1 ประวัติความเป็นมาของไทยกะเหรี่ยงกะเหรี่ยงเป็นชาวเขาเผ่าแรกที่อพยพเข้ การแปล - 1 ประวัติความเป็นมาของไทยกะเหรี่ยงกะเหรี่ยงเป็นชาวเขาเผ่าแรกที่อพยพเข้ อังกฤษ วิธีการพูด

1 ประวัติความเป็นมาของไทยกะเหรี่ยงก

1 ประวัติความเป็นมาของไทยกะเหรี่ยง
กะเหรี่ยงเป็นชาวเขาเผ่าแรกที่อพยพเข้าสู่ประเทศไทย และมีจำนวนมากที่สุดในกลุ่มชาวเขาด้วยกัน อาศัยอยู่ในจังหวัดต่างๆ รวม 16 จังหวัด
คือ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง
ชาวกะเหรี่ยงแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ตามลักษณะภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ดังนี้
(กรมศิลปาการ 2534: 194-195)
1. กะเหรี่ยงสะกอว์ หรือ ปกาเกอะญอ
ชาวไทยภาคเหนือ เรียกว่า ยางขาว ยางดอย ยางกะเลอ
ส่วนชาวไทยภาคกลาง เรียกว่า กะหร่าง
อยู่อาศัยบนภูเขา พบมากบริเวณภาคเหนือของไทย
2. กะเหรี่ยงโปว์ หรือ ปโว
เรียกตนเองว่า โผล่ว, โพล่ง, โพล่วง
ชาวไทย เรียกว่า ยางเปียง หรือ ยางน้ำ
ชาวพม่า เรียกว่า กะเหรี่ยงตะเลง
อาศัยอยู่ตามที่ราบ เป็นชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันตก โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยงอำเภอสวนผึ้ง และอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี
3. กะเหรี่ยงบะแว หรือ เบว
คนไทยภาคเหนือ เรียกว่ายางแดง
ส่วนมากอาศัยอยู่ในรัฐคะยาหรือรัฐกะเร็นนี ประเทศพม่า
ส่วนในประเทศไทยพบที่จังหวัด ตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่
4. กะเหรี่ยงตองตู
คนไทยเรียกว่า ตองสู
ส่วนพม่านิยม เรียกว่า ปะโอ
อาศัยอยู่ในพม่าเป็นส่วนมาก และมีอยู่เล็กน้อยในประเทศไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

คนกะเหรี่ยงมีถิ่นฐานเดิมในบริเวณทิศตะวันออกของธิเบต และเข้ามาตั้งอาณาจักรอยู่ในประเทศจีนเมื่อประมาณกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 207 ถูกกษัตริย์จีนแห่งราชวงศ์จิ๋นรุกราน จึงอพยพหนีลงมาตามลำน้ำโขง มายังลำน้ำสาละวินในประเทศพม่า และกระจายตัวไปตามเทือกเขาอิระวดีบริเวณเทือกเขาที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศพม่าทางเหนือสุด ตั้งแต่เหนือเมืองตองยีลงมาทางใต้สุดที่บริเวณคอคอดกระ

สำหรับหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีชาวกะเหรี่ยงเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2318 พระเจ้าอลองพญา กษัตริย์พม่า ได้ทำศึกสงครามกับชาวมอญและยึดเมืองหงสาวดีไว้ในอำนาจ กะเหรี่ยงซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวมอญอยู่ก่อนแล้ว จึงให้ความช่วยเหลือชาวมอญ จนได้รับความเดือดร้อน ต้องอพยพหนีพม่าข้ามเทือกเขาตะนาวศรีเข้าสู่ดินแดนไทยพร้อมกับมอญ

สมัยสงครามเก้าทัพ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
กะเหรี่ยงจากสังขละบุรีได้มีใบบอกไปยังเมืองหลวง ทำให้การเตรียมการรับศึกด้านนี้ได้ทันท่วงที ดังนั้น กะเหรี่ยงจึงมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับประวัติศาสตร์เมืองไทย กะเหรี่ยงมีส่วนสำคัญในการปกปักรักษาผืนแผ่นดิน และทรัพยากรของสยามเท่ากับชาวไทยทั้งมวล เป็นทั้งด่านหน้า กองสอดแนม และกำลังพลในการสู้รบกับพม่า กะเหรี่ยงเข้ามามีบทบาทแทนกลุ่มละว้าซึ่งเป็นชนดั้งเดิมแถบชายขอบเพชรบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี
มอญและกะเหรี่ยงมีความชำนาญรอบรู้ภูมิประเทศ จึงได้รับการสนับสนุนจากกรุงธนบุรีจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
เรื่องราวกะเหรี่ยงภาคกลางถูกกล่าวขวัญในวรรณกรรม เช่น
ขุนช้างขุนแผน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2
โคลงนิราศสุพรรณบุรี ของสุนทรภู่
จิตรกรรมฝาผนัง อุโบสถวัดประตูสาร อ. เมือง จ. สุพรรณบุรี
วัดบางแคใหญ่ ต. แควอ้อม อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม
วัดไทรอารีรักษ์ ต. คลองตาคต อ. โพธาราม
ภาพแกะสลักไม้ที่ วัดแจ้งเจริญ อ. วัดเพลง จ. ราชบุรี เป็นต้น

ผู้นำกะเหรี่ยงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายด่าน และเจ้าเมืองในหัวเมืองตะวันตก
เช่น พระพิชัยชนะสงครามเป็นเจ้าเมืองศรีสวัสดิ์
(นับแต่สมัยอยุธยาคอยดูแลด่านชายแดน ช่องทางที่พม่ายกเข้ามาทางแม่น้ำกะสะ บ้านทิไล่ป้า จะแก ท่าไร่ ผี้เสิงโป่ง
(แกลบสามกอง) ทุ่งใหญ่เซซาโว่ ด่านแม่จันทะ คลิตี้ เส้นทางเดินทัพของพม่าที่จะเข้าเมืองศรีสวัสดิ์)
หลวงประเทศเขื่อนขันธ์นายกองด่านบ้านบ้องตี้ หลวงพิทักษ์บรรพต ขุนพิทักษ์ไพรวัลย์
นายกองด่าน บ้านยางโทน และพระแม่กลอง เป็นนายด่าน ดูแลชายแดนด้านอุ้มผางต่อแดนเมืองกำแพงเพชรและอุทัยธานี เป็นต้น
ชาวไทยกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในจังหวัดราชบุรี เป็นโพล่งและปกาเกอะญอ ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณชายแดนใกล้เทือกเขาตะนาวศรี
มีผู้สันนิษฐานว่า กะเหรี่ยงกลุ่มราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ น่าจะอพยพมาจากเมืองทวายในประเทศพม่า
ชาวกะเหรี่ยงรุ่นเก่าที่อยู่ในตำบลสวนผึ้งเล่าต่อกันมาว่า ราว 200 ปีเศษ ถูกพม่ารุกราน
จึงพากันอพยพข้ามเทือกเขาตะนาวศรีเข้าชายแดนไทยทางอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
แล้วแยกย้ายกันไปอยู่ในจังหวัดราชบุรี อพยพมาอยู่ที่บ้านเก่ากะเหรี่ยงและบ้านหนองกะเหรี่ยง (บ้านหนองนกกะเรียนในปัจจุบัน)
แล้วโยกย้ายต่อมาทางตะวันตกจนถึงลำน้ำภาชี ตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตอำเภอสวนผึ้ง และอำเภอบ้านคา
ส่วนอีกสายหนึ่งแยกไปทางใต้จนถึงต้นน้ำเพชรบุรี
กะเหรี่ยงที่อยู่ในอำเภอสวนผึ้งและอำเภอบ้านคา กระจายกันอยู่ในเขตตำบลสวนผึ้ง ตำบลบ้านบึง ตำบลบ้านคา และตำบลตะนาวศรี
นอกจากนี้ ยังมีอยู่ที่ ตำบลยางหัก อำเภอปากท่ออีกด้วย

ชาวกะเหรี่ยงราชบุรีสมัยมณฑลราชบุรี พ.ศ. 2468
ผู้ชายมีผ้าสะพายไหล่ แล้วผูกไว้ที่เอว แบบเดียวกับผู้หญิง
เครื่องดนตรีของกะเหรี่ยงในตอนนั้น คือ แคนที่มีขนาดยาว
ได้ปรับเปลี่ยนเป็นแคนขนาดสั้นในยุคปัจจุบัน เหมือนคนลาวอีสาน (ภาพถ่ายสมุดราชบุรี)
กะเหรี่ยงโพล่ง ราชบุรี สมัยมณฑลราชบุรี พ.ศ. 2468
ชายและหญิงชุดแบกโง (ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่) ไปทำไร่ (ภาพถ่ายสมุดราชบุรี)

2 การแต่งกาย เครื่องประดับ และการทอผ้าของชาวไทยกะเหรี่ยง
2.1 การแต่งกาย
เสื้อผ้าใช้ผ้าทอมือ เพื่อใส่ร่วมงานสำคัญๆ ในงานประเพณี
ผู้หญิงจะเป็นชุดทรงกระสอบสีดำ และสีน้ำเงิน มีลวดลายเป็นสัญลักษณ์ที่ตัวเสื้อ
ถ้าเป็นเด็กที่ยังไม่มีประจำเดือนจะใส่เสื้อสีขาว (ไซ่อั่ว) ตัวเดียวกัน ปักริมขอบ คอเสื้อ แขน และชายเสื้อด้วยด้ายสีแดงจนถึงวัยรุ่น คือ อายุประมาณ 14–15 ปีขึ้นไป
เมื่อเด็กสาวมีประจำเดือน เด็กสาวจะเปลี่ยนมานุ่งผ้าซิ่น (นิไค๊ย) แล้วใส่เสื้อแบบกะเหรี่ยง (ไซ่โผล่ง)
คือ สวมเสื้อคอแหลมสีดำหรือสีน้ำเงิน ปักด้วยด้ายสีเป็นลวดลายต่างๆ เสื้อสวมทางศีรษะและเย็บตัวพอดี ตัวเสื้อยาวคลุมเลยเข่า

ลักษณะการแต่งกายเด็กสาวที่มีประจำเดือนแล้วณ บ้านโป่งกระทิงบน อำเภอบ้านคา วันที่ 4 สิงหาคม 2557

เสื้อของหญิงสาวที่มีครอบครัวจะทอด้วยสีดำ
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
1 ประวัติความเป็นมาของไทยกะเหรี่ยงกะเหรี่ยงเป็นชาวเขาเผ่าแรกที่อพยพเข้าสู่ประเทศไทย และมีจำนวนมากที่สุดในกลุ่มชาวเขาด้วยกัน อาศัยอยู่ในจังหวัดต่างๆ รวม 16 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง ชาวกะเหรี่ยงแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ตามลักษณะภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ดังนี้(กรมศิลปาการ 2534: 194-195) 1. กะเหรี่ยงสะกอว์ หรือ ปกาเกอะญอ ชาวไทยภาคเหนือ เรียกว่า ยางขาว ยางดอย ยางกะเลอ ส่วนชาวไทยภาคกลาง เรียกว่า กะหร่าง อยู่อาศัยบนภูเขา พบมากบริเวณภาคเหนือของไทย2. กะเหรี่ยงโปว์ หรือ ปโว เรียกตนเองว่า โผล่ว, โพล่ง, โพล่วง ชาวไทย เรียกว่า ยางเปียง หรือ ยางน้ำ ชาวพม่า เรียกว่า กะเหรี่ยงตะเลงอาศัยอยู่ตามที่ราบ เป็นชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันตก โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยงอำเภอสวนผึ้ง และอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี3. กะเหรี่ยงบะแว หรือ เบว คนไทยภาคเหนือ เรียกว่ายางแดง ส่วนมากอาศัยอยู่ในรัฐคะยาหรือรัฐกะเร็นนี ประเทศพม่า ส่วนในประเทศไทยพบที่จังหวัด ตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่4. กะเหรี่ยงตองตู คนไทยเรียกว่า ตองสู ส่วนพม่านิยม เรียกว่า ปะโอ อาศัยอยู่ในพม่าเป็นส่วนมาก และมีอยู่เล็กน้อยในประเทศไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนคนกะเหรี่ยงมีถิ่นฐานเดิมในบริเวณทิศตะวันออกของธิเบต และเข้ามาตั้งอาณาจักรอยู่ในประเทศจีนเมื่อประมาณกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 207 ถูกกษัตริย์จีนแห่งราชวงศ์จิ๋นรุกราน จึงอพยพหนีลงมาตามลำน้ำโขง มายังลำน้ำสาละวินในประเทศพม่า และกระจายตัวไปตามเทือกเขาอิระวดีบริเวณเทือกเขาที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศพม่าทางเหนือสุด ตั้งแต่เหนือเมืองตองยีลงมาทางใต้สุดที่บริเวณคอคอดกระสำหรับหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีชาวกะเหรี่ยงเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2318 พระเจ้าอลองพญา กษัตริย์พม่า ได้ทำศึกสงครามกับชาวมอญและยึดเมืองหงสาวดีไว้ในอำนาจ กะเหรี่ยงซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวมอญอยู่ก่อนแล้ว จึงให้ความช่วยเหลือชาวมอญ จนได้รับความเดือดร้อน ต้องอพยพหนีพม่าข้ามเทือกเขาตะนาวศรีเข้าสู่ดินแดนไทยพร้อมกับมอญ สมัยสงครามเก้าทัพ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กะเหรี่ยงจากสังขละบุรีได้มีใบบอกไปยังเมืองหลวง ทำให้การเตรียมการรับศึกด้านนี้ได้ทันท่วงที ดังนั้น กะเหรี่ยงจึงมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับประวัติศาสตร์เมืองไทย กะเหรี่ยงมีส่วนสำคัญในการปกปักรักษาผืนแผ่นดิน และทรัพยากรของสยามเท่ากับชาวไทยทั้งมวล เป็นทั้งด่านหน้า กองสอดแนม และกำลังพลในการสู้รบกับพม่า กะเหรี่ยงเข้ามามีบทบาทแทนกลุ่มละว้าซึ่งเป็นชนดั้งเดิมแถบชายขอบเพชรบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี มอญและกะเหรี่ยงมีความชำนาญรอบรู้ภูมิประเทศ จึงได้รับการสนับสนุนจากกรุงธนบุรีจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์เรื่องราวกะเหรี่ยงภาคกลางถูกกล่าวขวัญในวรรณกรรม เช่น ขุนช้างขุนแผน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โคลงนิราศสุพรรณบุรี ของสุนทรภู่ จิตรกรรมฝาผนัง อุโบสถวัดประตูสาร อ. เมือง จ. สุพรรณบุรี วัดบางแคใหญ่ ต. แควอ้อม อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม วัดไทรอารีรักษ์ ต. คลองตาคต อ. โพธาราม ภาพแกะสลักไม้ที่ วัดแจ้งเจริญ อ. วัดเพลง จ. ราชบุรี เป็นต้นผู้นำกะเหรี่ยงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายด่าน และเจ้าเมืองในหัวเมืองตะวันตก เช่น พระพิชัยชนะสงครามเป็นเจ้าเมืองศรีสวัสดิ์ (นับแต่สมัยอยุธยาคอยดูแลด่านชายแดน ช่องทางที่พม่ายกเข้ามาทางแม่น้ำกะสะ บ้านทิไล่ป้า จะแก ท่าไร่ ผี้เสิงโป่ง (แกลบสามกอง) ทุ่งใหญ่เซซาโว่ ด่านแม่จันทะ คลิตี้ เส้นทางเดินทัพของพม่าที่จะเข้าเมืองศรีสวัสดิ์)
หลวงประเทศเขื่อนขันธ์นายกองด่านบ้านบ้องตี้ หลวงพิทักษ์บรรพต ขุนพิทักษ์ไพรวัลย์
นายกองด่าน บ้านยางโทน และพระแม่กลอง เป็นนายด่าน ดูแลชายแดนด้านอุ้มผางต่อแดนเมืองกำแพงเพชรและอุทัยธานี เป็นต้น
ชาวไทยกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในจังหวัดราชบุรี เป็นโพล่งและปกาเกอะญอ ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณชายแดนใกล้เทือกเขาตะนาวศรี
มีผู้สันนิษฐานว่า กะเหรี่ยงกลุ่มราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ น่าจะอพยพมาจากเมืองทวายในประเทศพม่า
ชาวกะเหรี่ยงรุ่นเก่าที่อยู่ในตำบลสวนผึ้งเล่าต่อกันมาว่า ราว 200 ปีเศษ ถูกพม่ารุกราน
จึงพากันอพยพข้ามเทือกเขาตะนาวศรีเข้าชายแดนไทยทางอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
แล้วแยกย้ายกันไปอยู่ในจังหวัดราชบุรี อพยพมาอยู่ที่บ้านเก่ากะเหรี่ยงและบ้านหนองกะเหรี่ยง (บ้านหนองนกกะเรียนในปัจจุบัน)
แล้วโยกย้ายต่อมาทางตะวันตกจนถึงลำน้ำภาชี ตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตอำเภอสวนผึ้ง และอำเภอบ้านคา
ส่วนอีกสายหนึ่งแยกไปทางใต้จนถึงต้นน้ำเพชรบุรี
กะเหรี่ยงที่อยู่ในอำเภอสวนผึ้งและอำเภอบ้านคา กระจายกันอยู่ในเขตตำบลสวนผึ้ง ตำบลบ้านบึง ตำบลบ้านคา และตำบลตะนาวศรี
นอกจากนี้ ยังมีอยู่ที่ ตำบลยางหัก อำเภอปากท่ออีกด้วย

ชาวกะเหรี่ยงราชบุรีสมัยมณฑลราชบุรี พ.ศ. 2468
ผู้ชายมีผ้าสะพายไหล่ แล้วผูกไว้ที่เอว แบบเดียวกับผู้หญิง
เครื่องดนตรีของกะเหรี่ยงในตอนนั้น คือ แคนที่มีขนาดยาว
ได้ปรับเปลี่ยนเป็นแคนขนาดสั้นในยุคปัจจุบัน เหมือนคนลาวอีสาน (ภาพถ่ายสมุดราชบุรี)
กะเหรี่ยงโพล่ง ราชบุรี สมัยมณฑลราชบุรี พ.ศ. 2468
ชายและหญิงชุดแบกโง (ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่) ไปทำไร่ (ภาพถ่ายสมุดราชบุรี)

2 การแต่งกาย เครื่องประดับ และการทอผ้าของชาวไทยกะเหรี่ยง
2.1 การแต่งกาย
เสื้อผ้าใช้ผ้าทอมือ เพื่อใส่ร่วมงานสำคัญๆ ในงานประเพณี
ผู้หญิงจะเป็นชุดทรงกระสอบสีดำ และสีน้ำเงิน มีลวดลายเป็นสัญลักษณ์ที่ตัวเสื้อ
ถ้าเป็นเด็กที่ยังไม่มีประจำเดือนจะใส่เสื้อสีขาว (ไซ่อั่ว) ตัวเดียวกัน ปักริมขอบ คอเสื้อ แขน และชายเสื้อด้วยด้ายสีแดงจนถึงวัยรุ่น คือ อายุประมาณ 14–15 ปีขึ้นไป
เมื่อเด็กสาวมีประจำเดือน เด็กสาวจะเปลี่ยนมานุ่งผ้าซิ่น (นิไค๊ย) แล้วใส่เสื้อแบบกะเหรี่ยง (ไซ่โผล่ง)
คือ สวมเสื้อคอแหลมสีดำหรือสีน้ำเงิน ปักด้วยด้ายสีเป็นลวดลายต่างๆ เสื้อสวมทางศีรษะและเย็บตัวพอดี ตัวเสื้อยาวคลุมเลยเข่า

ลักษณะการแต่งกายเด็กสาวที่มีประจำเดือนแล้วณ บ้านโป่งกระทิงบน อำเภอบ้านคา วันที่ 4 สิงหาคม 2557

เสื้อของหญิงสาวที่มีครอบครัวจะทอด้วยสีดำ
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
1 history of Karen
Karen hill tribe's first migrated into the country. And most of the hill tribes together, live in the province, including 16 province
.The Chiang Mai, Mae Hong Son, Lampang, Lamphun, Phrae, Sukhothai, kamphaeng PHET, Uthai Thani Tak Suphanburi, Ratchaburi, Phetchaburi, Kanchanaburi Khan and Ranong
.Karen divided into 4 groups. According to the characteristics of language, culture, and life style, as follows:
(Department in the 2534: 194-195).
1. Karen Sgaw. Or quality function deployment
tribe called the northern rubber rubber rubber with white hill, Le
.The Thai Central called Karang
lived on mountain is found in northern Thailand
2. Karen antigenic competition or a vocal
to call their own. Phlow pop band broke,,
Thai called Yang piang or rubber water
Burmese called กะเหรี่ยงตะเลง
.Live as flat. Karen who live in the western region. The Karen Suan phueng district and ban Kha District Office
3. Karen noodle value or เบว
people called the northern red rubber
.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: