NDAY18 ขั้นตอนบรรลุธรรม !!คัดลอกจากหนังสือ

NDAY18 ขั้นตอนบรรลุธรรม !!คัดลอกจาก

NDAY
18 ขั้นตอนบรรลุธรรม !!


คัดลอกจากหนังสือ"ตามรอยอริยเจ้าเข้านิพพาน"
โดย พศิน อินทรวงค์

“พูดเรื่องนิพพานทีไร เราจะเหมือนคนตาบอดคลำช้างทุกที!”
นี่คือข้อเท็จจริงที่อาจจะค้างคาใจใครหลายๆคน ชาวพุทธผู้ศึกษาธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาจมีความรู้สึกคล้ายกันว่าเมื่อเราศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องนิพพาน เราจะพบว่าเรากลายเป็นคนตาบอดคลำช้างทันที เหมือนๆจะรู้ เหมือนๆจะเข้าใจ แต่ความรู้และเข้าใจนั้นช่างคลุมเครือไม่กระจ่างแจ้ง ไม่ว่าเราจะศึกษา เรียนรู้จากแหล่งข้อมูล สืบค้นจากตำราทางพุทธศาสนา แม้ข้อมูลในพระไตรปิฎกจะมีการระบุไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนิพพาน และแม้ว่าพระไตรปิฎกจะถือเป็นคลังข้อมูลทางธรรมที่ประเสริฐที่สุด แต่ในบางครั้งเราก็ต้องยอมรับความจริงว่า คนส่วนใหญ่ยังต้องการตัวช่วย ในการเชื่อมต่อระหว่างตัวเราและความรู้จากพระไตรปิฎก และสิ่งที่จะเชื่อมโยงตัวเรากับความรู้ในพระไตรปิฎกให้มาบรรจบกันก็คือ มนุษย์สักคนหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระอรหันต์นั่นเอง

วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2546
หลวงตามหาบัวได้แสดงธรรมเทศนาครั้งที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของท่าน เป็นการเทศน์ที่ยากนักจะได้รับฟังจากที่ใด ตลอดการเทศน์ท่านได้รวบรวมกระแสจิต หลับตาดำดิ่งลงสู่ห้วงสมาธิและถ่ายทอดธรรมจากใจออกสู่ทางวาจา ภิกษุสงฆ์ชราภาพสังขารเกือบร้อยปี เทศนาธรรมด้วยน้ำเสียงก้องกังวานใส ตลอดระยะเวลา 1ชั่วโมง 20 นาทีโดยที่ไม่มีการหยุดดื่มน้ำ ไม่มีการหยุดพักครึ่งใดๆทั้งสิ้น วันนั้นเป็นวันที่คณะสงฆ์สายพระป่ากรรมฐานเดินทางมารวมตัวกันนับหมื่นรูป บางองค์อยู่ต่างจังหวัด บางองค์อยู่ต่างแดน หรือแม้แต่อยู่ในป่าลึกก็ยังออกมาฟังธรรมเทศนาในครั้งนี้ของสุดยอดอรหันต์ จึงถือได้ว่า การร่วมตัวของเหล่าภิกษุในวันนั้น เป็นการรวมตัวกันของเหล่าศิษย์แห่งพระคถาคต ผู้ที่ต้องการบำเพ็ญเพียรเพื่อความหลุดพ้น เป็นการรวมตัวของพระนักปฏิบัติผู้มีนิพพานเป็นธงชัยแทบทั้งสิ้น

ธรรมะที่สอนกันในวันนั้นจึงเป็นธรรมชั้นสูง เป็นแก่นธรรมแท้ที่ไม่มีการผ่อนปรนใดๆ เนื้อหาสาระจึงเต็มไปด้วยรสธรรมอันเผ็ดร้อน ดุเดือด องอาจแกล้วกล้า ถึงลูกถึงคน ด้วยมิต้องห่วงคำนึงถึงความเป็นโลกียะจอมปลอม หรือเป็นห่วงฆราวาสที่ฟังธรรมเสร็จแล้วต้องหวนกลับไป ดูแลลูกผัว เฝ้าเหย้า เฝ้าเรือนใช้ชีวิตทางโลกธรรม เทศนาในวันนั้นว่าด้วยเรื่อง “การปฏิบัติเพื่อเอามรรคเอาผลสำหรับผู้ไม่ต้องการเกิด” เป็นธรรมะชั้นลึกจากประสบการณ์ตรงที่มีคุณค่าประหนึ่งมหาสมบัติ เพราะทำให้นักเดินทางผู้มีนิพพานเป็นธงชัย ได้รู้ชัดถึงหนทางเดินว่า ถ้าปรารถนานิพพานในชาตินี้ เราต้องปฏิบัติอย่างไร เริ่มตรงไหน จบตรงไหน ต้องทำอะไรก่อนหลัง การเดินทางสู่เส้นทางแห่งพระนิพพานโดยปราศจากคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์คงไม่ต่างอะไรกับการคลำหาทางกลับบ้านกลางถ้ำมืด เมื่อท่านได้เขียนแผนที่ทิ้งไว้ให้เราแล้ว ก็ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้สำรวจตรวจสอบกันว่า ในปัจจุบันนี้สองเท้าของเรากำลังเหยียบย่างอยู่ตรงไหนในระหว่างทางกันแน่ กำลังเดินอยู่ในทาง หรือหลงออกนอกเส้นทางไปแล้ว

โอกาสนี้เอง ผู้เขียนจึงใคร่ขออนุญาตนำบทเทศนาของหลวงตามหาบัวมาถอดความ และจำแนกออกเป็นข้อๆ พร้อมทั้งอนุญาตอธิบายเพิ่มเติมสมทบลงไป เพื่อให้เหล่าโยคาวจรทั้งหลายได้ศึกษาหนทางแห่งการดับทุกข์ที่ถูกต้องตรงธรรม และสามารถเข้าใจได้โดยง่ายไปพร้อมๆ กันดังนี้

1. ผู้ปฏิบัติเพื่อมุ่งนิพพานจะต้องถือศีลให้บริสุทธิ์ ข้อนี้สำคัญมาก ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้ก่อนเรื่องอื่นใด คือใช้ชีวิตอยู่ในกรอบของศีลธรรมความดีงาม อะไรผิดศีลห้ามทำโดยเด็ดขาด

2. ให้คิดถึงนิพพานทุกขณะ เหมือนนิพพานอยู่ตรงหน้า คือระลึกไว้เสมอว่า เราจะไปนิพพานเท่านั้น จุดเดียวที่เดียว อย่างอื่นไม่เอา ให้พุ่งตรง ตัดตรงไปเลย

3. ทำสมาธิในชีวิตประจำวันให้ได้ คือถ้าใครบริกรรมพุทโธ ก็ให้ทำไป ใครดูลมหายใจ ก็ให้ดูไป เรื่องนี้เน้นย้ำมากให้คุมกรรมฐานไว้ระหว่างวัน ส่วนจะใช้กรรมฐานชนิดใด ตรงนี้ใช้ได้หมด ขอให้อยู่ในหมวดกรรมฐาน 40 ไม่มีอะไรผิด จุดนี้ให้เน้นไปที่การทำสมถะก่อน อย่าเพิ่งไปสนใจวิปัสสนาในช่วงแรกๆ ต้องฝึกให้จิตมีความตั้งมั่นก่อน ให้จิตอยู่กับกรรมฐานของตนตลอดเวลาทั้งวันยกเว้นเวลาที่ต้องทำงานเท่านั้น เน้นว่า นี่คือการปฏิบัติเบื้องต้นไม่ควรทำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ควรทำผิดไปจากนี้

4. เมื่อทำสมาธิในชีวิตประจำวัน ไปจนจิตเข้าสู่สมาธิได้แล้ว ให้สังเกตดู ช่วงนี้จิตจะปรุงกิเลสน้อยลง เพราะจิตมันอิ่มอารมณ์ มีอารมณ์เป็นหนึ่งมากขึ้น ทำความสงบได้ง่ายขึ้น พูดง่ายๆ ว่าจิตของเราเริ่มมีกำลังเกิดความตั้งมั่นได้ง่าย คือในชีวิตประจำวันก็ทรงอารมณ์อยู่กับกรรมฐานได้ เมื่อทำสมาธิในรูปแบบก็มีอารมณ์เป็นหนึ่งได้ อย่างนี้ถือว่าเริ่มใช้ได้แล้ว ตรงนี้ ให้เริ่มพัฒนาในขั้นตอนต่อไป อย่าหยุดอยู่แค่การทำสมาธิ

