ในหนึ่งวันคนเราควรต้องเจอสิ่งแปลกๆ อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ถึงจะเป็นวันที่สมบูรณ์ มันคงเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติถ้าจะบอกว่าคุณไม่ได้เจอเรื่องแปลกๆ เลยในวันนี้
ลองนึกและค้นความทรงจำดูดีๆ ว่ามีอะไรที่คุณมองข้ามไปหรือไม่ ถ้าคุณนึกไม่ออก อาจแปลว่าวันนี้คุณพลาดที่จะใช้ชีวิตไปเสียแล้ว ความแปลกเป็นสิ่งสามัญประจำตัว เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา บางอย่างก็แปลกน้อย แต่บางอย่างก็แปลกมาก บ้างก็แปลกแต่เราไม่ได้สังเกต บ้างต้องสังเกตถึงจะรู้ว่ามันแปลก แต่คุณต้องยอมรับว่า บางทีความแปลกนี่แหละที่ขับเคลื่อนชีวิตให้หมุนไป
วันนี้ผมตื่นเช้ากว่าปกติ เพราะต้องเข้ามาทำงานในเมือง (พูดจาแบบคนบ้านไกล) ขณะขับรถที่เพิ่งล้างมาเมื่อวานด้วยความเร็วประมาณร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง จู่ๆ ก็มีขี้นกแสวงเครื่องหล่นลงมาจากท้องฟ้า แหมะลงบนกระจกหน้ารถของผมพอดิบพอดี แม้ผมกดฉีดน้ำล้างอยู่ตั้งหลายทีก็ล้างไม่หมด ตามทฤษฎี ความเร็วขนาดนั้น โอกาสที่มันจะบังเอิญร่วงมาโดนรถผมแทบจะเป็นศูนย์—เอาเป็นว่าผมซวย...
ด้วยความเซ็งผมเลยจอดรถนั่งกินข้าวมันไก่ริมถนน ผมสั่งข้าวมันไก่ตอนธรรมดาแต่พอมาเสิร์ฟ มันดันเป็นแบบพิเศษ ป้าเจ้าของร้านบอกว่าไม่เป็นไร ทำผิดเอง คิดราคาปกติก็ได้—เอ้อ โชคดีจัง...
จากนั้นผมก็ขับรถไปติดไฟแดงตรงสี่แยก มีหมาสามขาตัวหนึ่งเดินกะเผลกข้ามทางม้าลายอย่างมีวินัยราวจะแสดงออกว่ากูทำตามกฎจราจรแล้วนะ อย่ามาชนกูอีก—เอ้อ อันนี้ก็แปลก Introduction to strangeness
เห็นมั้ยว่าชีวิตคือการอิมโพรไวส์ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา แม้เรื่องข้างต้นจะไม่นับว่าน่าตื่นเต้นมาก แต่พอนำมาเล่าต่อ มันจึงมีความหมาย ไม่เช่นนั้นมันคงเป็นแค่เรื่องธรรมดาที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ผมไม่ชอบที่จะพลาดความสนุกเหล่านี้ ยิ่งอายุเยอะขึ้น ผมก็ยิ่งพยายามสังเกตให้มาก เพราะผมรู้ว่าแค่กะพริบตาเพียงครั้งเดียวผมอาจพลาดอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปแล้วก็เป็นได้
ในหนึ่งชีวิตจะมีเรื่องแปลกเด่นๆ อยู่ไม่กี่เรื่องที่ทำให้โลกของเราหมุนคว้างเหมือนถูกตบหัวด้วยถาดสังกะสี เรื่องราวเหล่านี้จะปลุกเราให้ตื่นขึ้นจากความจำเจของชีวิตและลืมตามองโลกใหม่ ด้วยอายุอานามปาเข้าไปยี่สิบห้าขวบ ผมได้เรียนรู้ว่าส่วนใหญ่แล้วไอ้เรื่องแปลกๆ ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากคนรอบตัวผมนี่เอง
ความสัมพันธ์ระหว่างคนนั้นแสนยิ่งใหญ่ พระเจ้าทรงสร้างคนให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับที่คนเราจะมีลายนิ้วมือเหมือนกันไม่ได้ ภายใต้สถานการณ์แปลกประหลาดที่ชักนำให้พวกเราได้รู้จักกันเพื่อสร้างสรรค์ความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุด ผมพบว่าประสบการณ์จากการได้พบเจอคนแปลกหน้านั้นช่างทรงพลัง มีทั้งแบบที่เจอครั้งเดียวแล้วผ่านไป ทิ้งไว้แต่ความทรงจำ และแบบที่เป็นคนรู้จักจริงๆ ที่แปลกจนต้องเขียนถึง