจะมีหนุ่มๆสาวๆ และบุคคลต่างๆ ในละแวกใกล้เคียงมาร่วมงาน มักมีการขับร้องฟ้อนรำกัน ซึ่งหนุ่มสาวก็จะมีโอกาสได้พบปะกัน ได้ขับร้องเพลงสนทนาโต้ตอบกันระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หากฝ่ายชายคนใดถูกใจหญิงสาวก็อาจจะเกี้ยวกันด้วยเพลง เมื่อฝ่ายชายได้มีโอกาสทำความรู้จักกับฝ่ายหญิงและเป็นที่พอใจของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หลังจากเสร็จงานแล้วตอนกลางคืนฝ่ายชายก็อาจจะขอย่องสาวตามประเพณีของชาวกะเหรี่ยง
เพลงเกี้ยวสาวที่ใช้ประกอบการย่องสาวนี้ เนื้อร้องของเพลงจะเป็นการสนทนาโต้ตอบกันอย่างสุภาพ อาจจะบรรยายถึงความงามธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมก่อน แล้วจึงจะแสดงความในใจให้ฝ่ายหญิงได้รับรู้ เช่น เพลงเกี้ยวสาวของกะเหรี่ยงที่แปลเป็นภาษาไทย จะได้ความหมายดังนี้
ฝ่ายชาย : บ้านนี้เป็นบ้านของใครนะแลดูสวยดี
ฝ่ายหญิง : มาทำไม บ้านฉันเป็นบ้านหลังซอมซ่อ
ฝ่ายชาย : มาขอเด็ดดอกไม้ ดอกไม้บ้านเธอสวยจัง ขอสักดอกได้ไหม
ฝ่ายหญิง : บ้านของฉันไม่สวยไม่งาม ดอกไม้ก็ไม่สวย จะเด็ดก็เด็ดได้
๒.๒) เพลงเกี้ยวสาวกินข้าวห่อ
เพลงเกี้ยวสาวกินข้าวห่อ มักขับร้องกันในเทศกาลกินข้าวห่อ เดือน ๙ เป็นเพลงขับร้องโต้ตอบกันระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง มีแคนเป่าประกอบการขับร้องเพื่อทำให้ไพเราะ และ สนุกสนานยิ่งขึ้น
การขับร้องเพลงเกี้ยวสาวในเทศกาลกินข้าวห่อนี้ หนุ่มสาวชาวกะเหรี่ยงมักจะมารวมกันรับประทานอาหารร่วมกัน พูดคุย และร้องรำทำเพลงกันในหมู่บ้าน ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะนั่งอยู่ในบ้านล้อมวงทานข้าวห่อ ขับร้องเพลงสนทนาโต้ตอบกันเกี้ยวพาราสีกัน บางครั้งก็มีการป้อนข้าวห่อ ขนมและน้ำให้แก่กันด้วย
๓) เพลงรำแคน
เพลงรำแคน มักจะได้รับความนิยมในกลุ่มชาวกะเหรี่ยงมากกว่าเพลงประเภทอื่นๆ เพราะเพลงรำแคนมีลีลาที่สนุกสนาน มีการขับร้องประกอบการร่ายรำ แคนเป็นเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ในการเป่าควบคู่กับการขับร้อง ซึ่งในอดีตยอกจากจะมีแคนเป็นเครื่องดนตรีหลัก แล้วยังมีเครื่องดนตรีที่ช่ว
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
5. Karen dance & music5.1. the category of music, Karen. Karen in Suan Phung district, Ratchaburi province There is a song that used to sing in the ceremony. Festival and an opportunity. 1.) phlengklom ball. To lull a child as part of daily life in the society. The mother or father will sing of their voice as a medium to convey a good sense of melody to soothe the child sleep happily. A child is considered to be a Serenade to expressing love. Commitment and care that parents have. Karen's daughter phlengklom in Suan Phung district of Ratchaburi province, they are using the same ball, which can phlengklom sing for both men and women. Characteristics of the contents of an existing child 3: phlengklom. 1.1 narrative or narrative Tales), listening to the children. แม่หรือพ่อจะขับร้องเพลงกล่อมโดยเรื่องเอาเพลงที่มีเนื้อหาเป็นนิทานหรือเรื่องราวต่างๆ ให้เด็กฟัง เพื่อให้เด็กเกิดความเพลิดเพลิน หากเป็นเด็กโตขึ้นมา เด็กก็สามารถเข้าใจเรื่องราวนั้น อาจจะสนุกสนานกับเนื้อเรื่อง อารมณ์ดี จนกระทั่งหลับสนิท ดังเช่นเนื้อหาเพลงกล่อมลุกของชาวกะเหรี่ยง มีชื่อว่า “จะเปยงิว” แปลว่า คนขี้เกียจ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนขี้เกียจ คนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่กับยาย อยู่มาวันหนึ่งได้สานรอดจับปลา เมื่อสานเสร็จแล้วก็เอาไปดักบนต้นไม้ซึ่งรอดนั้นก็ไปดักได้ลิงตัวหนึ่งจึงจับลิงนั้นมาให้ยาย ยายบอกให้ฆ่าเสียให้ตาย เมื่อลิงรู้ว่าจะถูกฆ่าเลยหยิบแคนมาเป่า ส่วนนกยูงรำแพนที่อยู่ในบ้านก็มาร้องรำทำเพลงกัน พร้อมทั้งร้องเพลงมีเนื้อหาว่า “หลานถึงแม้จะทำอะไรผิด ก็ยังเป็นหลานอยู่ ดังนั้น หากหลานทำที่นอนให้ยาย ยายก็ต้องนอน” การร้องเพลงกล่อมลูกที่เป็นนิทาน หรือเรื่องราวต่างๆ มักจะมีข้อคิด และข้อเตือนใจให้แก่เด็กและผู้ฟังเสมอ ๑.๒) เพลงที่ใช้สั่งสอนเด็ก เพลงกล่อมลูกที่มีเนื้อหาสั่งสอนให้เด็กมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับจรรยา มารยาท จริยธรรม คุณธรรม และข้อควรปฏิบัติต่างๆ ในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพลงที่ใช้สั่งสอนเด็กนี้ จะเน้นให้เด็กวางตัวปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง เช่น เพลงกล่อมลูกที่มีเนื้อหาดังนี้ “คนเราเกิดมานั้น หากเกิดเป็นนกก็ต้องกลัวพญาเหยี่ยว เป็นคนดีก็ต้องกลัวคนชั่ว เกิดเป็นปลาก็ต้องกลัวสวิง คนเราเกิดมาในชาตินี้จะเอาอะไรแน่นอน อนาคตข้างหน้าเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น”๑.๓) เพลงที่ใช้ขู่เด็ก ขณะที่แม่ให้ลูกนอน บางครั้งร้องเพลงกล่อมก็แล้ว เอาใจก็แล้ว ปรากฏว่า ลูกไม่ยอมหลับ แม่จึงต้องเลือกเพลงกล่อมที่ใช้เสียงขู่ ตะคอก หรือหลอกว่า หากไม่หลับเดี๋ยวตุ๊กแกจะกัดบ้าง เพลงกล่อมลูกของชาวกะเหรี่ยงที่กล่าวมาทั้ง ๓ ประเภทนี้ มักจะมีลักษณะคล้ายๆ กันกับเพลงกล่อมลูกของคนไทยภาคต่างๆ เพลงกล่อมลูกของกะเหรี่ยงที่มีเนื้อหาแบบต่างๆกันทั้ง ๓ ประการนี้ ลักษณะทำนองของเพลงมีลีลาและจังหวะคล้ายๆ กัน เพลงกล่อมลูกของชาวกะเหรี่ยงในเขตอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ยังมีผู้ขับร้องเพลงกล่อมลูกได้บ้างก็คือ คนที่มีอายุมากกว่า ๔๐ ปีเท่านั้น ส่วนพ่อแม่ปัจจุบันไม่มีใครขับร้องเพลงกล่อมลูกได้แล้ว ทั้งนี้เนื่องมาจากขับร้องไม่เป็นแล้ว สภาพความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้อย่างใกล้ชิด เวลาที่จะให้ลูกก็น้อยลง ทั้งพ่อและแม่ต้องช่วยกันทำมาเลี้ยงครอบครัว ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่เป็นเหตุผลให้เพลงกล่อมลูกสูญหายไป คือ ความเจริญทางวัตถุได้เข้าสู่หมู่บ้านได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การดำรงชีวิตของคนกะเหรี่ยงเปลี่ยนแปลงไปเกือบทุกครัวเรือน แต่ละบ้านมีโทรทัศน์ วิทยุ เทป ใช้ดูและฟัง ข่าวคราวของสังคมสมัยใหม่ และเพลงสมัยใหม่เข้าไปมีบทบาทมากขึ้น ทำให้การขับร้องเพลงกล่อมลูกแบบเก่าของชาวกะเหรี่ยงแลดูเป็นเรื่องล้าหลัง และคงต้องสูญหายไปในที่สุด ๒) เพลงเกี้ยว
เพลงเกี้ยวของชาวกะเหรี่ยงอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี นับว่ามีลักษณะการขับร้องโต้ตอบกันระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง การร้องเพลงเกี้ยวมีอยู่ ๒ ลักษณะ คือ เพลงเกี้ยวย่องสาว และเพลงเกี้ยวสาวกินข้าวห่อ
๒.๑) เพลงเกี้ยวย่องสาว
งานเทศกาลต่างๆที่ชาวกะเหรี่ยงจัดขึ้นในหมู่บ้านก็มักจะมีหนุ่มๆสาวๆ และบุคคลต่างๆ ในละแวกใกล้เคียงมาร่วมงาน มักมีการขับร้องฟ้อนรำกัน ซึ่งหนุ่มสาวก็จะมีโอกาสได้พบปะกัน ได้ขับร้องเพลงสนทนาโต้ตอบกันระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หากฝ่ายชายคนใดถูกใจหญิงสาวก็อาจจะเกี้ยวกันด้วยเพลง เมื่อฝ่ายชายได้มีโอกาสทำความรู้จักกับฝ่ายหญิงและเป็นที่พอใจของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หลังจากเสร็จงานแล้วตอนกลางคืนฝ่ายชายก็อาจจะขอย่องสาวตามประเพณีของชาวกะเหรี่ยง
เพลงเกี้ยวสาวที่ใช้ประกอบการย่องสาวนี้ เนื้อร้องของเพลงจะเป็นการสนทนาโต้ตอบกันอย่างสุภาพ อาจจะบรรยายถึงความงามธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมก่อน แล้วจึงจะแสดงความในใจให้ฝ่ายหญิงได้รับรู้ เช่น เพลงเกี้ยวสาวของกะเหรี่ยงที่แปลเป็นภาษาไทย จะได้ความหมายดังนี้
ฝ่ายชาย : บ้านนี้เป็นบ้านของใครนะแลดูสวยดี
ฝ่ายหญิง : มาทำไม บ้านฉันเป็นบ้านหลังซอมซ่อ
ฝ่ายชาย : มาขอเด็ดดอกไม้ ดอกไม้บ้านเธอสวยจัง ขอสักดอกได้ไหม
ฝ่ายหญิง : บ้านของฉันไม่สวยไม่งาม ดอกไม้ก็ไม่สวย จะเด็ดก็เด็ดได้
๒.๒) เพลงเกี้ยวสาวกินข้าวห่อ
เพลงเกี้ยวสาวกินข้าวห่อ มักขับร้องกันในเทศกาลกินข้าวห่อ เดือน ๙ เป็นเพลงขับร้องโต้ตอบกันระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง มีแคนเป่าประกอบการขับร้องเพื่อทำให้ไพเราะ และ สนุกสนานยิ่งขึ้น
การขับร้องเพลงเกี้ยวสาวในเทศกาลกินข้าวห่อนี้ หนุ่มสาวชาวกะเหรี่ยงมักจะมารวมกันรับประทานอาหารร่วมกัน พูดคุย และร้องรำทำเพลงกันในหมู่บ้าน ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะนั่งอยู่ในบ้านล้อมวงทานข้าวห่อ ขับร้องเพลงสนทนาโต้ตอบกันเกี้ยวพาราสีกัน บางครั้งก็มีการป้อนข้าวห่อ ขนมและน้ำให้แก่กันด้วย
๓) เพลงรำแคน
เพลงรำแคน มักจะได้รับความนิยมในกลุ่มชาวกะเหรี่ยงมากกว่าเพลงประเภทอื่นๆ เพราะเพลงรำแคนมีลีลาที่สนุกสนาน มีการขับร้องประกอบการร่ายรำ แคนเป็นเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ในการเป่าควบคู่กับการขับร้อง ซึ่งในอดีตยอกจากจะมีแคนเป็นเครื่องดนตรีหลัก แล้วยังมีเครื่องดนตรีที่ช่ว
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
5. Music and dance Karen
5. 1. Types of Karen song
Karen in Suan phueng District, Ratchaburi Province, use of music singing in the ceremony. The festival and various occasions as follows: 1) recognize

.To convince you is part of the culture of daily living in society, your mom or dad to use voice sing of their media broadcast good feelings out a melody lull you to sleep happily.Commitment and concern for parents with children. Nursery rhymes of Karen in designated Suan phueng District, Ratchaburi Province, have used nursery rhymes as well. Who can sing both men and women.There are 3 is a
.1. 1), narrative or story to the child!Mom or dad will sing a lullaby by the take that song with content tales or stories to children to listen to children's enjoyment. If a child grow up, the children can understand the story.In a good mood until sleep. As the rise of Karen content lullaby, called "will เปยงิ won" means lazy is a story about a lazy. The one who lives with you. One day, continue live fish.She told me to kill to death when the monkey that was killed took the canyon to blow. The peacock spread tail-feathers in the house came to sing and dance. The song have content. "You even do anything wrong, it is also the nephew.I have to sleep "
.Sing nursery rhymes as fairy tales or stories, often have arguments, and to remind the audience and always
1. 2) the use of music to teach children
.Nursery rhymes with content teach children to have knowledge about ethics, etiquette, ethics, morality and precautions. In living in the society can be happy songs used to teach children.Such as nursery rhymes with the content as follows:
."People are born. If a bird is afraid eagle king
is a good man is afraid of the wicked. A fish is afraid swing
. People was born I would have definitely
. The future is what we see "
1. 3) the use of music to threaten children
.While her baby to sleep. Sometimes sing it, please. And you don't sleep, so I have to pick a lullaby that use voice threatening. Yell, or pretend that, if not wait gecko is bit
.Nursery rhymes of Karen above all 3 of this type, often look similar to the song lullaby of the Thai sectors. Nursery rhymes of Karen with content such as three.Let
.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: