โรงเรียนส่วนใหญ่และมหาวิทยาลัยต่างๆหรือแม้กระทั่งในออฟฟิซหลายๆที่นั้น  การแปล - โรงเรียนส่วนใหญ่และมหาวิทยาลัยต่างๆหรือแม้กระทั่งในออฟฟิซหลายๆที่นั้น  อังกฤษ วิธีการพูด

โรงเรียนส่วนใหญ่และมหาวิทยาลัยต่างๆ

โรงเรียนส่วนใหญ่และมหาวิทยาลัยต่างๆหรือแม้กระทั่งในออฟฟิซหลายๆที่นั้น ตอนนี้เริ่มมีนโยบายในการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตภายในสถานที่ออกมาแล้ว และนั่นก็แสดงผลลัพธ์ออกมาได้อย่างเด่นชัด ว่าปัญหาการติดสมาร์ทโฟนในขณะนี้นั้นถือเป็นปัญหาที่พบเจอในทุกเพศทุกวัย ขนาดผู้ใหญ่เองยังเป็น แล้วจะเหลืออะไรกับเหล่าเด็กๆผู้เป็นอนาคตของชาติ เพราะแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นยิ่งไม่สามารถแยกแยะได้เท่ากับผู้ใหญ่อยู่แล้วจึงส่งผลกระทบกับการเรียนของพวกเขาอย่างมาก อย่างไรก็ตามปัญหานี้ถือเป็นความท้าทายของเหล่าผู้ปกครองมากๆที่จะต้องหาวิธีในการทำให้พวกเด็กๆเลิกติดสมาร์ทโฟนแล้วหันมาตั้งใจเรียนให้ได้ แต่ดูเหมือนว่าปัญหานี้จะมีทางออกเพียงทางเดียวนั่นก็คือการห้ามใช้โทรศัพท์ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านนั่นเอง โดยการกระตุ้นให้เหล่าพ่อแม่ผู้ปกครองหันมาพูดคำว่า”ไม่”กับเด็กๆของพวกเค้าหากต้องการให้เด็กๆมีผลการเรียนที่ดีขึ้น ตามผลการสำรวจจากโรงเรียนที่ทำการห้ามใช้โทรศัพท์เพียง 1 อาทิตย์ก็เริ่มมีผลลัพธ์ออกมาให้เห็นแล้ว
หมายความว่าการห้ามใช้โทรศัพท์นั้นจะเป็นผลดีกับตัวนักเรียนที่ทำคะแนนออกมาได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นผลดีกับตัวอาจารย์เองด้วย เพราะว่าการเรียนการสอนที่เหล่านักเรียนมักจะนำโทรศัพท์ขึ้นมาใช้นั้น ไม่ใช่งานที่ง่ายสำหรับเหล่าครูอาจารย์เลย ที่จะต้องทำให้เด็กนักเรียนตั้งใจฟังและมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนนั่นเองครับนอกจากนั้นยังพบว่าสัดส่วนการมีสมาร์ทโฟนส่วนตัวใช้ของเหล่าเด็กและวัยรุ่นนั้น มีสัดส่วนที่เยอะมากเลยทีเดียวอย่างในอเมริกานั้นสูงถึง 75% และในสหราชอาณาจักรนั้นสูงถึง 90% ต่อจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนของนักเรียนตกต่ำจึงได้มีการห้ามใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2001 จะพบว่าไม่มีโรงเรียนไหนที่ห้ามใช้สมาร์ทโฟนเลย จนกระทั่งในปี 2007 ประมาณ 50% ของโรงเรียนทั้งหมดเริ่มหันมาตั้งกฏการห้ามใช้ และอีกหลายปีจากนั้นอัตราส่วนต่อโรงเรียนทั้งหมดถึง 98% ได้ทำการห้ามใช้สมาร์ทโฟนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุผลที่ทางโรงเรียนต้องการให้นักเรียนหันมาสนใจกับการเรียนอย่างเต็มที่นั่นเอง
และที่ดูจะน่าสนใจเป็นพิเศษคือสำหรับโรงเรียนที่มีการห้ามเด็กนักเรียนใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนมาเป็น 10 ปีแล้วพบว่า เด็กที่มีปัญหาด้านผลการเรียนกลับมีผลการเรียนที่ดีขึ้นเป็น 2 เท่าของนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับกลางแต่การห้ามใช้สมาร์ทโฟนนั้นแทบไม่ส่งผลกับเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเท่าไร

0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
Most schools and universities, and even in many Office. Now start the policy to forbid the use of mobile phones and tablets inside the place, and it also shows the results. Whether the infected smartphones now is a problem found in all ages. Adult size is also what these children will remain with him as the future of the nation, because of course they can not distinguish as an adult and it is affecting their studies very seriously. However, this issue is considered as the guardian of those challenges that will need to find ways to make them quit, stick, Smartphone, then turned, studied, but this issue seems to have only one exit, it is prohibited to use both at school and at home there himself. By encouraging these parents turn to say "no" to their kids, if you want to have children with better performance, according to survey results from schools that do not use the telephone to make just 1 week began with the results already released.หมายความว่าการห้ามใช้โทรศัพท์นั้นจะเป็นผลดีกับตัวนักเรียนที่ทำคะแนนออกมาได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นผลดีกับตัวอาจารย์เองด้วย เพราะว่าการเรียนการสอนที่เหล่านักเรียนมักจะนำโทรศัพท์ขึ้นมาใช้นั้น ไม่ใช่งานที่ง่ายสำหรับเหล่าครูอาจารย์เลย ที่จะต้องทำให้เด็กนักเรียนตั้งใจฟังและมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนนั่นเองครับนอกจากนั้นยังพบว่าสัดส่วนการมีสมาร์ทโฟนส่วนตัวใช้ของเหล่าเด็กและวัยรุ่นนั้น มีสัดส่วนที่เยอะมากเลยทีเดียวอย่างในอเมริกานั้นสูงถึง 75% และในสหราชอาณาจักรนั้นสูงถึง 90% ต่อจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนของนักเรียนตกต่ำจึงได้มีการห้ามใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วหากย้อนกลับไปในช่วงปี 2001 จะพบว่าไม่มีโรงเรียนไหนที่ห้ามใช้สมาร์ทโฟนเลย จนกระทั่งในปี 2007 ประมาณ 50% ของโรงเรียนทั้งหมดเริ่มหันมาตั้งกฏการห้ามใช้ และอีกหลายปีจากนั้นอัตราส่วนต่อโรงเรียนทั้งหมดถึง 98% ได้ทำการห้ามใช้สมาร์ทโฟนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุผลที่ทางโรงเรียนต้องการให้นักเรียนหันมาสนใจกับการเรียนอย่างเต็มที่นั่นเองและที่ดูจะน่าสนใจเป็นพิเศษคือสำหรับโรงเรียนที่มีการห้ามเด็กนักเรียนใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนมาเป็น 10 ปีแล้วพบว่า เด็กที่มีปัญหาด้านผลการเรียนกลับมีผลการเรียนที่ดีขึ้นเป็น 2 เท่าของนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับกลางแต่การห้ามใช้สมาร์ทโฟนนั้นแทบไม่ส่งผลกับเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเท่าไร
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
โรงเรียนส่วนใหญ่และมหาวิทยาลัยต่างๆหรือแม้กระทั่งในออฟฟิซหลายๆที่นั้น ตอนนี้เริ่มมีนโยบายในการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตภายในสถานที่ออกมาแล้ว และนั่นก็แสดงผลลัพธ์ออกมาได้อย่างเด่นชัด ว่าปัญหาการติดสมาร์ทโฟนในขณะนี้นั้นถือเป็นปัญหาที่พบเจอในทุกเพศทุกวัย ขนาดผู้ใหญ่เองยังเป็น แล้วจะเหลืออะไรกับเหล่าเด็กๆผู้เป็นอนาคตของชาติ เพราะแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นยิ่งไม่สามารถแยกแยะได้เท่ากับผู้ใหญ่อยู่แล้วจึงส่งผลกระทบกับการเรียนของพวกเขาอย่างมาก อย่างไรก็ตามปัญหานี้ถือเป็นความท้าทายของเหล่าผู้ปกครองมากๆที่จะต้องหาวิธีในการทำให้พวกเด็กๆเลิกติดสมาร์ทโฟนแล้วหันมาตั้งใจเรียนให้ได้ แต่ดูเหมือนว่าปัญหานี้จะมีทางออกเพียงทางเดียวนั่นก็คือการห้ามใช้โทรศัพท์ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านนั่นเอง โดยการกระตุ้นให้เหล่าพ่อแม่ผู้ปกครองหันมาพูดคำว่า”ไม่”กับเด็กๆของพวกเค้าหากต้องการให้เด็กๆมีผลการเรียนที่ดีขึ้น ตามผลการสำรวจจากโรงเรียนที่ทำการห้ามใช้โทรศัพท์เพียง 1 อาทิตย์ก็เริ่มมีผลลัพธ์ออกมาให้เห็นแล้ว
หมายความว่าการห้ามใช้โทรศัพท์นั้นจะเป็นผลดีกับตัวนักเรียนที่ทำคะแนนออกมาได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นผลดีกับตัวอาจารย์เองด้วย เพราะว่าการเรียนการสอนที่เหล่านักเรียนมักจะนำโทรศัพท์ขึ้นมาใช้นั้น ไม่ใช่งานที่ง่ายสำหรับเหล่าครูอาจารย์เลย ที่จะต้องทำให้เด็กนักเรียนตั้งใจฟังและมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนนั่นเองครับนอกจากนั้นยังพบว่าสัดส่วนการมีสมาร์ทโฟนส่วนตัวใช้ของเหล่าเด็กและวัยรุ่นนั้น มีสัดส่วนที่เยอะมากเลยทีเดียวอย่างในอเมริกานั้นสูงถึง 75% และในสหราชอาณาจักรนั้นสูงถึง 90% ต่อจำนวนเด็กนักเรียนทั้งหมด ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนของนักเรียนตกต่ำจึงได้มีการห้ามใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2001 จะพบว่าไม่มีโรงเรียนไหนที่ห้ามใช้สมาร์ทโฟนเลย จนกระทั่งในปี 2007 ประมาณ 50% ของโรงเรียนทั้งหมดเริ่มหันมาตั้งกฏการห้ามใช้ และอีกหลายปีจากนั้นอัตราส่วนต่อโรงเรียนทั้งหมดถึง 98% ได้ทำการห้ามใช้สมาร์ทโฟนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุผลที่ทางโรงเรียนต้องการให้นักเรียนหันมาสนใจกับการเรียนอย่างเต็มที่นั่นเอง
และที่ดูจะน่าสนใจเป็นพิเศษคือสำหรับโรงเรียนที่มีการห้ามเด็กนักเรียนใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนมาเป็น 10 ปีแล้วพบว่า เด็กที่มีปัญหาด้านผลการเรียนกลับมีผลการเรียนที่ดีขึ้นเป็น 2 เท่าของนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับกลางแต่การห้ามใช้สมาร์ทโฟนนั้นแทบไม่ส่งผลกับเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเท่าไร

การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
Most of the schools and universities or even in my office, many places. Start now has a policy to forbid the use of mobile phones and tablet within the place out. And that"s the show results vividly. That the addiction problem smartphones now is the problem found in all ages, the adult size เองยัง. What is left to the children, the future of the nation. Because, of course, they even can not distinguish as adult already so caused ทบก with their learning greatly. However, this problem is the challenge of the parents to find a way to get more children stop on smartphones to study hard. But it seems that this problem will be the only answer is that the prohibition of the use the phone in school and at home. By stimulating the parents to say "no" to the children of them if you want to ให้เด็กๆ good grades. According to survey results from the school who don"t answer the phone only 1 week started the results show.Means that the prohibition of the use that phone is good for students who score well. It also is a good teacher. Because of these students often bring up the phone use. Not an easy task for the teachers. To make the students pay attention to and participate in the teaching, it นอกจากนั้นยัง found the proportion having private use of these devices in children and adolescents. There are a lot of proportion quite as high in the UK and in the United States is 75% the 90% per student. This is one of the causes of students performance decline had banned the use smartphones in school is completed.If you go back in the years 2001 will find no school which prohibit the use of smartphones, until in 2007 about 50% all school started to rule the prohibition of the use, And many years then the ratio of both schools
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: