Disease of the blood vessels in the brain (Stroke), and treatment.Disease of the blood vessels in the brain (Stroke), refers to a disease caused by vascular disorders, brain areas causes various diseases of the blood vessels in the brain include vascular disease in the brain (ischemic stroke) stenosis and vascular disease in the brain (Intracranial hemorrhage) causes ischemia of the brain as the cause of death or a paresis. Paralysis or cause abnormal brain and nervous system for easy Assembly.Disease of the blood vessels in the brain (stroke), there is something else, namely, Cerebrovascular Disease (CVD), Cerebrovascular Accident (CVA), a Brain disease that causes the attack as the cause of death as a ranked at the start of the world. Having had the opportunity to encounter these diseases as high as 1 in 6 of the world at the same time, and the disease is found in males. The female, but is preventable and curable.Risk factors for disease 1. factors that modify not. • Age is classified as a major risk factor for one. When they are older often have a disease of the blood vessels in the brain as it ages. • Gender male found their risk of blood vessels in the brain than females • ethnic blood vessels in the brain disease found in black men than whites • genetics. People who have a history that parents often have a stroke risk this disease by more than normal people.2. ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ • ความดันเลือดสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญรองจากอายุ การควบคุมระดับความดันเลือดให้น้อยลงหรืออยู่ในระดับปกติจะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดในสมองได้สูง • โรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงเป็น 2 เท่า ของคนปกติ • โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคเหล่านี้ทำให้มีความเสี่ยงที่เป็นโรคหลอดเลือดในสมองมากกว่าคนปกติ ถึง 2 เท่า • ผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดในสมองมาก่อน พบว่า ร้อยละ 6 – 7 ของคนที่เคยเป็นจะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก และความเสี่ยงกลับมาเป็นซ้ำจะสูงขึ้นตามระยะเวลาที่เคยเป็น • การตีบแคบของหลอดเลือดแดง อันเกิดจากสาเหตุต่างๆ จะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง การตีบแคบตั้งแต่ร้อยละ 75 ของความกว้างของหลอดเลือด จะมีความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองประมาณร้อยละ 1.3 ต่อปี ถ้าตีบแคบมากกว่าร้อยละ 75 จะมีความเสี่ยงเพิ่มเป็นร้อยละ 3.3 ต่อปี • การสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงการเป็นโรคนี้มากถึง 1.5 เท่า ของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่ จะมีความเสี่ยงเกิดโรคนี้เท่ากับผู้ที่หยุดสูบบุหรี่ 2 ปี • ภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งในการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง เนื่องจากการมีคอลเลสเตอรอลในเส้นเลือดสูงจะทำให้เกิดการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดที่ไม่สะดวกตามมา• ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ปรับเปลี่ยนได้ ได้แก่ ความเครียด ขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ดื่มสุรา การใช้ยาคุมกำเนิด โรคอ้วน การพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้นประเภทของโรคหลอดเลือดสมอง 1. แบ่งตามลักษณะพยาธิสรีรวิทยา • ภาวะเลือดออกในสมอง (hemorrhagic stroke) พบในปริมาณน้อย ประมาณร้อยละ 15 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด แบ่งเป็น 2 ภาวะ คือ – การมีเลือดออกในเนื้อสมอง (intracerebral hemorrhage) – การมีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มอะแรคนอยด์ (subarachnoidal hemorrhage)• ภาวะสมองขาดเลือด (ischemic stroke) พบมากที่สุดประมาณร้อยละ 85 แบ่งเป็น 3 ภาวะ คือ – การมีหลอดเลือดอุดกั้น (thrombosis) เป็นสาเหตุให้เนื้อสมองตาย – การมีลิ่มเลือด (embolism) ที่เป็นลิ่มเลือดจากหลอดเลือดอื่นๆ มาอุดกั้นหลอดเลือดสมอง – ภาวะสมองขาดเลือด เนื่องจากสาเหตุอื่นๆ เช่น หลอดเลือดอักเสบ อุบัติเหตุ เป็นต้น2. แบ่งตามระยะเวลาการเกิดโรค • Transient Ischemic Attack (TIA) เป็นชนิดที่แสดงอาการเกิดขึ้น และหายไปภายใน 24 ชั่วโมง • Reversible Ischemic Neurological Deficit (RIND) เป็นชนิดที่แสดงอาการเกิดขึ้น และอาการแสดงนานเกิน 24 ชั่วโมง แต่หายเป็นปกติภายในเวลา 3 – 4 สัปดาห์ • Stroke in Evolution เป็นชนิดที่แสดงอาการเกิดนานขึ้นเรื่อยๆ มักเกิดจากหลอดเลือดอุดกั้นเพิ่มขึ้น • Completed Stroke หมายถึงเป็นชนิดที่แสดงอาการเกิดขึ้น และคงที่แล้ว3. แบ่งตามตำแหน่งหลอดเลือดที่เกิดโรค • โรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากหลอดเลือดทางด้านหน้า ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงครึ่งซีกบริเวณใบหน้า แขน และขา และอาการอื่นๆ เช่น ใบหน้าชา พูดจาไม่ชัดเจน และมองไม่เห็นภาพ • โรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากหลอดเลือดทางด้านหลัง ทำให้เกิดความผิดปกติหลายอย่าง ได้แก่ เดินเซ ชาตามแขน ขา และมีอาการอ่อนแรงบริเวณซีกตรงข้ามหรือซีกเดียวกับตำแหน่งหลอดเลือดทางด้านหลัง มึนงง เวียนศรีษะ พูดจา และมองเห็นภาพไม่ชัดอาการโรคหลอดเลือดในสมอง อาการโดยทั่วไปของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมองมักจะแสดงอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีน้อยรายที่จะมีอาการเตือนก่อน อาการหลังเกิดโรคหลอดเลือดในสมองเป็นที่รู้จักกันดี คือ อาการอัมพาตครึ่งซีกหรือชาครึ่งซีก เนื่องจากสมองแต่ละซีกทำหน้าที่คุมร่างกายซีกตรงข้าม และอาการอื่นๆที่มักตามมา เช่น มองไม่เห็นครึ่งซีก, พูดจาไม่ชัด, กลืนอาหารหรือน้ำลำบาก, ไม่รู้สึกตัว เป็นต้น • Ischemic Stroke คือ อาการสมองขาดเลือดที่ขึ้นกับปัจจัยต่าง ได้แก่ ตำแหน่งการขาดเลือดของสมอง (location of ischemia) ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับตำแหน่งการขาดเลือด • บริเวณเนื้อสมองที่ขาดเลือด (area of ischemia) ถ้าเนื้อสมองมีการขาดเลือดเป็นบริเวณมาก มักจะเกิดอาการได้หลายแบบกว่าการขาดเลือดในพื้นที่ขนาดเล็ก • การไหลเวียนของเลือดใน collateral ดี จะสามารถทดแทนส่วนที่ขาดเลือด ทำให้มีโอกาสเกิดอาการได้น้อยลง • Hemorrhagic stroke เป็นอาการที่มักเกิดขณะที่ทำกิจกรรม ซึ่งจะเกิดอาการขึ้นทันที ผู้ป่วยจะซึมหรือหมดสติ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงความดันในกะโหลกศีรษะอย่างรวดเร็ว อาการที่ตามมา ได้แก่ ปวดศีรษะ วิงเวียน และอาเจียนการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองทำให้เกิดภาวะขาดเลือดในสมองตามมาทั้งที่เป็นแบบเรื้อรัง และแบบเฉียบพลันจากภาวะเส้นเลือดในสมองมีการอุดตันหรือตีบ หรือที่เรียกภาวะนี้ว่า โรคหลอดเลือดในสมองตีบ (ischemic stroke) และการขาดเลือดจากภาวะหลอดเลือดในสมองแตกหรือที่เรียกภาวะนี้ว่า โรคหลอดเลือดในสมองแตก (Intracranial hemorrhage) สำหรับอาการของผู้ที่มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง ได้แก่
– ปวดศรีษะ มึนงง และหน้ามืดบ่อย
– เดินเซ ทรงตัวไม่ได้
– ม
การแปล กรุณารอสักครู่..
