Professor honors Dr. Sut Saengwichian (2450 (1907) November 29 — June 8 2538 (1995)) medical people of Thailand. Anatomy Student scientists archaeologists Royal medical graduates, and an outstanding award winners. An outstanding person and an outstanding national conservation areas. Professor Dr. Saengwichian Sut is an outstanding work in science, the embryo the miniature Anatomy mahakai Anatomy in medical autopsy was the funeral director. King Rama VIIIHistory Professor Dr. Saengwichian born November 29 honors when the Sut 2450 (1907), Amphoe mueang, Samut prakan is the son of King Saud raphanit light (light lightning on Monday) and Mrs. Saengsunphanit (estate of lightning lighting * 2413-2512 (1969): 99 years), is the son of the sister 7 6 person 4 people, brother sister brother 1 person 1 person when he died, June 8 at the age of 88 years is 2538 (1995) Faculty physician who is creating prosperity, the anatomy of the siriraj Faculty of Medicine Department Director, exporters in the autopsy of the bodies was the author of "when I go to log associated with the case.D. ": Forensic evidence that history has confirmed that he is to sign up.He married to Mrs. Photngachip Saengwichian (2455-pleated small earthen cistern butra * 2542 (1999): 87 years), Mr. Nawatri Luangchianchanetmut Khaosan (grinding butra small earthen cistern) and Mrs. Chianchanetmut (small earthen cistern butra smile), with a total of 5 children who are 3 people, 1 dental surgeon who is an Asst. Prof. m.d. Saengchantha Saengwichian, Prof. m.d. H.R.H. contribution, ensuring the light Institute, Mr. Saisut Saengwichian, Asst. Prof. Dr.rasmee SI wichian, and light reborn Prof. m.d. chongkon, Suk-JIRA.A study of การศึกษาเบื้องต้นกับบิดาของตน ศึกษาชั้นประถมปีที่ 1-3 มัธยมปีที่ 3 ที่โรงเรียนประจำจังหวัดสมุทรปราการ มัธยมปีที่ 4-8 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จากนั้น ในปี พ.ศ. 2469 เป็นนิสิตเตรียมแพทย์ปริญญารุ่น 2 (นิสิตแพทย์) ที่ปัจจุบันคือคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เรียนสำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2473 ผลการเรียนยอดเยี่ยม จนได้รับทุนเรียนดีของพระยาอุเทนเทพโกสินทร (ประสาร บุรณศิริ) พ.ศ. 2473 ได้รับพระราชทานปริญญาเวชชบัณฑิตชั้นตรี หรือแพทยศาสตร์บัณฑิต เป็นแพทย์ศิริราช รุ่นที่ 36 (แพทย์ปริญญารุ่น 3) ได้รับรางวัลเหรียญเงินรองเยี่ยมตลอดหลักสูตร 4 ปี เหรียญทองแดงที่ 1 ในแผนกศัลยศาสตร์ และเหรียญทองแดงที่ 1 ในแผนกอายุรศาสตร์ นอกจากนี้ระหว่างเข้ารับราชการเป็นอาจารย์แผนกกายวิภาคศาสตร์ จุฬาฯ และได้รับทุนมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ไปศึกษาต่อทางกายภาคศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน และมหาวิทยาลัยเคสเวสเทิร์นรีเซิร์ฟ สหรัฐอเมริกา ได้รับเงินทุนจากกองทุนพระมรดก ของสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ และใน พ.ศ. 2506 ได้รับทุน WHO ไปศึกษาวิชามนุษยพันธุศาสตร์และวิจัยโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ที่ขุดพบในประเทศไทย ที่ University of Copenhagen ประเทศเดนมาร์กWorking At the end of the study, Professor service to 2474 (1931) Department, Anatomy, Chulalongkorn University, and received the Foundation rock cookies fleloe to study the way the United States and anatomy has returned as a professor at the Faculty of medicine Anatomy Department between 2476 (1933)-2513 (1970) during the event "case d." lightning light factm best served head Anatomy and autopsy doctors who attend the Grand bodies in cooperation with the Faculty of medicine siriraj.He holds the position of Dean of men at 9, Faculty of medicine, siriraj hospital. Mahidol University during retirement, 2511 (1968)-2512 (1969) when the tutorial here every day until the work only to 2536 (1993) Wednesday. 4 hours per day, from health problems, family life, and has been ordered to give your body an unforgettable Department of anatomy. Later, current practice charity, hanging skeleton medical students are required to study Anatomy building.ท่านมีผลงานโดดเด่นทางด้านวิทยาเอ็มบริโอ ด้านจุลกายวิภาคศาสตร์ ด้านมหกายวิภาคศาสตร์ (การดองศพ) ท่านมีผลงานวิจัยมากกว่า 250 เรื่อง เป็นหัวหน้าแผนกที่สามารถทำให้แผนกกายวิภาคศาสตร์เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะงานด้านพิพิธภัณฑ์ เป็นผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์คองดอน(เป็นเกียรติแก่ ศ.คองดอน) เมื่อ พ.ศ. 2491 ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในโลก ที่มีระบบประสาทและระบบหลอดเลือดแดงทั้งตัวศ.นพ.สุด เคยได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2516[1]ผลงาน ศ.นพ.สุด แสงวิเชียร มีผลงานทางวิชามากมาย ได้แก่-หนังสือกว่า 20 เล่ม เช่น เมื่อข้าพเจ้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีสวรรคต, กายวิภาคศาสตร์ (ภาษาไทย), The Prehistoric Thai Skeleton from Ban-Kao Karnchanaburi Archiological Excavation in Thailand Vol. lll, ศาสตราจารย์ อีดี คองดอน กับประวัติวิชากายวิภาคศาสตร์ของประเทศไทย, ประวัติพิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์, ศิริราชที่ผมรู้จัก, ดร.ไฮเซอร์ กับความช่วยเหลือของมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ต่อรัฐบาลไทย, พิพิธภัณฑ์ศิริราช, ตามรอยพระยุคลบาท, Studies on physical anthropology in Thai subjects (E.D. Congdon Ph.D., Sood Sangvichien M.B., M.D., Puket Vachananda M.B.,Ph.D.), กายวิภาคศาสตร์ ทรวงอก (บทที่ 1 กายวิภาคศาสตร์ของทรวงอกและอวัยวะภายใน) -บทความวิชาการ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษกว่า 150 บทความ -บทความประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ กว่า 100 บทความ -บทความทางโบราณคดี กว่า 40 บทความ-บทความอื่นๆ อีกจำนวนมากเกียรติคุณ ศ.นพ.สุด แสงวิเชียร ได้รับการเชิดชู ทั้งระดับประเทศ และนานาชาติ ที่สำคัญได้แก่เกียรติที่ได้รับทางวิชาการ-ราชบัณฑิต ประเภทวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สาขาวิชาแพทยศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน เมื่อ พ.ศ. 2485-แพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2492-F.I.C.S. กิตติมศักดิ์ พ.ศ. 2504-วิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2517-ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต (โบราณคดี) กิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2517-สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2524-แพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2526เกียรติที่ได้รับจากสังคม-แพทย์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2526-คนไทยตัวอย่างของมูลนิธิธารน้ำใจ พ.ศ. 2530-บุคคลดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ด้านกายวิภาคศาสตร์) ของคณะกรรมการเอกลักษณ์แห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2531-นักอน
การแปล กรุณารอสักครู่..
