ญาณทัศนะของพุทธะแบบเซน " ตอนที่ 2
กล่าวสำหรับการพลิกจิตสู่พุทธภาวะ หรือสู่การตรัสรู้นั้น เป็นวิถีแห่ง “ปัญญาวิมุติ” ที่แปลว่าหลุดพ้นด้วยอำนาจปัญญา อันเป็นหลักธรรมสำคัญของนิกายเซน ที่เน้นการปฏิบัติทางสติปัญญาเป็นสำคัญ ส่วนการทำสมาธิและการรักษาศีลนั้น นิกายเซนมิได้ให้ความสำคัญ เพราะเห็นว่าเมื่อมีสติปัญญา หรือปรีชาญาณรู้แจ้งว่า ขันธ์ ๕ คือร่างกายและจิตใจ ล้วนเป็นของว่างเปล่าและเป็นสิ่งมายามาแต่ต้น
ดังนั้นนิกายเซนถือว่าการเขย่าธาตุรู้ที่มิอยู่ในตัวตน ที่ปราศจากตัวตน ให้ผุดขึ้นมาเห็นแจ้งว่าพุทธภาวะนั้นมีอยู่อย่างพร้อมมูลแล้วในสรรพสัตว์ ซึ่งสิ่งสว่างแจ่มจ้าในตัวเองนี้ไม่ต้องไขว่คว้า หรือใช้เงินซื้อหาแต่ประการใด อีกทั้งยังไม่ขึ้นอยู่กับคำพูด และไม่ขึ้นอยู่กับพระไตรปิฎก เป็นการเผยแพร่พระธรรมคำสอนด้วยวิธี ที่เรียกว่า “จากใจหนึ่ง สู่ใจหนึ่ง” เท่านั้น
กระทั่ง บังเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และเกิดความรู้แจ้งอย่างฉับพลันในสภาวะธรรมตามเป็นจริง ซึ่งเป็นสภาวะที่ทุกคนรู้ได้เฉพาะตน โดยไม่ต้องใช้ความคิดปรุงแต่ง คาดคะเนหรือไตร่ตรอง ที่ภาษาจิตวิทยาสมัยใหม่เรียกว่า “จิตไร้สำนึก” ซึ่งตรงกันข้ามกับ “จิตสำนึก” และ “จิตใต้สำนึก”
ดังอุปมาที่ว่า “ความแจ่มจ้าของดวงจิต จะลุกโพลงสว่างขึ้นต่อปัญหาชีวิตทั้งปวง บรรดาอารมณ์ หรือความคิดปรุงแต่ง ทั้งหยาบและละเอียด ทั้งดีและชั่ว ทั้งสุขและทุกข์ ก็จะสงบลง จิตก็จะว่างเปล่าปราศจากความคิดปรุงแต่ง และเมื่อสามารถค้นพบ หรือสามารถเห็นแจ้งพุทธภาวะ ในขันธ์ ๕ (สมมติ) แล้ว ก็หมายความว่าการตรัสรู้หรือการบรรลุนิพพาน ก็ปรากฏเบื้องหน้าอย่างฉับพลัน”
อย่างไรก็ตามทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานี้ ล้วนเป็นคำบอกเล่าที่ใช้ภาษา หรือตัวหนังสืออธิบาย ซึ่งยากที่จะให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง และนำคำบอกเล่านี้ไปปฏิบัติให้บังเกิดผล นั่นเป็นเพราะไม่มีวิธีอื่นใดที่จะนำไปสู่การตรัสรู้ หรือการบรรลุธรรมสู่ความหลุดพ้นจากตัวตน มีประการเดียวคือ ต้องอาศัยการรู้แจ้งด้วยตนเอง ที่เรียกกันว่า “ปัจจัตตัง” จึงจะรู้ได้
ประดุจดั่งคนดื่มน้ำ รสชาติเป็นเช่นไร ร้อนหรือเย็นย่อมรู้ได้เอง เมื่อผู้นั้นรู้รสแห่งการตรัสรู้แล้ว เขาผู้นั้นจะไม่สามารถที่จะเขียน หรือพูดถึงรสชาติแห่งพุทธภาวะว่าเป็นเช่นไร เช่นเดียวกับมิอาจบอกได้ว่าน้ำที่ดื่มมีรสชาติเช่นไร ผู้ใดต้องการรู้รสต้องดื่มน้ำนั้นเอง เช่นเดียวกับการตรัสรู้หรือการบรรลุพุทธภาวะ ก็มิอาจอธิบายให้คนอื่นรู้ว่าเขาได้บรรลุอะไร และผลของการบรรลุเป็นเช่นไร
ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวว่า เป็นภาวะที่พ้นจากคำพูด เฉพาะอย่างยิ่งต้องตัดขาดซึ่งความรู้สึกนึกคิดไตร่ตรอง
สรุปว่า พุทธศาสนานิกายเซนไม่นิยมสอนหรืออธิบาย หรือแนะนำให้ปฏิบัติด้วยคำพูดและตัวหนังสือ เนื่องเพราะทั้งตัวหนังสือและคำพูดมิอาจที่จะอธิบายภาวะแห่งพุทธะ หรืออธิบายสัจจะภาวะหรือความเป็นจริงทางปรมัตถ์ กระทำได้แต่เพียงอุปมาอุปไมยหรือเปรียบเทียบ
แต่วิธีที่ดีที่สุดและได้ผลที่สุดในการอบรมสั่งสอน ที่เรียกว่าการถ่ายทอดธรรมจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่ง หรือจากจิตสู่จิตนั้น มิอาจหลีกเลี่ยงการหยุดคำพูด หยุดอธิบาย หยุดคำสอนอย่างสิ้นเชิง ตามหลักธรรมที่ว่า “ของจริงนิ่งจริงเป็นใบ้ ที่พูดได้นั้นไม่จริง”
พุทธศาสนานิกายเซนมีหลักธรรมคำสอน หรือพระสูตร หรือคัมภีร์ ที่สำคัญเพียงสั้นๆ หรือมีพระสูตรเพียง ๒-๓ พระสูตร เช่น ปรัชญาปารมิตาหฤทยสูตร วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร เป็นต้น
ซึ่งพระสูตรดังกล่าวนี้ล้วนกล่าวถึงสรรพสิ่ง ว่าเป็นสิ่งที่ว่างเปล่า โดยเฉพาะร่างกายและจิตใจมีคุณสมบัติว่างเปล่าโดยพื้นฐาน
กล่าวสำหรับวิถีปฏิบัติแนวเซนนั้น มิอาจจะระบุหรือกำหนดกฎเกณฑ์ว่า ต้องปฏิบัติอย่างไร แบบใด เนื่องเพราะพุทธศาสนานิกายเซนแตกต่างจากเถรวาทดังกล่าวแล้วว่า นิกายเซนไม่ยอมรับการมีตัวตน มีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น จึงไม่มีผู้รับผลของกรรมหรือผลของการกระทำใดๆ การปฏิบัติใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิเพื่อให้จิตสงบ หรือการเดินจงกรม หรือดูจิตดูใจของตนเอง หรือดูอาการเคลื่อนไหวของกายในทุกอิริยบท จึงไม่บังเกิดผลใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ปฏิบัติจึงไม่อาจจะสำเร็จหรือบรรลุธรรมะใดๆ เฉพาะอย่างยิ่งมิอาจจะก้าวพ้นทุกข์ได้ ด้วยการปฏิบัติด้วยมรรควิธีใดๆ ทั้งสิ้น
เหนืออื่นใดเซนเห็นว่า ที่ไม่ต้องปฏิบัติธรรมนั้น เนื่องเพราะสรรพสัตว์ล้วนมีพุทธภาวะ หรือธรรมะอยู่พร้อมมูลแล้ว เพียงแต่บอกหรือแนะนำให้มนุษย์ทุกคนเข้าใจและยอมรับว่า พุทธภาวะหรือพุทธะหรือธรรมะนั้น คนทุกคนหรือมนุษย์ทุกเชื้อชาติทุกชนชั้น ล้วนแต่มีอยู่เป็นอยู่เสมอกัน
ที่สำคัญยิ่งก็คือมนุษย์ทุกคนล้วนปฏิบัติตนแนวเซน หรือแบบเดียวกับเซนอยู่แล้ว ไม่ต้องปฏิบัติธรรมด้วยวิธีหนึ่งใดอีก นั่นเป็นเพราะเพียงแต่มองเห็นหรือรู้แจ้งแทงตลอดว่า สรรพสิ่งประกอบขึ้นด้วยความว่างเปล่า มิได้มีสิ่งใดดำรงอยู่เลย ซึ่งความว่างเปล่าหรือความไม่มีไม่เป็น นี่แหละคือ “พุทธภาวะ” หรือ “พุทธะ” หรือ “ธรรมะ” ที่ชาวพุทธทุกคน ปรารถนาจะมี จะเป็น หรือมุ่งแสวงหา
อ.นิโรธ จิตวิสุทธิ์