สมัยโบราณ คนไทยนิยมทำขนมในวาระสำคัญๆ เท่านั้น เป็นต้นว่า งานบุญ งานเทศ การแปล - สมัยโบราณ คนไทยนิยมทำขนมในวาระสำคัญๆ เท่านั้น เป็นต้นว่า งานบุญ งานเทศ อังกฤษ วิธีการพูด

สมัยโบราณ คนไทยนิยมทำขนมในวาระสำคัญ

สมัยโบราณ คนไทยนิยมทำขนมในวาระสำคัญๆ เท่านั้น เป็นต้นว่า งานบุญ งานเทศกาล หรืองานพิธีต้อนรับแขกคนสำคัญ เนื่องจากขนมบางชนิดจ าเป็นต้องใช้ทั้งกำลังคนและอาศัยเวลาในการท าพอสมควร ขนมไทยดั้งเดิมมีส่วนผสมคือ แป้ง น้ าตาล กะทิ เท่านั้น 2โดยบางทีก็มีถั่วมีงาเติม ตามแต่ความนิยมในแต่ละท้องถิ่น ใช้วิธีปรุงอย่างโบราณ คือ กวน และต้ม ที่คาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากอินเดียพระอาจารย์พุทธทาส อินทปัญโญ เคย ตั้งข้อสังเกตว่า กะละแมไทยน่าจะได้แบบอย่างมาจากขนมดึกด าบรรพ์ของอินเดีย ชื่อฮูละวะ3ที่ทำจากแป้ง นม น้ำตาล กวนเข้ากันจนเหนียวมาก ของไทยก็เป็นเพียงเอากะทิแทนนมเท่านั้นนอกจากนั้น ยังมี “ขนม ต้ม” ที่เป็นขนมโบราณดั้งเดิม ซึ่งได้รับการกล่าวขาน ถึงในไตรภูมิพระร่วงสมัยสุโขทัย ก็คาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากอินเดียเช่นกัน คนไทยใช้บวงสรวงเทวดาและในพิธีขันหมากซึ่งน่าแปลกที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับ “ขนมโมทกะ” ที่ชาวอินเดียนิยมใช้บูชาพระพิฆเนศเช่นกัน 4จึงอาจกล่าวได้ว่า ขนมเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมที่มีประวัติความเป็นมาสืบทอดกันจากชนกลุ่มหนึ่งสู่ชนอีกกลุ่มหนึ่ง และจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งครั้นล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา มีจดหมายเหตุเก่าๆ กล่าวถึง “ขนมชะมด กงเกวียน ภิมถั่วสำปะนี ขนมครก ขนมเบื้อง ลอดช่อง ” ซึ่งลักษณะและส่วนผสมของขนมยังมีความเป็นไทยอยู่มาก โดยส่วนประกอบหลักยังคงใช้แป้ง น้ าตาลและกะทิ ล่วงมาถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นยุคทองยุคหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ในสมัยนั้น ภาวะเศรษฐกิจการค้าเจริญรุ่งเรืองมาก โดยเฉพาะการค้าระหว่างประเทศเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด มีการส่งราชฑูตมาเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติไทย รวมทั้งมีชาวต่างชาติรับราชการในพระองค์อยู่หลายคน อาทิ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ซึ่งเป็น ชาวโปรตุเกสภรรยาของ ท่านคือ ท้าวทองกีบม้า (มารี กีมาร์ เดอ ปีนา ) เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของขนมไทย โดยท่านได้สอนให้สาวชาววังทำของหวานต่างๆ โดยเฉพาะการนำไข่ขาวและไข่แดงมาเป็นส่วนผสมส าคัญอย่างที่ทางโปรตุเกสทำกันในขณะที่ขนมไทยดั้งเดิมมักจะมีแป้ง น้ าตาล กะทิ และธัญพืช เท่านั้น ขนมที่ท่านท้าวทองกีบม้า ปรุงขึ้นและยังเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ขนมตระกูล “ทอง” ต่างๆ อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองโปร่ง ทองพลุ และรวมไปถึง ขนมสังขยา ขนมหม้อแกง ขนมสำปันนี ขนมไข่เต่า และขนมที่ใช้ไข่แดง ไข่ขาวอื่นๆ 5 และเนื่องจากเป็นขนมที่มีกำเนิดมาจากในรั้วในวัง ขนมดังกล่าวจึงมีการประดิดประดอย ให้มีลักษณะ สีสันน่าลิ้มลอง และจัดวางบนภาชนะอย่างประณีต รวมทั้งอาจมีการแกะสลักผักผลไม้ประกอบการตกแต่งให้วิจิตรบรรจงมากขึ้น แต่ลักษณะเด่นของขนมไทยยังคงอยู่ ถึงแม้จะมีส่วนผสมบางอย่างเพิ่มขึ้น นั่นคือ ความหวานแหลม จากน้ำตาลในยุครัตนโกสินทร์ มีข้อความบางตอนกล่าวไว้ใน จดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวีผู้เป็นน้องยาเธอในสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกกล่าวไว้ว่า ในงานสมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตน ศาสดารามได้มีเครื่องตั้งสำรับหวานสำหรับพระสงฆ์ 2,000 รูปประกอบด้วย ขนมไส้ไก่ ขนมฝอย ข้าวเหนียวแก้ว ขนมผิง กล้วยฉาบ ล่าเตียง หรุ่ม สังขยาฝอยทอง และขนมตะไล6 และมีการแบ่งอาหารออกเป็นของคาว และของหวานอย่างชัดเจน ของคาวคืออาหารกั บข้าวของหวาน คือพวกขนมต่างๆ โดยการจัดส ารับซึ่งเรียกว่า “สำรับคาว ” และ “สำรับหวาน ” และเรียกคนทำขนมว่า “ช่างของหวาน ” 7 จึงนับได้ว่าขนมไทยมิได้หายสาบสูญไปกับการเสียกรุงศรีอยุธยาเลย
แม้แต่น้อย นอกจากนั้น ในพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย“กาพย์ห่อโคลง เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ” ยังกล่าวถึงขนมหวานหรือเครื่องหวานหลายชนิดที่แสดงถึงความสวยงามฝีมือในการประดิษฐ์ป ระดอย รวมทั้งรสชาติและความเอร็ดอร่อย หอม หวาน ซึ่งสันนิฐานว่า ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเพื่อชมฝีพระหัตถ์ในการแต่งเครื่องเสว ยของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
สมัยโบราณ คนไทยนิยมทำขนมในวาระสำคัญๆ เท่านั้น เป็นต้นว่า งานบุญ งานเทศกาล หรืองานพิธีต้อนรับแขกคนสำคัญ เนื่องจากขนมบางชนิดจ าเป็นต้องใช้ทั้งกำลังคนและอาศัยเวลาในการท าพอสมควร ขนมไทยดั้งเดิมมีส่วนผสมคือ แป้ง น้ าตาล กะทิ เท่านั้น 2โดยบางทีก็มีถั่วมีงาเติม ตามแต่ความนิยมในแต่ละท้องถิ่น ใช้วิธีปรุงอย่างโบราณ คือ กวน และต้ม ที่คาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากอินเดียพระอาจารย์พุทธทาส อินทปัญโญ เคย ตั้งข้อสังเกตว่า กะละแมไทยน่าจะได้แบบอย่างมาจากขนมดึกด าบรรพ์ของอินเดีย ชื่อฮูละวะ3ที่ทำจากแป้ง นม น้ำตาล กวนเข้ากันจนเหนียวมาก ของไทยก็เป็นเพียงเอากะทิแทนนมเท่านั้นนอกจากนั้น ยังมี “ขนม ต้ม” ที่เป็นขนมโบราณดั้งเดิม ซึ่งได้รับการกล่าวขาน ถึงในไตรภูมิพระร่วงสมัยสุโขทัย ก็คาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากอินเดียเช่นกัน คนไทยใช้บวงสรวงเทวดาและในพิธีขันหมากซึ่งน่าแปลกที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับ “ขนมโมทกะ” ที่ชาวอินเดียนิยมใช้บูชาพระพิฆเนศเช่นกัน 4จึงอาจกล่าวได้ว่า ขนมเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมที่มีประวัติความเป็นมาสืบทอดกันจากชนกลุ่มหนึ่งสู่ชนอีกกลุ่มหนึ่ง และจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งครั้นล่วงมาจนถึงสมัยอยุธยา มีจดหมายเหตุเก่าๆ กล่าวถึง “ขนมชะมด กงเกวียน ภิมถั่วสำปะนี ขนมครก ขนมเบื้อง ลอดช่อง ” ซึ่งลักษณะและส่วนผสมของขนมยังมีความเป็นไทยอยู่มาก โดยส่วนประกอบหลักยังคงใช้แป้ง น้ าตาลและกะทิ ล่วงมาถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นยุคทองยุคหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ในสมัยนั้น ภาวะเศรษฐกิจการค้าเจริญรุ่งเรืองมาก โดยเฉพาะการค้าระหว่างประเทศเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด มีการส่งราชฑูตมาเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับชาติไทย รวมทั้งมีชาวต่างชาติรับราชการในพระองค์อยู่หลายคน อาทิ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ซึ่งเป็น ชาวโปรตุเกสภรรยาของ ท่านคือ ท้าวทองกีบม้า (มารี กีมาร์ เดอ ปีนา ) เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของขนมไทย โดยท่านได้สอนให้สาวชาววังทำของหวานต่างๆ โดยเฉพาะการนำไข่ขาวและไข่แดงมาเป็นส่วนผสมส าคัญอย่างที่ทางโปรตุเกสทำกันในขณะที่ขนมไทยดั้งเดิมมักจะมีแป้ง น้ าตาล กะทิ และธัญพืช เท่านั้น ขนมที่ท่านท้าวทองกีบม้า ปรุงขึ้นและยังเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ขนมตระกูล “ทอง” ต่างๆ อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองโปร่ง ทองพลุ และรวมไปถึง ขนมสังขยา ขนมหม้อแกง ขนมสำปันนี ขนมไข่เต่า และขนมที่ใช้ไข่แดง ไข่ขาวอื่นๆ 5 และเนื่องจากเป็นขนมที่มีกำเนิดมาจากในรั้วในวัง ขนมดังกล่าวจึงมีการประดิดประดอย ให้มีลักษณะ สีสันน่าลิ้มลอง และจัดวางบนภาชนะอย่างประณีต รวมทั้งอาจมีการแกะสลักผักผลไม้ประกอบการตกแต่งให้วิจิตรบรรจงมากขึ้น แต่ลักษณะเด่นของขนมไทยยังคงอยู่ ถึงแม้จะมีส่วนผสมบางอย่างเพิ่มขึ้น นั่นคือ ความหวานแหลม จากน้ำตาลในยุครัตนโกสินทร์ มีข้อความบางตอนกล่าวไว้ใน จดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวีผู้เป็นน้องยาเธอในสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกกล่าวไว้ว่า ในงานสมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตน ศาสดารามได้มีเครื่องตั้งสำรับหวานสำหรับพระสงฆ์ 2,000 รูปประกอบด้วย ขนมไส้ไก่ ขนมฝอย ข้าวเหนียวแก้ว ขนมผิง กล้วยฉาบ ล่าเตียง หรุ่ม สังขยาฝอยทอง และขนมตะไล6 และมีการแบ่งอาหารออกเป็นของคาว และของหวานอย่างชัดเจน ของคาวคืออาหารกั บข้าวของหวาน คือพวกขนมต่างๆ โดยการจัดส ารับซึ่งเรียกว่า “สำรับคาว ” และ “สำรับหวาน ” และเรียกคนทำขนมว่า “ช่างของหวาน ” 7 จึงนับได้ว่าขนมไทยมิได้หายสาบสูญไปกับการเสียกรุงศรีอยุธยาเลยแม้แต่น้อย นอกจากนั้น ในพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย“กาพย์ห่อโคลง เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ” ยังกล่าวถึงขนมหวานหรือเครื่องหวานหลายชนิดที่แสดงถึงความสวยงามฝีมือในการประดิษฐ์ป ระดอย รวมทั้งรสชาติและความเอร็ดอร่อย หอม หวาน ซึ่งสันนิฐานว่า ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเพื่อชมฝีพระหัตถ์ในการแต่งเครื่องเสว ยของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
Thailand's ancient popular dessert only on important occasions such as religious festivals or ceremonies welcoming important guests. Because some of the desserts The need to take both manpower and living in Thailand set fairly traditional sweets containing flour, sugar, coconut milk is only two by sometimes beans with sesame filling. But the popularity of each locality. How old is cooked, stir and boil is expected to be influenced by the Indian Buddhist Master, slave-tree problem quite been noted. Kalamae Thailand seems to have role models from the late-night dessert. The eastern India Houston named Lawa three made ​​from flour, milk, sugar, stir well until very tough. Thailand is simply out of coconut milk instead of dairy only, but also the "boiled sweets" are ancient traditional sweets. This has been the story In the three worlds Ruang of Sukhothai It is expected to be influenced by India as well. Thailand, the angels and the sacrificial ceremony in which the groom oddly shaped similar to a "Modak" that Indians used to worship Lord Ganesh as well. 4, it can be said that Snacks are part of the history of civilization has been passed on from one ethnic group to another group of people. And from one generation to another man came to pass until the Ayutthaya period. There is the old chronicles refer to "Corporate cartwheel sweet musk gland nuts for this patch Knmcrk Ladcheag pancake", which features a mix of candy and there's a lot Thailand. The main components still use coconut flour, sugar and pass the reign of King Narai. This was the golden age era of Ayutthaya in those days, the economy, trade flourished. Trade flourished especially intense. Sending a diplomatic envoy to develop relations of friendship with Thailand. Including a foreign official in his address, many people like XVI Wichayen, the Portuguese wife of the Thaothongkeepma (Marie Guy Martin de Year's) the one who played a key role in the development of. After Thailand You do not teach young royal desserts. In particular, a mixture of yolk and white. Important as the Portuguese do well in Thailand as the traditional sweets usually contain flour, sugar, coconut milk and cereals only dessert you Thaothongkeepma. Cooked and is still popular today, including snacks family "gold" such Doonghiib Golden Ball FOI gold airy Tagplu and includes dessert custard dessert rice desserts Smpanni candy eggs and candy to the yolk, albumen other five and as a snack. Born of the royal family. Such elaborate desserts are scrumptious to look colorful. And neatly placed on the container. Might as well have carved fruits and vegetables, the more elaborate the decoration. Features of sweets but Thailand remained. Although there are some ingredients that increase is sweet from the sugar in the period. I have some say in. Archival memory of the Royal Navy, Prince Devi, who is the younger brother of Rama said skyline. In celebration of the Emerald Buddha and Wat Phra Sri Ratana celebrations. Prophet Ram has set the table for clergy sweet pastry shredded chicken and sticky rice dessert composed of 2,000 glass baking pastry and confectionery FOI Banana Custard Leaetiig Hruem MF 6 and are divided into savory food. Desserts and clearly Savory food GUB belongings sweet is their desserts by delivery to the receiver, which is called "deck fishy" and "Deck Sweet" and called on people to bake that "so sweet" 7 This would provide candy Thailand nor lost. with Ayutthaya's
even less than that celebrates excess of 2 King Rama II "epic poem wrap. Visit sing while paddling a boat, savory food, "also discusses the various kinds of sweet desserts or crafts that reflect the beauty of the inventor of the mountain, including sweet flavor and zest that is spatially. His Majesty His Majesty to watch the machine in Shaoxing. Of HRH Queen playoff Suri yen note.
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
The ancient Thai popular dessert in the only example Festival, festival, or the welcome guest, due to some kind of candy. It is necessary to use both the manpower and the work, some traditional dessert mix.Oil, sugar, coconut milk, only 2 by sometimes beans sesame oil filling. According to popular in each local use traditional cooking method is stirred and cooked, is expected น่าจะได้รับ influences from Indian monk Buddhadasa. อินทปัญโญ was noted.Times of India, the name Hoo? 3 made from flour, milk, sugar, stir well until sticky. Thai is the only remove coconut milk instead of milk only in addition to "candy to boil." is the ancient traditional sweets, which are said to be?It is expected to be influenced by the Indian as well. Thai Angel spirits and on the error which is shaped similar to the "candy โมทก." that Indians used to worship Ganesha as well. It can be said that 4And from one generation to the next generation and it came to pass after until the period has old archives mentioned. "ขนมชะมด cartwheel, bhim. Beans for model Street, the dessert pancake. "Which the characteristics and ingredients of Thai sweets are also very much.Water, sugar and coconut milk, during the reign of King Narai the past. Which is the golden age era one of Ayutthaya. In those days, the economic trade flourished. Especially international trade prosperity to the limit.As well as having served in his many foreigners, such as Dan, a Portuguese wife. Is the gas constant. (Marie guimar de Pina), one who play an important role in the development of Thai desserts.The application of egg white and yolk as an ingredient. Important as the Portuguese do while traditional dessert often have flour, oil, sugar, coconut milk, and grains. The candy you gas constant, cook up and is still very popular to the present.Candy, the "gold", such as, dodder. Pick discordance gold airy negotiant and including custard dessert candy candy candy, สำปันนี turtle eggs The egg yolk, egg white and snacks and other 5 because as a dessert with origins in the palace.The colorful, sumptuous and arranged on the container neatly. As well as may have fruits and vegetables in decorate exquisite carving. But the characteristics of the dessert, remain. Although there are some ingredients that is increased.From the sugar in the Rattanakosin Era There is some text in the said. Archival memory กรมหลวงนรินทรเทวี the ohmmeter in malevolence Chula world said that In knowing the Emerald Buddha and celebrate the Wat Phra Sri rattana.2.000 illustration with candy candy, shredded chicken sticky rice pastry. กล้วยฉาบ. Latieng. Cranial arteritis. Under the Gaya dodder and snacks and food 6 level is divided into toast. And the dessert clearly stigma is food, sweet rice under the confectionery.The which is called "the deck fishy." and "for sweet." and called the pastry chef. "So sweet." 7, therefore, that did not disappear with the dessert เสียกรุงศรีอยุธยา.
.Even less. Moreover, in the study of his Majesty the king reign of King Buddha loetla 2 left home "mannerism. Learn rebinding state visit machine savory."The mountain, as well as the taste and appetite. Sweet, which assumes that He wrote up to visit Confucius in composing machines เสว. Exercise Sri suriyendra.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: