*บทนำ* ไม่รู้ว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แนะแนวได้หรือเปล่าเราก็ไม่แน่ใจแต่เรา การแปล - *บทนำ* ไม่รู้ว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แนะแนวได้หรือเปล่าเราก็ไม่แน่ใจแต่เรา อังกฤษ วิธีการพูด

*บทนำ* ไม่รู้ว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แน

*บทนำ*

ไม่รู้ว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แนะแนวได้หรือเปล่าเราก็ไม่แน่ใจแต่เราตั้งใจเขียนบันทึกชิ้นนี้ขึ้นเพื่อเผยแพร่ประสบการณ์ตรงในการสอบเข้าบรรจุรับราชการเป็นนักการทูตกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะที่ยังจำสิ่งต่างๆ ได้ และเพื่อเป็นวิทยาทานกับเพื่อนๆและน้องๆ ที่สนใจสายอาชีพที่ถือว่าเป็นทางเลือกของคนที่เรียนจบนิติศาสตร์ ว่าการเรียนในคณะนี้ก็สามารถเป็นอาชีพต่างๆ ได้มากกว่าที่คิด ที่ใช้คำว่าอาชีพทางเลือกนั้นเนื่องจากสังเกตได้ว่าค่ายต่างๆทั้งกน. พรีแคมป์ ทั้ง กศป. ยังไม่เคยจัดการแนะแนวอาชีพนี้มาก่อนหรือกระทั่งตัวเองยังไม่ทราบว่าเรียนนิติศาสตร์แล้วสามารถเป็นนักการทูตได้จนกระทั่งจบปี3 แล้ว จึงคิดว่าหากทำบันทึกไว้จักเป็นประโยชน์ต่อหลายๆ คนในอนาคตเพื่อที่สามารถจะตัดสินใจและวางแผนชีวิตได้ในขณะที่ยังไม่สาย โดยจะแบ่งเป็น 3 ตอนคือ นักการทูตกับกฎหมาย การสอบ และการเตรียมตัวสอบเป็นนักการทูต

*นักการทูตเกี่ยวอะไรกับกฎหมาย*

สมัยก่อนเมื่อครั้งยังเด็กๆ เราก็เหมือนคนอื่นๆที่ตั้งใจจะเรียนกฎหมายเพราะอยากเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการ (เพราะรู้จักอยู่เพียงแค่นี้)และคิดว่าจะเป็นทูตได้ก็ต้องเรียนรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้นแต่พอโตขึ้นก็พอจะรู้ว่าเรียนนิติศาสตร์ก็สามารถเป็นนักการทูตได้ด้วย ว่าแต่หลายคนคงสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกันหละ?? ขอย้อนกลับไปเมื่อตอนปี 3 เราสนใจและชอบเรียนกฎหมายระหว่างประเทศแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า กฎหมายระหว่างประเทศจะไปประกอบอาชีพอะไรได้ อาชีพอะไรที่ต้องใช้กฎหมายระหว่างประเทศโดยเฉพาะคดีเมือง ซึ่งตอนนั้นไม่เคยคิดถึงอาชีพนักการทูตเลย จนมามีคดีตีความปราสาทพระวิหารที่มีการถ่ายทอดไปทั่วประเทศณ ตอนนั้น ได้เห็นท่านทูตวีรชัย พลาศรัย ในโทรทัศน์ ได้ทราบว่าท่านเป็นเอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์แล้วท่านได้ว่าความในศาลโลก (ICJ) ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราเคยทำจากกิจกรรมแข่งMoot Court ตอนปี 3 และปี 4 นั่นเอง ประกอบกับการที่เราได้ตัดสินใจสมัครเรียน Summer Course ที่ Hague Academy of International Law ที่กรุงเฮก จึงได้พบกับท่านทูตวีรชัยและได้เรียนรู้ถึงการทำงานของนักการทูตกับบทบาทการเป็นนักกฎหมายในการใช้กฎหมายระหว่างประเทศจึงเริ่มทราบว่ากระทรวงการต่างประเทศมีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายที่ดูเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศโดยตรง ทั้งการมีผลต่อกฎหมายภายใน การให้ความเห็นต่อร่างหรือสนธิสัญญาต่างๆ การให้สัตยาบันการอนุวัติการให้เป็นไปตามสนธิสัญญารวมถึงเรื่องการพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศในด้านต่างๆอีกทั้งยังสามารถมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศในการประชุมองค์การระหว่างประเทศหรือการเป็นอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และการเป็นคณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศ(ILC) ด้วย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจที่อยากจะเป็นนักการทูตเพราะเป็นอาชีพหนึ่งที่ได้ใช้กฎหมายระหว่างประเทศโดยตรง ซึ่งนอกจากกรมสนธิสัญญาและกฎหมายแล้วกรมอื่นๆ ก็ยังต้องการนักกฎหมายเช่นเดียวกัน เช่นกรมอาเซียน กรมองค์การระหว่างประเทศ เป็นต้น เนื่องจากมุมมองด้านกฎหมายน่าจะเป็นประโยชน์ในหลายแง่มุมซึ่งช่วยสนับสนุนภารกิจของกระทรวงได้มากกว่าที่เราคิดเหมือนกัน

*การสอบบรรจุเข้ารับราชการตำแหน่งนักการทูต*

การจะสอบเป็นนักการทูต มีอยู่เพียง 2 วิธีเท่านั้น คือ
1.สอบชิงทุนกระทรวงการต่างประเทศตอนจบมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ ( อันนี้คงจะสายไปเสียแล้ว) แต่บางปีก็อาจจะมีทุนสำหรับป.ตรีเพื่อต่อป.โทและ ป.เอกด้วยและ
2. สอบบรรจุเข้ารับราชการโดยใช้วุฒิปริญญาโดยบันทึกฉบับนี้จะเน้นการสอบในแบบที่ 2 ที่เราสอบเข้ามา

1.) วุฒิการศึกษาที่สามารถสอบได้
การสอบในแบบที่ 2 เป็นการสอบสำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรี หรือ โท สาขาวิชารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารรัฐกิจ บริหารธุรกิจวิชาการจัดการ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บัญชี ภาษา วรรณคดี ศิลปะ วัฒนธรรมประวัติศาสตร์ โบราณคดี ปรัชญา ศาสนา สังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์หรือนิเทศศาสตร์ ก็สามารถมาสมัครได้ เรียกได้ว่าวิชาสังคมศาสตร์เกือบทั้งหมดก็สามารถมาสมัครได้เป็นการเปิดโอกาสที่กว้างมากๆ ดังนั้นในการเปิดสอบครั้งหนึ่งจึงมีคนมาสมัครจำนวนมากแต่อย่าได้กลัวไป เพราะจำนวนก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขขู่ไว้เท่านั้น (วันสอบจริงคนอาจจะสละสิทธิ์ก็เป็นได้555) โดยจะจัดสอบรวมกันไปทั้ง ป.ตรีและโท เลยไม่แยกระดับการศึกษา

2.) การสอบทั้ง3 ภาค
การสอบเข้ารับราชการโดยทั่วไปจะมี 3 ภาคหรือ 3 ด่านด้วยกัน นั่นก็คือ ภาค ก. ภาคข. และ ภาค ค. (เขียนแค่นี้คงไม่รู้ซินะว่ามันคืออะไร) เรามาดูกันเลย

A. การสอบภาค ก. ความรู้ความสามารถทั่วไป กระทรวงการต่างประเทศจะมีลักษณะเฉพาะคือจะมีการเปิดภาค ก. ของตัวเอง ดังนั้นคนที่ผ่านภาค ก. ของก.พ. (ข้อสอบกลางในการรับราชการที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) มาแล้วไม่สามารถยื่นผลการสอบผ่านภาค ก. ของก.พ.เพื่อมาสอบภาค ข.กระทรวงการต่างประเทศเลยได้ (เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ไม่ผ่านภาค ก. ของ ก.พ. แบบเรา 5555) โดยผู้สมัครทุกคนจะต้องสอบภาคก.ที่กระทรวงจัดขึ้นเองซึ่งภาค ก. ได้แก่ ความรู้รอบตัว(รอบโลก) 100 ข้อตอนเช้าและความรู้ภาษาอังกฤษอีก 100 ข้อตอนบ่ายโดยข้อสอบจะเป็นแบบ 4ตัวเลือก(Multiple Choices) ทั้งหมดผู้ที่สอบผ่านภาค ก. คือจะต้องมีคะแนน 60% ขึ้นไป(อันนี้น่าจะคิด 60% จากการเอา 2 พาร์ทมารวมกัน) ภาคก.จะประกาศเร็วมากเนื่องจากใช้คอมพิวเตอร์ตรวจทั้งหมด โดยผู้รอดชีวิตจากการสอบภาคก. คือประมาณ 400 คนซึ่งจะมาสู่การสอบภาค ข. หรือความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง อันหฤหรรษ์

B. การสอบภาค ข. ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
ในการสอบภาคนี้นี้ก็จะแบ่งเป็น 2 ตอนเช่นเดียวกันคือ

1. การทดสอบทักษะภาษาต่างประเทศ(เวลา 3 ชั่วโมง) โดยแบ่งเป็น4 ข้อดังนี้

1.1 เขียนเรียงความในหัวข้อที่กำหนด (40 คะแนน) : มักจะเป็นหัวข้อสถานการณ์ปัจจุบันหรือเรื่องที่เป็นประเด็นที่น่าติดตามเช่นในปีนี้ให้เขียนเรื่อง As a Thai diplomat who is usually asked about the political situation, What will you say to foreigners when they ask “What does the future hold in Thailand?” ประมาณนี้ (จำหัวข้อเป๊ะๆไม่ได้) เราก็เขียนไปประมาณ 2 หน้าครึ่ง พูดอธิบายเหตุการณ์ปัจจุบัน พร้อมๆกับการโฆษณาประเทศไทยไปด้วยและพูดถึงอนาคต(โยงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการต่างประเทศของกระทรวงจะดีมาก) หากใครไม่ถนัดภาษาอังกฤษในข้อ
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
* Intro * ไม่รู้ว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แนะแนวได้หรือเปล่าเราก็ไม่แน่ใจแต่เราตั้งใจเขียนบันทึกชิ้นนี้ขึ้นเพื่อเผยแพร่ประสบการณ์ตรงในการสอบเข้าบรรจุรับราชการเป็นนักการทูตกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะที่ยังจำสิ่งต่างๆ ได้ และเพื่อเป็นวิทยาทานกับเพื่อนๆและน้องๆ ที่สนใจสายอาชีพที่ถือว่าเป็นทางเลือกของคนที่เรียนจบนิติศาสตร์ ว่าการเรียนในคณะนี้ก็สามารถเป็นอาชีพต่างๆ ได้มากกว่าที่คิด ที่ใช้คำว่าอาชีพทางเลือกนั้นเนื่องจากสังเกตได้ว่าค่ายต่างๆทั้งกน. พรีแคมป์ ทั้ง กศป. ยังไม่เคยจัดการแนะแนวอาชีพนี้มาก่อนหรือกระทั่งตัวเองยังไม่ทราบว่าเรียนนิติศาสตร์แล้วสามารถเป็นนักการทูตได้จนกระทั่งจบปี3 แล้ว จึงคิดว่าหากทำบันทึกไว้จักเป็นประโยชน์ต่อหลายๆ คนในอนาคตเพื่อที่สามารถจะตัดสินใจและวางแผนชีวิตได้ในขณะที่ยังไม่สาย โดยจะแบ่งเป็น 3 ตอนคือ นักการทูตกับกฎหมาย การสอบ และการเตรียมตัวสอบเป็นนักการทูต * What does the legal attache harvest * สมัยก่อนเมื่อครั้งยังเด็กๆ เราก็เหมือนคนอื่นๆที่ตั้งใจจะเรียนกฎหมายเพราะอยากเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการ (เพราะรู้จักอยู่เพียงแค่นี้)และคิดว่าจะเป็นทูตได้ก็ต้องเรียนรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้นแต่พอโตขึ้นก็พอจะรู้ว่าเรียนนิติศาสตร์ก็สามารถเป็นนักการทูตได้ด้วย ว่าแต่หลายคนคงสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกันหละ?? ขอย้อนกลับไปเมื่อตอนปี 3 เราสนใจและชอบเรียนกฎหมายระหว่างประเทศแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า กฎหมายระหว่างประเทศจะไปประกอบอาชีพอะไรได้ อาชีพอะไรที่ต้องใช้กฎหมายระหว่างประเทศโดยเฉพาะคดีเมือง ซึ่งตอนนั้นไม่เคยคิดถึงอาชีพนักการทูตเลย จนมามีคดีตีความปราสาทพระวิหารที่มีการถ่ายทอดไปทั่วประเทศณ ตอนนั้น ได้เห็นท่านทูตวีรชัย พลาศรัย ในโทรทัศน์ ได้ทราบว่าท่านเป็นเอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์แล้วท่านได้ว่าความในศาลโลก (ICJ) ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราเคยทำจากกิจกรรมแข่งMoot Court ตอนปี 3 และปี 4 นั่นเอง ประกอบกับการที่เราได้ตัดสินใจสมัครเรียน Summer Course ที่ Hague Academy of International Law ที่กรุงเฮก จึงได้พบกับท่านทูตวีรชัยและได้เรียนรู้ถึงการทำงานของนักการทูตกับบทบาทการเป็นนักกฎหมายในการใช้กฎหมายระหว่างประเทศจึงเริ่มทราบว่ากระทรวงการต่างประเทศมีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายที่ดูเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศโดยตรง ทั้งการมีผลต่อกฎหมายภายใน การให้ความเห็นต่อร่างหรือสนธิสัญญาต่างๆ การให้สัตยาบันการอนุวัติการให้เป็นไปตามสนธิสัญญารวมถึงเรื่องการพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศในด้านต่างๆอีกทั้งยังสามารถมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศในการประชุมองค์การระหว่างประเทศหรือการเป็นอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และการเป็นคณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศ(ILC) ด้วย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจที่อยากจะเป็นนักการทูตเพราะเป็นอาชีพหนึ่งที่ได้ใช้กฎหมายระหว่างประเทศโดยตรง ซึ่งนอกจากกรมสนธิสัญญาและกฎหมายแล้วกรมอื่นๆ ก็ยังต้องการนักกฎหมายเช่นเดียวกัน เช่นกรมอาเซียน กรมองค์การระหว่างประเทศ เป็นต้น เนื่องจากมุมมองด้านกฎหมายน่าจะเป็นประโยชน์ในหลายแง่มุมซึ่งช่วยสนับสนุนภารกิจของกระทรวงได้มากกว่าที่เราคิดเหมือนกัน *การสอบบรรจุเข้ารับราชการตำแหน่งนักการทูต* การจะสอบเป็นนักการทูต มีอยู่เพียง 2 วิธีเท่านั้น คือ 1.สอบชิงทุนกระทรวงการต่างประเทศตอนจบมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ ( อันนี้คงจะสายไปเสียแล้ว) แต่บางปีก็อาจจะมีทุนสำหรับป.ตรีเพื่อต่อป.โทและ ป.เอกด้วยและ 2. สอบบรรจุเข้ารับราชการโดยใช้วุฒิปริญญาโดยบันทึกฉบับนี้จะเน้นการสอบในแบบที่ 2 ที่เราสอบเข้ามา 1.) วุฒิการศึกษาที่สามารถสอบได้การสอบในแบบที่ 2 เป็นการสอบสำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรี หรือ โท สาขาวิชารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารรัฐกิจ บริหารธุรกิจวิชาการจัดการ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บัญชี ภาษา วรรณคดี ศิลปะ วัฒนธรรมประวัติศาสตร์ โบราณคดี ปรัชญา ศาสนา สังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์หรือนิเทศศาสตร์ ก็สามารถมาสมัครได้ เรียกได้ว่าวิชาสังคมศาสตร์เกือบทั้งหมดก็สามารถมาสมัครได้เป็นการเปิดโอกาสที่กว้างมากๆ ดังนั้นในการเปิดสอบครั้งหนึ่งจึงมีคนมาสมัครจำนวนมากแต่อย่าได้กลัวไป เพราะจำนวนก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขขู่ไว้เท่านั้น (วันสอบจริงคนอาจจะสละสิทธิ์ก็เป็นได้555) โดยจะจัดสอบรวมกันไปทั้ง ป.ตรีและโท เลยไม่แยกระดับการศึกษา 2.) การสอบทั้ง3 ภาคการสอบเข้ารับราชการโดยทั่วไปจะมี 3 ภาคหรือ 3 ด่านด้วยกัน นั่นก็คือ ภาค ก. ภาคข. และ ภาค ค. (เขียนแค่นี้คงไม่รู้ซินะว่ามันคืออะไร) เรามาดูกันเลย A. การสอบภาค ก. ความรู้ความสามารถทั่วไป กระทรวงการต่างประเทศจะมีลักษณะเฉพาะคือจะมีการเปิดภาค ก. ของตัวเอง ดังนั้นคนที่ผ่านภาค ก. ของก.พ. (ข้อสอบกลางในการรับราชการที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) มาแล้วไม่สามารถยื่นผลการสอบผ่านภาค ก. ของก.พ.เพื่อมาสอบภาค ข.กระทรวงการต่างประเทศเลยได้ (เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ไม่ผ่านภาค ก. ของ ก.พ. แบบเรา 5555) โดยผู้สมัครทุกคนจะต้องสอบภาคก.ที่กระทรวงจัดขึ้นเองซึ่งภาค ก. ได้แก่ ความรู้รอบตัว(รอบโลก) 100 ข้อตอนเช้าและความรู้ภาษาอังกฤษอีก 100 ข้อตอนบ่ายโดยข้อสอบจะเป็นแบบ 4ตัวเลือก(Multiple Choices) ทั้งหมดผู้ที่สอบผ่านภาค ก. คือจะต้องมีคะแนน 60% ขึ้นไป(อันนี้น่าจะคิด 60% จากการเอา 2 พาร์ทมารวมกัน) ภาคก.จะประกาศเร็วมากเนื่องจากใช้คอมพิวเตอร์ตรวจทั้งหมด โดยผู้รอดชีวิตจากการสอบภาคก. คือประมาณ 400 คนซึ่งจะมาสู่การสอบภาค ข. หรือความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง อันหฤหรรษ์ B. การสอบภาค ข. ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งในการสอบภาคนี้นี้ก็จะแบ่งเป็น 2 ตอนเช่นเดียวกันคือ 1. การทดสอบทักษะภาษาต่างประเทศ(เวลา 3 ชั่วโมง) โดยแบ่งเป็น4 ข้อดังนี้ 1.1 เขียนเรียงความในหัวข้อที่กำหนด (40 คะแนน) : มักจะเป็นหัวข้อสถานการณ์ปัจจุบันหรือเรื่องที่เป็นประเด็นที่น่าติดตามเช่นในปีนี้ให้เขียนเรื่อง As a Thai diplomat who is usually asked about the political situation, What will you say to foreigners when they ask “What does the future hold in Thailand?” ประมาณนี้ (จำหัวข้อเป๊ะๆไม่ได้) เราก็เขียนไปประมาณ 2 หน้าครึ่ง พูดอธิบายเหตุการณ์ปัจจุบัน พร้อมๆกับการโฆษณาประเทศไทยไปด้วยและพูดถึงอนาคต(โยงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการต่างประเทศของกระทรวงจะดีมาก) หากใครไม่ถนัดภาษาอังกฤษในข้อ
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
* introduction *

.You don't know as a counselor? We're not sure but we intend to write this piece up to publish the experience in the entrance exam packing serve as diplomats Ministry of foreign countries. While still remember things.And for the education with friends and children. Interested in career is considered to be the choice of those who graduated from law school. Studying on this board can be a career services, than you think.Premium camp, both ED.Never take the career guidance before or even themselves do not know law school and can be as a diplomat until the end of the year, 3 Then the thought that if do saved know is beneficial to many.Will be divided into 3 when is a diplomat with the law, examination and test preparation as a diplomat
.
* diplomats about the law *

.In the past, when was a child. We would like the others intended to study law because I want to be the judge or prosecutor.But many may wonder what's it??Let's step back when the year 3 we interested and like to study international law but don't know that International law to what career. What career to the international law, especially of the city.That came with the live case interpretation of the temple throughout the country at the time, saw the ambassador weerachai PLA parasuk in television, know that the ambassador in the Hague The Netherlands and that in the International Court of Justice (ICJ).During the years and years Court 3 4 itself, along with that we have decided to enroll at Summer Course Hague Academy of International. Law in the Hague.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: