ผลลัพธ์ (
เดนมาร์ก) 1:
[สำเนา]คัดลอก!
Moral: barn sælger kampeหนาวเหลือเกิน หิมะกำลังตก และราตรีกำลังคืบคลานเข้ามาถึง วันนี้เป็น วันสุดท้ายของปี วันส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่ ในความหนาวเยียบเย็น และมืดมัวนั้น ในถนนสายหนึ่งมีผู้คนมากมายออกมาเดินเลือกซื้อของ ขวัญกันด้วยหน้าตาที่สดชื่นเพราะวันนี้เป็นคืนวันสิ้นปี และในท่ามกลาง ความขวักไขว่ของผู้คนเหล่านั้น ได้มีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆแต่งตัวด้วยเสื้อผ้า ที่เก่าและสกปรกคนหนึ่งเดินไปตามถนนสายนั้นเพื่อ ขายไม้ขีดไฟซึ่งเป็น อาชีพของเธอนั่นเอง เธอห่อไม้ขีดไฟไว้ในผ้ากันเปื้อน และถือไว้ในมืออีก กำใหญ่ เด็กน้อยเดินตะโกนร้องขายไม้ขีดไฟไปเรื่อย ๆ " มีใครต้องการไม้ ขีดไฟบ้างไหมคะ...ไม้ขีดไฟค่ะ... ไม้ขีดไฟ" " คุณป้าขา...ช่วยกรุณาเมตตาซื้อไม้ขีดให้หนูหน่อยสิคะ " เธอร้องบอก ขายกับสองแม่ลูกคู่หนึ่งที่เดินผ่านมา ด้วยหวังว่าสองแม่ลูกคู่นี้ดูท่าทาง จะเป็นคนใจดี ไม่แน่หรอกบางทีเธออาจจะได้รับความเมตตาบ้างก็อาจเป็นได้ " ไม้ขีดไฟที่บ้านมีอยู่แล้วมากมาย...ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที ไม่เอาหรอกจ๊ะ ลองไปถามขายคนอื่นดูเถอะ " ไม่มีใครซื้อไม้ขีดจากเธอเลยตลอด ทั้งวัน และไม่มีใครให้ทานเธอเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว หนูน้อยที่น่าสงสาร เดินคอตกหนาวสั่นและหิวโหยน่าเวทนายิ่งนัก เกล็ดหิมะเกาะกรังเป็นปุยอยู่บน ผมสีทองยาวสลวยประบ่าของเธอ แน่นอน แม่หนูไม่ได้คิดอาลัยไยดีในสารรูป ของตัวเองเลยสักนิด Hun forsøgte at sælge kampe. Fordi hvis i dag hun sælger kampe ikke har hverken penge eller slet ikke, selv efter en laling chip. Når jeg går hjem tomhændet. Hun var hans far, en fordrukken mand slag ramte abe misbrug. Denne lille pige forsøger at få en mand til at sælge hende matcher, så drømmende, og da hun var ved at krydse gaden til anden siden der er en downhill på et træ bil at fortiden ved høj hastighed. Hun hoppe det gør gamle par sko hun satte på tongkraden. Hver retning pr. person. Hun var chokeret, men hævder sin sko op bøjlerne. Den ene stemme sige "o sko", sagde han. เด็กน้อยผู้น่าสงสารมองตามรองเท้าที่กระเด็นไปนั้นอย่างนึกเสียดาย เพราะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่รองเท้าคู่ เก่า ๆที่ใหญ่เกิดขนาดเท้าของเธออย่างมาก ก็ตาม แต่มันเป็นรองเท้าของแม่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วของเธอและ เป็นรองเท้า คู่ที่เธอมีไว้สวมใส่ออกไปข้างนอกในหน้าหนาวเพื่อประทั้งความหนาวเย็น ให้เพียงคู่เดียวเท่านั้น...แรงกระโดดด้วยความลนลานทำให้รองเท้า ข้างหนึ่งกระเด็นหายไปไหนไม่รู้ ส่วนอีกข้างเด็กชายจอมเกเร คนหนึ่งคว้าเอาไปได้ แล้วก็ร้องบอกว่า " เขาจะเอาไปทำอู่ให้ลูกของเขานอน " ก่อนที่จะวิ่งหนีหายไปจากที่นั่น... ด้วยเหตุนี้ แม่หนูน้อยจึงต้องเดินด้วยเท้าเปล่าที่แดงคล้ำช้ำไปเพราะความ หนาวไปตามถนน เธอรวบรวมเก็บไม้ขีดไฟที่ตกกระจัดกระจายเกลื่อนกราดไปหมด นั้นอย่างเศร้าหมอง " ไม้ขีดพวกนี้คงจะนำมาขายเป็นสินค้าไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว นี่ถ้ากลับไปบ้านเราจะต้องโดนพ่อดุด่าทุบตีมากมายขนาดไหนนะ " เธอคิด อย่างเลื่อนลอย แล้วเธอก็ออกเดินต่อไปอย่างไรจุดหมายปลายทาง เท้าเล็ก ๆ คู่นั้น บอบช้ำจนเขียวเพราะความเย็นของหิมะ โธ่..เวรกรรมอะไรของเธอนะ..ช่าง เป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารเสียเหลือเกิน.... มีแสงสว่างส่องออกมาจากหน้าต่างตามบ้านทุกบาน และมีกลิ่น หอมหวนของห่านอบโชยกรุ่นออกมาสู่ถนน ใช่สิ..วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่าเพื่อ ต้อนรับปีใหม่ หนูน้อยพร่ำรำพึงกับตัวเองตลอดเวลา เสียงหัวเราะต่อกระซิก และเริงร่าอย่างมีความสุขของคนในบ้านเหล่านั้น เรียก ร้องให้เธอไปหยุดและแอบมองดู ในที่สุดก็ถึงวันสิ้นปีแล้วสินะ เรื่องนี้ต่างหาก ที่อยู่ในความคิดของเธอ วูปหนึ่งที่เธอคิดอิจฉาพวกเขาเหล่านั้น พลันน้ำตาของ เธอก็ไหลลงมาอย่างสุดจะกลั้น มันไหลเป็นทางลงมาเป็นสายไม่ยอมหยุด เธอนึกถึงแม่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้...เพราะเมื่อตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ แม่ก็มักจะ จัดงานเลี้ยงฉลองและทำอาหาร เพื่อขอบคุณพระเจ้าในวันคริสต์มาส ให้กับเธอและครอบครัวเสมอ...แต่ตอนนี้ไม่มีแม่เสียแล้ว เธอเห็นพวกคนในบ้าน กำลังมอบห่อของขวัญให้กับพวกลูก ๆของเขา เด็ก ๆรีบแกะห่อของขวัญกันอย่างดีใจ ช่างน่าอิจฉาความโชคดีของพวกเขาเหล่านั้นเสียเหลือเกิน...เธอแอบมอง ความสุขของพวกเขาเหล่านั้น อยู่นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ และเธอมารู้สึกตัวเอาก็ต่อเมื่อ ไฟที่สว่างไสวในบ้านหลังนั้นได้ถูกดับลง ทุกอย่างกลับคืนสู่ สภาพที่เงียบเหงา และเวิ้งว้างอย่างเก่าของมันไปทั่วทั้งบริเวณนั้นอีกครั้งหนึ่ง... หิมะยังคงตกลงมาเป็นระยะ ๆ เด็กหญิงยังคงเดินต่อมาอีกเรื่อย ๆและเพราะ ความหนาวและอ่อนเพลีย เธอ จึงเดินไปล้มตัวลงนั่งหลบอยู่ที่บันไดบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีชายคายื่นออกมาน้อยนิดแต่คงพอช่วยที่จะใช้หลบ หิมะได้บ้าง เธอนั่งห่อตัว ให้เล็กลงเพื่อหวังจะให้อุ่นขึ้นเพื่อคลายความหนาว แต่มันก็ไม่สามารถที่จะ ช่วยให้เธอหายหนาวได้เลยสักน้อยนิด เธอไม่กล้ากลับไปที่บ้านด้วยเพราะกลัวพ่อมาก พ่อจะโหดร้ายกับเธอเสมอเวลาที่พ่อเมา...เธอกลัวเหลือเกิน...เด็กน้อยหนาว จนสั่นเทาไปทั้งตัว มือของเธอเย็นเฉียบจนเกือบจะ เป็นน้ำแข็ง เธอพยายามหดตัว ให้เล็กลงไปอีก แต่เธอก็ยังคงหนาวอยู่อย่างนั้น เธอไม่รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเลยจริงๆ
มือเล็ก ๆ ทั้งสองของแม่หนูเย็นเฉียบชืดชาไปหมดด้วยความหนาวเหน็บ อา...ไม้ขีดไฟก้านเล็ก ๆ นี้สักก้านอาจจะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น หากเธอจะกล้าดึง เอามันออกมาจากมัดเพียงก้านเดียวเท่านั้น แล้วขีดเข้ากับกำแพง เพื่อ อังนิ้วของตัวเองให้อุ่นขึ้น แล้วในที่สุดแม่หนูน้อยก็ดึงไม้ขีดออกมาหนึ่งก้าน " แชะ " เกิดประกายวาบแล้วก็ลุกโพลงขึ้น มันเป็นเปลวอันแสนสดใสและ อบอุ่น คล้ายดวงเทียนเล่มเล็ก ๆ หนูน้อยเอามือขึ้นป้องมันไว้ เป็นดวง ประทีปที่แสนวิเศษ หนูน้อยเคลิ้มไปว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ที่หน้าเตาผิง ที่มีประตู และลูกบิดเป็นทองเหลืองขนาดใหญ่ ไฟกำลังลุกโพลงและ แสนจะอบอุ่น
วิเศษ....แม่หนูยื่นเท้าออกไปเพื่อจะอังให้มันอุ่นขึ้น แต่ เปลวไฟก็ดับวูบลง เตาผิงก็ได้หายวับไป หนูน้อยนั่งถือก้านไม้ขีดไฟ ที่ไหม้แล้วค้างอยู่ในมือไม้ขีดไฟก้านใหม่ถูกจุดขึ้นมาอีก มันไหม้โพรง สว่างไสว คราวนี้ผนังตึก ซึ่งแสงสว่างฉาบฉายไปกระทบนั้นกลายเป็น โปร่งใสคล้ายเยื่อไม้อันบางเบา หนู
การแปล กรุณารอสักครู่..
