This presumption has been BUA tradition history. 3 reasons.Firstly, theIn the past, the strips in bangplee populated 3 they are Thailand and Laos each raman headed they'll oversee and work in different occupations. In those days the raman are digging wells and fish farming as a career later, both from Thailand. Raman and Laos all 3 they discussed that it is expedient to help debunk pave Pong, more spacious, so the next garden farming. In this area, but before a thicket of wild forests and species of wood, the AOR based khaem full. The South side of Canal samrong suddenly filled with a saltwater Aquarium is a coppice, which is filled with dangerous beast species northern side is filled with a large swamp. Within each it swamp marshes rich many Lotus Thailand and Lao people raman tries to debunk wild pave up to Junction 3 is the way.Northwest is the North Canal is a canal salut rat dragging a rice, and to the Northeast is the Khlong LAT krabang. All 3 guys, it agreed that there should be dispersed for directions, it is better to know the terrain that? will work better? When OK, so then go together to make a living by Laos toward a canal Salud. Thailand towards the Canal rat dragging a rice Khlong LAT krabang raman toward guys They are about raman for 2-3 years, it did not work because of the abundant birds, rats infest various effects until the damage to many. When work doesn't work, they prepare to evacuate counselor raman, it returns the original Habitat, where the mouth of the shortcut (Phra pradaeng) Start the evacuation together in the early morning darkness of 11 months or more prior to the dinner, 14 stores in this area of the swamp lilies galore. People familiar with ThailandThey ask whether it keep raman lilies to why they just raman is said to remove the thousands of spells to worship (sermon mahachat) at the mouth of the shortcuts and get with someone dear and intimate aligned like Thailand that in later years, when the 11th month up 14 evening, keep the Lotus gathered at Wat this with their pick. With the habit of people like that, people love Thailand very hospitable, so agree. Then their father grow worship raman with all it asks for is a holy water to Luang por Toh sirimongkol and drag the shortcut to the original settlement secret and bring the Lotus to worship a thousand spells.A year later, the 11th month assignment based 14 evening, bangplee, Thailand men had gathered and temples, Lotus bangplee Yai, according to the request of the Dutch raman. You'll get their raman lilies every year. Come, come in at night, come by boat size, capacity 50-printer-people will reach approximately 1-10 hitter of all time came and hit the Gong, singing all the way, with fun games on various ships. Those who welcome it with a fun gem better characterized. Thailand has made people different sweet and savory food, entertainment, using a shed at a luncheon when satisfying then the Lotus to Manus to Luang Phor Toh then put Lotus back to worship a thousand spells at the mouth of the shortcut.Second, theชาวรามัญที่ปากลัด (พระประแดง) มาทำนาอยู่ที่อำเภอบางพลี (ตำบลบางแก้ว) ซึ่งมีเรื่องเล่ากันว่าเป็นชาวรามัญที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย พร้อมกับเจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง คชเสนีย์) ในสมัยกรุงธนบุรี การอพยพของชาวรามัญครั้งนี้เนื่องจากพระเจ้ามังระ คิดจะมาตีกรุงธนบุรี จึงเกณฑ์พวกรามัญซึ่งเป็นเมืองขึ้นของพม่ามาช่วยรบ ชาวรามัญนั้นได้รับการกดขี่ข่มเหงจิตใจถูกฆ่าลูกเมีย ชาวรามัญจึงกบฏต่อพม่าโดยรวมตัวกันไปตีพม่าแต่สู้พม่าไม่ได้ ก็หนีมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารบารมีต่อพระเจ้าตากสินมหาราชและได้นำเอาปี่พาทย์มอญเข้ามาด้วยเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พวกรามัญไปตั้งภูมิลำเนาที่ปากเกล็ด แขวงนนทบุรี และปากโคก แขวงปทุมธานี ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงโปรดเกล้าฯให้ย้ายครอบครัวชาวรามัญและพระยาเจ่ง มาอยู่ที่นครเขื่อนขันธ์ (พระประแดง) ในปี พ.ศ. ๒๓๖๗ และต่อมาชาวรามัญได้ทำความดีความชอบได้รับพระราชทานที่นาที่บางพลี จึงเป็นเหตุให้ชาวรามัญมาทำนาที่บางพลี ชาวรามัญนั้นจะมาเฉพาะฤดูทำนา เมื่อเสร็จสิ้นการทำนาก็จะกลับที่ปากลัด เมื่อออกพรรษาชาวปากลัดที่มีเชื้อสายรามัญส่วนใหญ่เป็นผู้เคร่งครัดในพระพุทธศาสนาก็จะกลับไปทำบุญที่วัดบ้านของตน เมื่อกลับก็จะไปเก็บดอกบัวที่ตำบลบางพลีใหญ่ซึ่งมีมากมายในสมัยนั้นไปประกอบเป็น "ดอกไม้ธูปเทียน" ในการทำบุญที่มีการเทศน์คาถาพันส่งท้ายพรรษา ครั้งแรกก็เก็บกันเองต่อมาชาวอำเภอบางพลีเห็นว่าชาวรามัญมาเก็บดอกบัวทุกปี ในปีต่อๆมาจึงเก็บดอกบัวเตรียมไว้ให้ตามนิสัยคนไทยที่ชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ระยะแรกก็ส่งให้กับมือมีการไหว้ขอบคุณ ต่อมาเกิดความคุ้นเคยถ้าใกล้ก็ส่งมือต่อมือ ถ้าไกลก็โยนให้จึงCalled "BUA BUA throw."Third, theเดิมทีเดียวที่ตำบลบางพลีใหญ่ในเป็นตำบลที่มีดอกบัวมาก อำเภอต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงเช่น อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง และอำเภอต่างๆที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อถึงวาระต้องบำเพ็ญกุศลในเทศกาลออกพรรษาก็มาเก็บดอกบัวที่นี่ เพราะถือว่าดอกบัวเป็นดอกไม้ทางพระพุทธศาสนา เช่น พระพุทธเจ้าเวลาประทับนั่งยืน เดิน จะมีดอกบัวรองรับเสมอ อีกประการหนึ่งในเรื่องพระมาลัยได้กล่าวว่ามีชายเข็ญใจคนหนึ่งได้ถวายดอกบัวแก่พระมาลัย ยังไปเกิดเป็นเทพบุตรได้ ดังนั้นในสมัยโบราณคนจึงนิยมถวายดอกบัวแก่พระในวันออกพรรษาถือว่าได้บุญกุศลแรงมาก ถึงกับลงทุนนอนค้างอ้างแรมยังตำบลนี้เพื่อเก็บดอกบัว ในสมัยแรกๆ คงเที่ยวหาเก็บกันเองแต่ในสมัยต่อมาชาวบางพลีก็จะเตรียมเก็บไว้เพื่อเป็นการทำกุศลร่วมกันเท่านั้น
การแปล กรุณารอสักครู่..