5. พอจิตสงบ ตั้งมั่นแล้ว คราวนี้ท่านให้เริ่มเดินปัญญาต่อไปเลย เพียงแค่สมาธิอย่างเดียวนั้น จิตจะไม่มีความกว้างขวาง จะต้องเดินปัญญาต่อ จึงจะเกิดความกว้างขวาง นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าแนะนำเอาไว้ ต้องทำตามพระพุทธเจ้าท่านสอน

6. ให้เริ่มต้นพิจารณาร่างกาย โดยให้แยกเป็นส่วนๆ คือ เกษา โลมา นขา ทันตา ตโจ หรือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง นี่เป็นตำหรับแท้ๆ ของพระพุทธเจ้า ให้เอามาดูเป็นส่วนๆ ดูสิ เส้นผมของเราเป็นยังไง สะอาดหรือสกปรก เหมือนกันกับขนสัตว์ชนิดอื่นหรือเปล่า ถ้าไม่อาบน้ำมันจะเป็นอย่างไร แล้วไล่พิจารณาเรียงไปเรื่อยๆ จนครบทั้ง ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง กรรมฐาน 5 นี้เป็นพื้นฐานทางเดินทางด้านปัญญา ให้หัดดูไปเรื่อยๆ เห็นชัดบ้างไม่ชัดบ้างก็ให้พิจารณาไป ให้เห็นว่าที่ทำอยู่นี้คือหินลับปัญญา

7. เมื่อทำจนชำนาญ ต่อไปก็ลองแยกให้เป็นธาตุ 4 คือดิน น้ำ ลม ไฟ พิจารณาให้เป็น อนิจจัง(ไม่เที่ยง) ทุกข์ขัง (เป็นทุกข์) อนัตตา(ไม่ใช่ตัวตน) ทำเช่นนี้ สติปัญญาจะมากขึ้นเป็นลำดับ

8. เมื่อพิจารณาสักพัก ก็ให้ย้อนกลับมาทำสมาธิ เอาความสงบ เอากำลังของจิตใหม่ ต่อเมื่อจิตอยู่ในความสงบ เริ่มมีกำลังฟื้นตัว ก็กลับมาเดินไ
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
NDAY6 step attain!!Copied from the book, "by roiariya into Nirvana".By inthon phasin enough"We will talk about Nirvana, I like a blind man felt the elephant in pain!" นี่คือข้อเท็จจริงที่อาจจะค้างคาใจใครหลายๆคน ชาวพุทธผู้ศึกษาธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาจมีความรู้สึกคล้ายกันว่าเมื่อเราศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องนิพพาน เราจะพบว่าเรากลายเป็นคนตาบอดคลำช้างทันที เหมือนๆจะรู้ เหมือนๆจะเข้าใจ แต่ความรู้และเข้าใจนั้นช่างคลุมเครือไม่กระจ่างแจ้ง ไม่ว่าเราจะศึกษา เรียนรู้จากแหล่งข้อมูล สืบค้นจากตำราทางพุทธศาสนา แม้ข้อมูลในพระไตรปิฎกจะมีการระบุไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนิพพาน และแม้ว่าพระไตรปิฎกจะถือเป็นคลังข้อมูลทางธรรมที่ประเสริฐที่สุด แต่ในบางครั้งเราก็ต้องยอมรับความจริงว่า คนส่วนใหญ่ยังต้องการตัวช่วย ในการเชื่อมต่อระหว่างตัวเราและความรู้จากพระไตรปิฎก และสิ่งที่จะเชื่อมโยงตัวเรากับความรู้ในพระไตรปิฎกให้มาบรรจบกันก็คือ มนุษย์สักคนหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระอรหันต์นั่นเองJanuary 22, b.e. 2546 หลวงตามหาบัวได้แสดงธรรมเทศนาครั้งที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของท่าน เป็นการเทศน์ที่ยากนักจะได้รับฟังจากที่ใด ตลอดการเทศน์ท่านได้รวบรวมกระแสจิต หลับตาดำดิ่งลงสู่ห้วงสมาธิและถ่ายทอดธรรมจากใจออกสู่ทางวาจา ภิกษุสงฆ์ชราภาพสังขารเกือบร้อยปี เทศนาธรรมด้วยน้ำเสียงก้องกังวานใส ตลอดระยะเวลา 1ชั่วโมง 20 นาทีโดยที่ไม่มีการหยุดดื่มน้ำ ไม่มีการหยุดพักครึ่งใดๆทั้งสิ้น วันนั้นเป็นวันที่คณะสงฆ์สายพระป่ากรรมฐานเดินทางมารวมตัวกันนับหมื่นรูป บางองค์อยู่ต่างจังหวัด บางองค์อยู่ต่างแดน หรือแม้แต่อยู่ในป่าลึกก็ยังออกมาฟังธรรมเทศนาในครั้งนี้ของสุดยอดอรหันต์ จึงถือได้ว่า การร่วมตัวของเหล่าภิกษุในวันนั้น เป็นการรวมตัวกันของเหล่าศิษย์แห่งพระคถาคต ผู้ที่ต้องการบำเพ็ญเพียรเพื่อความหลุดพ้น เป็นการรวมตัวของพระนักปฏิบัติผู้มีนิพพานเป็นธงชัยแทบทั้งสิ้น ธรรมะที่สอนกันในวันนั้นจึงเป็นธรรมชั้นสูง เป็นแก่นธรรมแท้ที่ไม่มีการผ่อนปรนใดๆ เนื้อหาสาระจึงเต็มไปด้วยรสธรรมอันเผ็ดร้อน ดุเดือด องอาจแกล้วกล้า ถึงลูกถึงคน ด้วยมิต้องห่วงคำนึงถึงความเป็นโลกียะจอมปลอม หรือเป็นห่วงฆราวาสที่ฟังธรรมเสร็จแล้วต้องหวนกลับไป ดูแลลูกผัว เฝ้าเหย้า เฝ้าเรือนใช้ชีวิตทางโลกธรรม เทศนาในวันนั้นว่าด้วยเรื่อง “การปฏิบัติเพื่อเอามรรคเอาผลสำหรับผู้ไม่ต้องการเกิด” เป็นธรรมะชั้นลึกจากประสบการณ์ตรงที่มีคุณค่าประหนึ่งมหาสมบัติ เพราะทำให้นักเดินทางผู้มีนิพพานเป็นธงชัย ได้รู้ชัดถึงหนทางเดินว่า ถ้าปรารถนานิพพานในชาตินี้ เราต้องปฏิบัติอย่างไร เริ่มตรงไหน จบตรงไหน ต้องทำอะไรก่อนหลัง การเดินทางสู่เส้นทางแห่งพระนิพพานโดยปราศจากคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์คงไม่ต่างอะไรกับการคลำหาทางกลับบ้านกลางถ้ำมืด เมื่อท่านได้เขียนแผนที่ทิ้งไว้ให้เราแล้ว ก็ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้สำรวจตรวจสอบกันว่า ในปัจจุบันนี้สองเท้าของเรากำลังเหยียบย่างอยู่ตรงไหนในระหว่างทางกันแน่ กำลังเดินอยู่ในทาง หรือหลงออกนอกเส้นทางไปแล้ว For this opportunity. The author, therefore, would allow the provisions sought by the BUA Luang came to unscramble and is, along with additional description allowed kho contribution to these yokhaochon we have studied ways to extinguish the right justice and suffering can be understood easily simultaneously, as follows:1. operators to Nirvana must be fasting, purity. This message is very important to handle this matter, prior to any other matter, is living in the framework of moral goodness. What is a strictly prohibit desecration?2. think of Nirvana as Nirvana-like in front of me is that we are going to only Nirvana. Only one point, otherwise remove, straight cut straight.3. ทำสมาธิในชีวิตประจำวันให้ได้ คือถ้าใครบริกรรมพุทโธ ก็ให้ทำไป ใครดูลมหายใจ ก็ให้ดูไป เรื่องนี้เน้นย้ำมากให้คุมกรรมฐานไว้ระหว่างวัน ส่วนจะใช้กรรมฐานชนิดใด ตรงนี้ใช้ได้หมด ขอให้อยู่ในหมวดกรรมฐาน 40 ไม่มีอะไรผิด จุดนี้ให้เน้นไปที่การทำสมถะก่อน อย่าเพิ่งไปสนใจวิปัสสนาในช่วงแรกๆ ต้องฝึกให้จิตมีความตั้งมั่นก่อน ให้จิตอยู่กับกรรมฐานของตนตลอดเวลาทั้งวันยกเว้นเวลาที่ต้องทำงานเท่านั้น เน้นว่า นี่คือการปฏิบัติเบื้องต้นไม่ควรทำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ควรทำผิดไปจากนี้4. เมื่อทำสมาธิในชีวิตประจำวัน ไปจนจิตเข้าสู่สมาธิได้แล้ว ให้สังเกตดู ช่วงนี้จิตจะปรุงกิเลสน้อยลง เพราะจิตมันอิ่มอารมณ์ มีอารมณ์เป็นหนึ่งมากขึ้น ทำความสงบได้ง่ายขึ้น พูดง่ายๆ ว่าจิตของเราเริ่มมีกำลังเกิดความตั้งมั่นได้ง่าย คือในชีวิตประจำวันก็ทรงอารมณ์อยู่กับกรรมฐานได้ เมื่อทำสมาธิในรูปแบบก็มีอารมณ์เป็นหนึ่งได้ อย่างนี้ถือว่าเริ่มใช้ได้แล้ว ตรงนี้ ให้เริ่มพัฒนาในขั้นตอนต่อไป อย่าหยุดอยู่แค่การทำสมาธิ 5. พอจิตสงบ ตั้งมั่นแล้ว คราวนี้ท่านให้เริ่มเดินปัญญาต่อไปเลย เพียงแค่สมาธิอย่างเดียวนั้น จิตจะไม่มีความกว้างขวาง จะต้องเดินปัญญาต่อ จึงจะเกิดความกว้างขวาง นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าแนะนำเอาไว้ ต้องทำตามพระพุทธเจ้าท่านสอน6. ให้เริ่มต้นพิจารณาร่างกาย โดยให้แยกเป็นส่วนๆ คือ เกษา โลมา นขา ทันตา ตโจ หรือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง นี่เป็นตำหรับแท้ๆ ของพระพุทธเจ้า ให้เอามาดูเป็นส่วนๆ ดูสิ เส้นผมของเราเป็นยังไง สะอาดหรือสกปรก เหมือนกันกับขนสัตว์ชนิดอื่นหรือเปล่า ถ้าไม่อาบน้ำมันจะเป็นอย่างไร แล้วไล่พิจารณาเรียงไปเรื่อยๆ จนครบทั้ง ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง กรรมฐาน 5 นี้เป็นพื้นฐานทางเดินทางด้านปัญญา ให้หัดดูไปเรื่อยๆ เห็นชัดบ้างไม่ชัดบ้างก็ให้พิจารณาไป ให้เห็นว่าที่ทำอยู่นี้คือหินลับปัญญา7. เมื่อทำจนชำนาญ ต่อไปก็ลองแยกให้เป็นธาตุ 4 คือดิน น้ำ ลม ไฟ พิจารณาให้เป็น อนิจจัง(ไม่เที่ยง) ทุกข์ขัง (เป็นทุกข์) อนัตตา(ไม่ใช่ตัวตน) ทำเช่นนี้ สติปัญญาจะมากขึ้นเป็นลำดับ
8. เมื่อพิจารณาสักพัก ก็ให้ย้อนกลับมาทำสมาธิ เอาความสงบ เอากำลังของจิตใหม่ ต่อเมื่อจิตอยู่ในความสงบ เริ่มมีกำลังฟื้นตัว ก็กลับมาเดินไ
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: