สรุปผลการทดสอบสมมติฐาน ผลการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้อ การแปล - สรุปผลการทดสอบสมมติฐาน ผลการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้อ อังกฤษ วิธีการพูด

สรุปผลการทดสอบสมมติฐาน ผลการศึกษาปั

สรุปผลการทดสอบสมมติฐาน
ผลการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร ดังนี้
สมมติฐานที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ รูปแบบบริการ อาชีพ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา รายได้ ระยะเวลาการทำงาน และความรู้เกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร
ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยส่วนบุคคลไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
สมมติฐานที่ 2 ปัจจัยการรับรู้ส่วนบุคคล ได้แก่ การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวี การรับรู้ความรุนแรงของการติดเชื้อเอชไอวี การรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และการรับรู้อุปสรรคของการป้องการติดเชื้อ เอชไอวี มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อ เอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบว่า
2.1การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวี มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับตามสมมติฐานการวิจัย
2.2การรับรู้ความรุนแรงของการติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
2.3การรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
2.4การรับรู้อุปสรรคในป้องการติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย

สมมติฐานที่3 ปัจจัยสิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติป้องกันการติดเชื้อ เอชไอวี ได้แก่การรับรู้ความเสี่ยงและข้อมูลการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีกับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครผลการศึกษาพบว่า
3.1 ลูกค้ามีอาการคล้ายกับเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงต้องใช้ถุงยางอนามัย มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.2 การใช้ถุงยางอนามัย เพราะกลัวติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.3 การใช้ถุงยางอนามัยเนื่องจากคู่ของท่าน/ลูกค้า แนะนำให้ใช้ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.4 การใช้ถุงยางอนามัยเนื่องจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข /พยาบาล แนะนำให้ใช้ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.5 การใช้ถุงยางอนามัยเนื่องจากรู้จักคนติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.6 เพื่อนร่วมงาน ชักชวนให้ตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.7 การได้รับคำปรึกษาให้เจาะเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข /พยาบาล มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.8 เคยได้รับข้อมูลข่าวสารเรื่องการติดเชื้อเอชไอวี / เอดส์ ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
สรุปผลการทดสอบสมมติฐาน ผลการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร ดังนี้สมมติฐานที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ รูปแบบบริการ อาชีพ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา รายได้ ระยะเวลาการทำงาน และความรู้เกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยส่วนบุคคลไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย สมมติฐานที่ 2 ปัจจัยการรับรู้ส่วนบุคคล ได้แก่ การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวี การรับรู้ความรุนแรงของการติดเชื้อเอชไอวี การรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และการรับรู้อุปสรรคของการป้องการติดเชื้อ เอชไอวี มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อ เอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบว่า2.1การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวี มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับตามสมมติฐานการวิจัย 2.2การรับรู้ความรุนแรงของการติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย2.3การรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของพนักงานบริการหญิงพื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย2.4การรับรู้อุปสรรคในป้องการติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัยสมมติฐานที่3 ปัจจัยสิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติป้องกันการติดเชื้อ เอชไอวี ได้แก่การรับรู้ความเสี่ยงและข้อมูลการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีกับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครผลการศึกษาพบว่า3.1 ลูกค้ามีอาการคล้ายกับเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงต้องใช้ถุงยางอนามัย มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.2 การใช้ถุงยางอนามัย เพราะกลัวติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.3 การใช้ถุงยางอนามัยเนื่องจากคู่ของท่าน/ลูกค้า แนะนำให้ใช้ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.4 การใช้ถุงยางอนามัยเนื่องจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข /พยาบาล แนะนำให้ใช้ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.5 การใช้ถุงยางอนามัยเนื่องจากรู้จักคนติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.6 เพื่อนร่วมงาน ชักชวนให้ตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.7 การได้รับคำปรึกษาให้เจาะเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข /พยาบาล มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p˂ 0.05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย
3.8 เคยได้รับข้อมูลข่าวสารเรื่องการติดเชื้อเอชไอวี / เอดส์ ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของพนักงานบริการหญิง พื้นที่เสี่ยงแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p ˃ 0.05 ซึ่งไม่ยอมรับสมมติฐานการวิจัย
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
Summary of hypothesis testing.The factors related to prevent HIV infection. Service area of one of the female risk, Bangkok, as follows.The hypothesis that 1 personal factors such as service model, occupation, age, marital status, education, income, working period and knowledge about HIV infection. Protective behavior for HIV infection of female service risk area one of Bangkok.The results showed that personal factors not related to behavior to prevent HIV infection. Service area of one of the female risk Bangkok significantly at P ˃ 0.05 which accept the hypothesis.The hypothesis that 2 personal perception factors including perceived risk of HIV infection. Perceived severity of HIV infection. Perceived benefits of preventing HIV infection. And the perceived barriers to prevent HIV infection. Associated with behaviors to prevent HIV infection of female staff Risk area of one metropolitan study.2.1 perceived risk of HIV infection. Related to prevent HIV infection of the female staff behavior risk area of one metropolitan statistical significance levels. P ˂ 0.05 which accept the hypothesis.2.2 perceived severity of HIV infection. Was not correlated with the prevention of HIV transmission risk area of female service of one metropolitan statistical significance levels. P ˃ 0.05 which accept the hypothesis.2.3 perceived benefits of preventing HIV infection. Was not correlated with the prevention of HIV transmission risk area of female service of one metropolitan statistical significance levels. P ˃ 0.05 which accept the hypothesis.2.4 perceived barriers prevent HIV infection does not correlate with Thurs.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: