One of the issues that many spending the most, however, is maps that Cambodia used attach the complaint before the Court of arbitration, the world would in the year 2505 Preah Vihear temple, where the map is causing a new dispute that is the subject-area overlap 4.6 square kilometers. That is what Thailand is, apart from the decision of the case, the old. The details of this map? And why is there a new dispute between Thailand with Cambodia in the past 6 years ago.การที่กัมพูชายื่นขอให้ศาลโลกวินิจฉัยว่า ไทยต้องเคารพดินแดนของกัมพูชา ซึ่งหมายถึงดินแดนพื้นที่ปราสาทพระวิหาร และบริเวณใกล้เคียง ที่ถูกกำหนดตามแผนที่ภาคผนวก 1 หรือแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 ระวางดงรัก ซึ่งนำมาซึ่งข้อถกเถียงของฝ่ายไทยที่มองว่า แผนที่ฉบับดังกล่าว เป็นความเข้าใจของกัมพูชาเอง และไม่ตรงกับที่กัมพูชาเคยอ้างไว้ เมื่อครั้งที่ศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2505 อีกทั้ง แผนที่ 1 : 200,000 ก็มีสภาพเป็น "แผนที่แนบคำร้อง" ไม่ใช่ "แผนที่แนบคำตัดสิน" ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจThe map mentions above. Makes people wonder if this map is? And cause disputes in the modern era between Thailand with Cambodia. In the case of Preah Vihear temple?Map 1:200,000 or map Appendix 1 attached is a map that Cambodia used the complaint before the World Court's jurisdiction to the Preah Vihear temple. In the year 2505 — previously Thailand and Cambodia have not had a problem with the interpretation of the decision in the original lawsuit. Because Thailand has followed the decision in all respects. Both the retreating soldiers and police from the nearby Preah Vihear temple and to the extent determined by the Cabinet's July 10 2505, which correspond to the boundaries of the area in dispute in the original lawsuit, according to the understanding of beauty and of the courts. Thailand has taken by barbed wire to the boundary, and Cambodia was never the opposition ever since.แต่ในช่วง 5-6 ปีมานี้ กัมพูชาต้องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จึงเกิดข้อพิพาทเรื่องเส้นเขตแดนขึ้นมาใหม่ ที่อยู่นอกเหนือจากขอบเขตของคดีเก่าเมื่อปี 2505 รวมทั้งการถ่ายทอดเส้นแผนที่ 1 : 200,000 ของกัมพูชาในปัจจุบันก็ไม่ถูกต้อง จึงกลายเป็นที่มาของ "พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน" ขนาด 4.6 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,000 ไร่ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ ที่เกิดจากการที่กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารเพียงฝ่ายเดียวโดยนับตั้งแต่ที่ศาลโลก ตัดสินคดีความในปี 2505 ศาลโลกได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ไทยถอนกำลังทหาร หรือตำรวจออกจากปราสาทพระวิหารหรือบริเวณใกล้เคียง และต้องคืนโบราณวัตถุที่ไทยได้โยกย้ายไปจากปราสาทพระวิหารคืนให้กับทางการกัมพูชา พร้อมกับย้ำว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในดินแดนภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา หรืออาจจะสรุปได้โดยง่ายว่า ศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่ศาลโลกไม่ได้ตัดสินเรื่องเส้นเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชา และไม่ได้ตัดสินว่า เขตแดนจะต้องเป็นไปตามแผนที่ 1 : 200,000 ตามที่กัมพูชากล่าวอ้างซึ่งไทยมองว่า การยื่นขอให้ศาลโลกตีความในครั้งนี้ เป็นเสมือนการยื่นอุทธรณ์ที่ซ่อนมาในรูปของคำขอตีความ โดยมีวัตถุประสงค์ ให้ศาลตัดสินในสิ่งที่ศาลได้ปฏิเสธที่จะตัดสินให้ตั้งแต่ปี 2505 คือเรื่องเส้นเขตแดนอยู่ที่ไหน และ แผนที่ที่กัมพูชาแนบไปกับคำฟ้อง หรือที่กัมพูชาเรียกว่า แผนที่ภาคผนวก 1 นั้น มีสถานะทางกฎหมายอย่างไร เนื่องจากอยู่นอกขอบเขตคดีดังนั้น ไทยจึงเห็นว่า ศาลไม่มีอำนาจพิจารณา และไม่อาจรับคำขอของกัมพูชาได้ หรือหากว่าศาลจะรับขอให้ตีความ ก็ควรตัดสินว่า คำตัดสินในปี 2505 มิได้ตัดสินว่าเส้นเขตแดนเป็นไปตามแผนที่ภาคผนวก 1 อย่างที่กัมพูชาเข้าใจในปัจจุบัน
การแปล กรุณารอสักครู่..
