ลี กวน ยู รัฐบุรุษของสิงคโปร์ประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนามากที่สุดในอาเซียน  การแปล - ลี กวน ยู รัฐบุรุษของสิงคโปร์ประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนามากที่สุดในอาเซียน  อังกฤษ วิธีการพูด

ลี กวน ยู รัฐบุรุษของสิงคโปร์ประเทศ

ลี กวน ยู รัฐบุรุษของสิงคโปร์

ประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนามากที่สุดในอาเซียน แม้จะเพิ่งตั้งประเทศมาได้เพียง 50 ปีเท่านั้น

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับชายชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนผู้ไม่ย่อท้อคนหนึ่งนามว่า ลี กวน ยู เพราะบุรุษผู้นี้แหละคือผู้ทำให้ประเทศสิงคโปร์พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนเป็นอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา

ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมและการเป็นนักปฏิบัตินิยมที่เด็ดขาด นายลี กวน ยูได้เปลี่ยนแปลงให้สิงคโปร์ จากเดิมที่เป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใด ๆ กลายเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ
นายลี ประสบความสำเร็จในการแปลงพลังที่มีอยู่ในชาวสิงคโปร์ให้กลายเป็นสิ่งที่เขามักเรียกว่าปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างระบบทุนนิยมภาคเอกชนและภาครัฐ นายลีทำให้สิงคโปร์ก้าวสู่ประเทศที่มั่งคั่ง ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ปราศจากการคอรัปชั่นและนักลงทุนต่างชาติพากันหลั่งไหลเข้าไปลงทุนในประเทศ

ลี กวน ยู เกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2466 ในครอบครัวชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีน เขาเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก และลีได้รับทุนเข้าเรียนที่ ราฟเฟิลส์ คอลเลจ ประเทศสิงคโปร์ ที่ซึ่งเขาได้เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับตันกู อับดุล รามาน (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย) ก่อนที่จะต่อด้านกฎหมายที่ฟิตซ์วิลเลียม คอลเลจ ในมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ แถมยังได้รับเกียรตินิยมด้วย และด้วยความที่เขาเกิดในยุคที่สิงคโปร์เป็นอาณานิคมของอังกฤษ ซ้ำยังได้ไปเรียนเมืองนอกเมืองนานี้เอง ทำให้ ลี กวน ยู มีความคิดค่อนไปในแบบของชาวตะวันตก นิสัยส่วนตัวเขาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความคิด เด็ดขาด พูดจาโผงผางหนักแน่น เป็นนักคิดที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี

ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 2493 ลี กวน ยู ก็กลับมายังแผ่นดินเกิดที่สิงคโปร์ ณ ตอนนั้นสิงคโปร์ยังคงอยู่ภายใต้การเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นนักกฎหมาย ก่อนที่จะให้ความสนใจและเบนเข็มเดินหน้าเข้าวงการการเมืองสิงคโปร์ โดยจัดตั้งพรรคกิจประชาชน (People’s Action Party) ขึ้นในปี ค.ศ. 2493 และต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 2502 เขาก็ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ขณะที่มีอายุได้เพียง 35 ปี


ในช่วงที่ ลี กวน ยู นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นช่วงที่มาเลเซียประกาศตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษ ซึ่ง ลี กวน ยู เห็นว่าสิงคโปร์ก็ควรจะได้รับอิสรภาพเช่นนั้น จึงเจรจากับตันกู อับดุล รามาน นายกรัฐมนตรีในยุคนั้น เพื่อร่วมกันรวมสิงคโปร์และมาเลเซียเข้าเป็นดินแดนเดียวกัน เพราะสิงคโปร์เป็นดินแดนเล็ก ๆ ที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ และในที่สุดเมื่อปี ค.ศ. 2505 สิงคโปร์ก็ผนวกเป็นหนึ่งเดียวกับมาเลเซียได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่หวัง เมื่อชาวมาเลเซียมองว่าสิงคโปร์มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง เกิดการประท้วงแสดงความไม่พอใจต่าง ๆ นานา ต่อต้านอย่างสุดขั้วไม่อยากให้สิงคโปร์เป็นหนึ่งเดียวกันเช่นนั้น

ความขัดแย้งดังกล่าวนำไปสู่การจลาจลครั้งใหญ่ ในที่สุดมาเลเซียก็ขอให้สิงคโปร์แยกตัวออกจากการเป็นดินแดนเดียวกัน ซึ่งนั่นทำให้ ลี กวน ยู กุมขมับ ไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะนำพาประเทศให้ก้าวหน้าได้ เมื่อสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรทางธรรมชาติใด ๆ ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

แต่แล้วไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ลี กวน ยู ทำได้ เขาให้ความสำคัญอย่างมากกับการวางรากฐานการศึกษาของประชาชน เพราะเชื่อว่าประเทศจะพัฒนาได้ต้องสร้างคนก่อน เขาสนับสนุนให้ประชาชนได้เรียนรู้ 2 ภาษา และคัดเลือกประชาชนระดับหัวกะทิไปเรียนในสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกหลายแห่ง เพื่อนำความรู้มาพัฒนาประเทศ แล้วจากนั้นผู้คนที่กลับมาพัฒนาประเทศนี้ก็จะกลับมาเป็นครู ยกระดับการเรียนการสอนให้ประชาชนในประเทศได้เรียนในระดับเท่าเทียมกับการศึกษาต่างประเทศ

นอกจากจะวางรากฐานทางการศึกษาแล้ว ลี กวน ยู ยังเห็นว่าบุคคลที่จะมาพัฒนาประเทศได้นั้น มีความรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย จึงมีการสนับสนุนและพัฒนาทางด้านความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ๆ และเด็กในยุคนั้น ก็กลายเป็นประชาชนที่มีคุณภาพในวันนี้

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนให้ประชาชนพูดได้ 2 ภาษา ก็ได้ทำให้ประเทศเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องจำเป็นไม่ว่าจะในเรื่องใด สุดท้ายแล้วมันก็ยังผลให้สิงคโปร์เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ แม้ว่าประเทศจะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใด ๆ ก็ตาม

ส่วนทางด้านสังคม ลี กวน ยู ก็ได้จัดระเบียบสังคมทุกอย่าง นับตั้งแต่การกำจัดวัฒนธรรมต่างชาติที่มอมเมาเยาวชนออกไป ไม่ว่าจะเป็น โรงระบำโป๊ ตู้คาราโอเกะ หนังสือโป๊ เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังได้ส่งเสริมด้านจิตสำนึกของประชาชนให้เป็นคนมีระเบียบ รักษาความสะอาดของบ้านเมือง อนุรักษ์ต้นไม้ และเคารพกฎหมาย

นโยบายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของนายลีคือการควบคุมจำนวนประชากรที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในสมัยนั้น โดยเขาได้รณรงค์เรื่องการวางแผนครอบครัวผ่านระบบการจัดเก็บภาษีและลงโทษผู้ที่มีบุตรเกิน 2 คนขึ้นไป แต่ภายหลังเขาได้เปลี่ยนมาสนับสนุนให้สตรีที่มีการศึกษาสูงแต่งงานและละเว้นนโยบายควบคุมประชากรกับสตรีกลุ่มนี้ ทว่ายังคงใช้นโยบายดังกล่าวกับกลุ่มสตรีที่มีการศึกษาต่ำกว่า
แม้การบริหารประเทศของนายลีจะทำให้ชาวสิงคโปร์มีมาตรฐานชีวิตสูงขึ้น แต่ผู้ลงคะแนนเสียงที่มีอายุน้อยกลับไม่ยอมรับนายลีเพิ่มเป็นอย่างมาก แล้วหันไปสนับสนุนพรรคฝ่ายค้านใหญ่ของสิงคโปร์แทน
นายลีก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำสิงคโปร์เมื่อปี 2533 ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ยาวนานที่สุดในโลก และทำให้สิงคโปร์เปลี่ยนจากประเทศกำลังพัฒนาก้าวขึ้นสู่หนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย


สิ้นสุดบทบาทนายกรัฐมนตรี

ลี กวน ยู ก้าวลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเมื่อปี ค.ศ. 2533 เขาส่งไม้ต่อให้กับ โก๊ะ จ๊กตง หลังจากบริหารประเทศยาวนานถึง 31 ปี แต่ถึงอย่างนั้น ลี กวน ยู ก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาทางการเมืองของสิงคโปร์อยู่ โดยเฉพาะต่อมา เมื่อ ลี เซียน ลุง ลูกชายของเขานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเมื่อปี ค.ศ. 2547


นโยบายที่สำ
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
ลี กวน ยู รัฐบุรุษของสิงคโปร์ประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนามากที่สุดในอาเซียน แม้จะเพิ่งตั้งประเทศมาได้เพียง 50 ปีเท่านั้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับชายชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนผู้ไม่ย่อท้อคนหนึ่งนามว่า ลี กวน ยู เพราะบุรุษผู้นี้แหละคือผู้ทำให้ประเทศสิงคโปร์พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนเป็นอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมาWith a vision and a time-honored practice that viewpoint. Mr. Lee Guan Yu has changed, Singapore. From the original is just a small island does not have any natural resources become a country in which there is economic progress.Mr. Lee was successful in converting energy contained in the Singapore people, made what he called an economic miracle. Which is a mixture of capitalism in the private sector and the public sector? Mr. Lee makes the wealthy countries to Singapore. State-of-the-art Powerful free corruption and foreign investors are very interested to invest in the country. ลี กวน ยู เกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2466 ในครอบครัวชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีน เขาเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก และลีได้รับทุนเข้าเรียนที่ ราฟเฟิลส์ คอลเลจ ประเทศสิงคโปร์ ที่ซึ่งเขาได้เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับตันกู อับดุล รามาน (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย) ก่อนที่จะต่อด้านกฎหมายที่ฟิตซ์วิลเลียม คอลเลจ ในมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ แถมยังได้รับเกียรตินิยมด้วย และด้วยความที่เขาเกิดในยุคที่สิงคโปร์เป็นอาณานิคมของอังกฤษ ซ้ำยังได้ไปเรียนเมืองนอกเมืองนานี้เอง ทำให้ ลี กวน ยู มีความคิดค่อนไปในแบบของชาวตะวันตก นิสัยส่วนตัวเขาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความคิด เด็ดขาด พูดจาโผงผางหนักแน่น เป็นนักคิดที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 2493 ลี กวน ยู ก็กลับมายังแผ่นดินเกิดที่สิงคโปร์ ณ ตอนนั้นสิงคโปร์ยังคงอยู่ภายใต้การเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นนักกฎหมาย ก่อนที่จะให้ความสนใจและเบนเข็มเดินหน้าเข้าวงการการเมืองสิงคโปร์ โดยจัดตั้งพรรคกิจประชาชน (People’s Action Party) ขึ้นในปี ค.ศ. 2493 และต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 2502 เขาก็ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ขณะที่มีอายุได้เพียง 35 ปีในช่วงที่ ลี กวน ยู นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นช่วงที่มาเลเซียประกาศตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษ ซึ่ง ลี กวน ยู เห็นว่าสิงคโปร์ก็ควรจะได้รับอิสรภาพเช่นนั้น จึงเจรจากับตันกู อับดุล รามาน นายกรัฐมนตรีในยุคนั้น เพื่อร่วมกันรวมสิงคโปร์และมาเลเซียเข้าเป็นดินแดนเดียวกัน เพราะสิงคโปร์เป็นดินแดนเล็ก ๆ ที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ และในที่สุดเมื่อปี ค.ศ. 2505 สิงคโปร์ก็ผนวกเป็นหนึ่งเดียวกับมาเลเซียได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่หวัง เมื่อชาวมาเลเซียมองว่าสิงคโปร์มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง เกิดการประท้วงแสดงความไม่พอใจต่าง ๆ นานา ต่อต้านอย่างสุดขั้วไม่อยากให้สิงคโปร์เป็นหนึ่งเดียวกันเช่นนั้น ความขัดแย้งดังกล่าวนำไปสู่การจลาจลครั้งใหญ่ ในที่สุดมาเลเซียก็ขอให้สิงคโปร์แยกตัวออกจากการเป็นดินแดนเดียวกัน ซึ่งนั่นทำให้ ลี กวน ยู กุมขมับ ไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะนำพาประเทศให้ก้าวหน้าได้ เมื่อสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรทางธรรมชาติใด ๆ ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แต่แล้วไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ลี กวน ยู ทำได้ เขาให้ความสำคัญอย่างมากกับการวางรากฐานการศึกษาของประชาชน เพราะเชื่อว่าประเทศจะพัฒนาได้ต้องสร้างคนก่อน เขาสนับสนุนให้ประชาชนได้เรียนรู้ 2 ภาษา และคัดเลือกประชาชนระดับหัวกะทิไปเรียนในสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกหลายแห่ง เพื่อนำความรู้มาพัฒนาประเทศ แล้วจากนั้นผู้คนที่กลับมาพัฒนาประเทศนี้ก็จะกลับมาเป็นครู ยกระดับการเรียนการสอนให้ประชาชนในประเทศได้เรียนในระดับเท่าเทียมกับการศึกษาต่างประเทศ นอกจากจะวางรากฐานทางการศึกษาแล้ว ลี กวน ยู ยังเห็นว่าบุคคลที่จะมาพัฒนาประเทศได้นั้น มีความรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย จึงมีการสนับสนุนและพัฒนาทางด้านความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ๆ และเด็กในยุคนั้น ก็กลายเป็นประชาชนที่มีคุณภาพในวันนี้
ขณะเดียวกัน การสนับสนุนให้ประชาชนพูดได้ 2 ภาษา ก็ได้ทำให้ประเทศเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องจำเป็นไม่ว่าจะในเรื่องใด สุดท้ายแล้วมันก็ยังผลให้สิงคโปร์เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ แม้ว่าประเทศจะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใด ๆ ก็ตาม

ส่วนทางด้านสังคม ลี กวน ยู ก็ได้จัดระเบียบสังคมทุกอย่าง นับตั้งแต่การกำจัดวัฒนธรรมต่างชาติที่มอมเมาเยาวชนออกไป ไม่ว่าจะเป็น โรงระบำโป๊ ตู้คาราโอเกะ หนังสือโป๊ เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังได้ส่งเสริมด้านจิตสำนึกของประชาชนให้เป็นคนมีระเบียบ รักษาความสะอาดของบ้านเมือง อนุรักษ์ต้นไม้ และเคารพกฎหมาย

นโยบายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของนายลีคือการควบคุมจำนวนประชากรที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในสมัยนั้น โดยเขาได้รณรงค์เรื่องการวางแผนครอบครัวผ่านระบบการจัดเก็บภาษีและลงโทษผู้ที่มีบุตรเกิน 2 คนขึ้นไป แต่ภายหลังเขาได้เปลี่ยนมาสนับสนุนให้สตรีที่มีการศึกษาสูงแต่งงานและละเว้นนโยบายควบคุมประชากรกับสตรีกลุ่มนี้ ทว่ายังคงใช้นโยบายดังกล่าวกับกลุ่มสตรีที่มีการศึกษาต่ำกว่า
แม้การบริหารประเทศของนายลีจะทำให้ชาวสิงคโปร์มีมาตรฐานชีวิตสูงขึ้น แต่ผู้ลงคะแนนเสียงที่มีอายุน้อยกลับไม่ยอมรับนายลีเพิ่มเป็นอย่างมาก แล้วหันไปสนับสนุนพรรคฝ่ายค้านใหญ่ของสิงคโปร์แทน
นายลีก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำสิงคโปร์เมื่อปี 2533 ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ยาวนานที่สุดในโลก และทำให้สิงคโปร์เปลี่ยนจากประเทศกำลังพัฒนาก้าวขึ้นสู่หนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย


สิ้นสุดบทบาทนายกรัฐมนตรี

ลี กวน ยู ก้าวลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเมื่อปี ค.ศ. 2533 เขาส่งไม้ต่อให้กับ โก๊ะ จ๊กตง หลังจากบริหารประเทศยาวนานถึง 31 ปี แต่ถึงอย่างนั้น ลี กวน ยู ก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาทางการเมืองของสิงคโปร์อยู่ โดยเฉพาะต่อมา เมื่อ ลี เซียน ลุง ลูกชายของเขานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเมื่อปี ค.ศ. 2547


นโยบายที่สำ
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
ลี กวน ยู รัฐบุรุษของสิงคโปร์

ประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนามากที่สุดในอาเซียน แม้จะเพิ่งตั้งประเทศมาได้เพียง 50 ปีเท่านั้น

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับชายชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนผู้ไม่ย่อท้อคนหนึ่งนามว่า ลี กวน ยู เพราะบุรุษผู้นี้แหละคือผู้ทำให้ประเทศสิงคโปร์พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนเป็นอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา

ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมและการเป็นนักปฏิบัตินิยมที่เด็ดขาด นายลี กวน ยูได้เปลี่ยนแปลงให้สิงคโปร์ จากเดิมที่เป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใด ๆ กลายเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ
นายลี ประสบความสำเร็จในการแปลงพลังที่มีอยู่ในชาวสิงคโปร์ให้กลายเป็นสิ่งที่เขามักเรียกว่าปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างระบบทุนนิยมภาคเอกชนและภาครัฐ นายลีทำให้สิงคโปร์ก้าวสู่ประเทศที่มั่งคั่ง ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ปราศจากการคอรัปชั่นและนักลงทุนต่างชาติพากันหลั่งไหลเข้าไปลงทุนในประเทศ

ลี กวน ยู เกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2466 ในครอบครัวชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีน เขาเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก และลีได้รับทุนเข้าเรียนที่ ราฟเฟิลส์ คอลเลจ ประเทศสิงคโปร์ ที่ซึ่งเขาได้เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับตันกู อับดุล รามาน (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย) ก่อนที่จะต่อด้านกฎหมายที่ฟิตซ์วิลเลียม คอลเลจ ในมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ แถมยังได้รับเกียรตินิยมด้วย และด้วยความที่เขาเกิดในยุคที่สิงคโปร์เป็นอาณานิคมของอังกฤษ ซ้ำยังได้ไปเรียนเมืองนอกเมืองนานี้เอง ทำให้ ลี กวน ยู มีความคิดค่อนไปในแบบของชาวตะวันตก นิสัยส่วนตัวเขาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความคิด เด็ดขาด พูดจาโผงผางหนักแน่น เป็นนักคิดที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี

ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 2493 ลี กวน ยู ก็กลับมายังแผ่นดินเกิดที่สิงคโปร์ ณ ตอนนั้นสิงคโปร์ยังคงอยู่ภายใต้การเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นนักกฎหมาย ก่อนที่จะให้ความสนใจและเบนเข็มเดินหน้าเข้าวงการการเมืองสิงคโปร์ โดยจัดตั้งพรรคกิจประชาชน (People’s Action Party) ขึ้นในปี ค.ศ. 2493 และต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 2502 เขาก็ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ขณะที่มีอายุได้เพียง 35 ปี


ในช่วงที่ ลี กวน ยู นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นช่วงที่มาเลเซียประกาศตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษ ซึ่ง ลี กวน ยู เห็นว่าสิงคโปร์ก็ควรจะได้รับอิสรภาพเช่นนั้น จึงเจรจากับตันกู อับดุล รามาน นายกรัฐมนตรีในยุคนั้น เพื่อร่วมกันรวมสิงคโปร์และมาเลเซียเข้าเป็นดินแดนเดียวกัน เพราะสิงคโปร์เป็นดินแดนเล็ก ๆ ที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ และในที่สุดเมื่อปี ค.ศ. 2505 สิงคโปร์ก็ผนวกเป็นหนึ่งเดียวกับมาเลเซียได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่หวัง เมื่อชาวมาเลเซียมองว่าสิงคโปร์มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง เกิดการประท้วงแสดงความไม่พอใจต่าง ๆ นานา ต่อต้านอย่างสุดขั้วไม่อยากให้สิงคโปร์เป็นหนึ่งเดียวกันเช่นนั้น

ความขัดแย้งดังกล่าวนำไปสู่การจลาจลครั้งใหญ่ ในที่สุดมาเลเซียก็ขอให้สิงคโปร์แยกตัวออกจากการเป็นดินแดนเดียวกัน ซึ่งนั่นทำให้ ลี กวน ยู กุมขมับ ไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะนำพาประเทศให้ก้าวหน้าได้ เมื่อสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรทางธรรมชาติใด ๆ ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

แต่แล้วไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ลี กวน ยู ทำได้ เขาให้ความสำคัญอย่างมากกับการวางรากฐานการศึกษาของประชาชน เพราะเชื่อว่าประเทศจะพัฒนาได้ต้องสร้างคนก่อน เขาสนับสนุนให้ประชาชนได้เรียนรู้ 2 ภาษา และคัดเลือกประชาชนระดับหัวกะทิไปเรียนในสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกหลายแห่ง เพื่อนำความรู้มาพัฒนาประเทศ แล้วจากนั้นผู้คนที่กลับมาพัฒนาประเทศนี้ก็จะกลับมาเป็นครู ยกระดับการเรียนการสอนให้ประชาชนในประเทศได้เรียนในระดับเท่าเทียมกับการศึกษาต่างประเทศ

นอกจากจะวางรากฐานทางการศึกษาแล้ว ลี กวน ยู ยังเห็นว่าบุคคลที่จะมาพัฒนาประเทศได้นั้น มีความรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย จึงมีการสนับสนุนและพัฒนาทางด้านความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ๆ และเด็กในยุคนั้น ก็กลายเป็นประชาชนที่มีคุณภาพในวันนี้

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนให้ประชาชนพูดได้ 2 ภาษา ก็ได้ทำให้ประเทศเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องจำเป็นไม่ว่าจะในเรื่องใด สุดท้ายแล้วมันก็ยังผลให้สิงคโปร์เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ แม้ว่าประเทศจะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใด ๆ ก็ตาม

ส่วนทางด้านสังคม ลี กวน ยู ก็ได้จัดระเบียบสังคมทุกอย่าง นับตั้งแต่การกำจัดวัฒนธรรมต่างชาติที่มอมเมาเยาวชนออกไป ไม่ว่าจะเป็น โรงระบำโป๊ ตู้คาราโอเกะ หนังสือโป๊ เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังได้ส่งเสริมด้านจิตสำนึกของประชาชนให้เป็นคนมีระเบียบ รักษาความสะอาดของบ้านเมือง อนุรักษ์ต้นไม้ และเคารพกฎหมาย

นโยบายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของนายลีคือการควบคุมจำนวนประชากรที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในสมัยนั้น โดยเขาได้รณรงค์เรื่องการวางแผนครอบครัวผ่านระบบการจัดเก็บภาษีและลงโทษผู้ที่มีบุตรเกิน 2 คนขึ้นไป แต่ภายหลังเขาได้เปลี่ยนมาสนับสนุนให้สตรีที่มีการศึกษาสูงแต่งงานและละเว้นนโยบายควบคุมประชากรกับสตรีกลุ่มนี้ ทว่ายังคงใช้นโยบายดังกล่าวกับกลุ่มสตรีที่มีการศึกษาต่ำกว่า
แม้การบริหารประเทศของนายลีจะทำให้ชาวสิงคโปร์มีมาตรฐานชีวิตสูงขึ้น แต่ผู้ลงคะแนนเสียงที่มีอายุน้อยกลับไม่ยอมรับนายลีเพิ่มเป็นอย่างมาก แล้วหันไปสนับสนุนพรรคฝ่ายค้านใหญ่ของสิงคโปร์แทน
นายลีก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำสิงคโปร์เมื่อปี 2533 ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ยาวนานที่สุดในโลก และทำให้สิงคโปร์เปลี่ยนจากประเทศกำลังพัฒนาก้าวขึ้นสู่หนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย


สิ้นสุดบทบาทนายกรัฐมนตรี

ลี กวน ยู ก้าวลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเมื่อปี ค.ศ. 2533 เขาส่งไม้ต่อให้กับ โก๊ะ จ๊กตง หลังจากบริหารประเทศยาวนานถึง 31 ปี แต่ถึงอย่างนั้น ลี กวน ยู ก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาทางการเมืองของสิงคโปร์อยู่ โดยเฉพาะต่อมา เมื่อ ลี เซียน ลุง ลูกชายของเขานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเมื่อปี ค.ศ. 2547


นโยบายที่สำ
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (อังกฤษ) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
Lee Kuan Yu statesman of Singapore

country economy most developed nations. Though I just set the country was only 50 years

.All in all, the feat would give the man with the Singaporean Chinese descent who never give up one D named Lee Kuan Yu, because this is the man who makes Singapore develop in leaps and as seen today.23 March past
.
with sharp vision and a pragmatist marketed Mr. Lee Kuan Yu change to Singapore. From the original is only a small island without any natural resources become a country with advanced economic prosperity!Mr Lee succeeded in converting the power available in Singapore to become what he often referred to as economic miracle It is a mixture of capitalism from private and public sectors.Modern, efficient, without corruption and foreign investors are pouring into investing in the country!
Lee, Guan Yu was born on the 16 September 1975.2466 family Singaporean Chinese origin. He is a boy who studies very well. And Lee got a scholarship to study at Raffles College, Singapore, where he เป็นเพื่อนร่วม version with tons of Gu, Abdul Rahman.Before the legal Fitzwilliam college at Cambridge University, England, and received honors. And with that, he was born in the Era Singapore as a British colony.
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: