Islam. By publishing to your religious founder Muhammad Saudi British property of Rae, the bia has emerged around 1400 years (current Hiroshima charao 1416, and Islam has spanned through South East Asia. In the reign of the Grand Buddha, Muhammad, about 200 years to get it passed is to match the above evidence that Islam has come to Siam in Indonesia and the Malay Peninsula at approximately 1200 years before the Thai people will immigrate themselves down from the land of southern China is therefore. Territory of the province, especially in this bar in the South since the end of the Nakhon SI thammarat travel to the Malay Peninsula. The people in it. Islam is the majority religion of Islam itself, replace the socket which Buddhism in เรีอง this bar. " Before the Kingdom of Srivijaya When Srivijaya has gone, it is why Buddhism in this district, including the Indo natural Sierra, which is evidence of Buddhist antiques, "" Bush rose Bush looks "obvious ploy to deteriorate along with the weapons to dominate those of Srivijaya since Indo natural Sierra in southern Thailand and Northern Malaysia people accepted Islam would. ผู้เขียนใคร่ขอกล่าว แต่เฉพาะศาสนาอิสลามในเมืองไทย เท่านั้น เพื่อให้บรรดาท่านผู้อ่าน ได้ทราบถึงความเป็นมา ของอิสลามในเมืองไทย อย่างเห็นได้ชัด จากหลักฐานดังกล่าวข้างต้น ย่อมเป็นเครื่องชี้จัดว่า เมืองไทยนับตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป จนสุดภาคใต้ เลยไปจนถึงมาเลย์เซีย ทั้งประเทศสิงคโปร์ สุมาตรา มะละกา และหมู่เกาะอินโดเนเซียทั้งหมดนั้น ในสมัยเริ่มแรกที่คนไทยเคลื่อนย้ายมาจากจีนตอนใต้ มาอยู่สุวรรณภูมินั้น ผู้คนบ้านเมืองเหล่านี้ เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม แทบทั้งสิ้น และผู้เขียนเข้าใจว่า คนไทยของเราในสมัย ที่ยังคงอยู่ในเมืองจีนนั้น ก็ยังมิได้รับนับถือพระพุทธศาสนา คงจะเป็นการเคารพนับถือบรรพบุรุษ เยี่ยงคนจีนทั่วไป และมีการถือภูติผีกัน ตามแบบโบราณ ดังจะเห็นได้จากการตั้งศาลพระภูมิ ตามบ้านเรือนนั้น ก็เป็นการบูชาเจ้าที่เจ้าทาง ซึ่งคนไทยเราก็ขนเอาประเพณีนี้ มาจากเมืองจีนนั่นเอง ผู้เขียนเชื่อว่า เมื่อคนไทยมาตั้งหลัก อยู่ในสุวรรณภูมิ อิทธิพลของวัฒนธรรม ของขอมโบราณ ยังคงมีอยู่ในสุวรรณภูมิ ภาคกลาง และภาคเหนือ และพระพุทธศาสนา ก็ได้เคยได้รับการทำนุบำรุง จากผู้ปกครองในบ้านเมือง ในย่านนี้มาก่อน และเคยรุ่งเรืองมาแต่อดีตในย่านนี้ เมื่อคนไทยเข้ามาพำนักอาศัยอยู่ในย่านนี้ จึงได้รับเอาพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาที่ต้องกับอุปนิสัยของคนไทย ไว้เป็นศาสนาของตนด้วย ในขณะเดียวกัน ที่อาณาจักรของไทยในสมัยกรุงสุโขทัย ก็ได้แผ่ขยายไปจนถึงใต้สุดปลายแหลมมลายู ถึงมะละกา ซึ่งผู้คนในย่านนี้ นับถือศาสนาอิสลาม อยู่โดยทั่วไป ทางผู้เป็นใหญ่ในกรุง สุโขทัย ก็มิได้ถือเป็นข้อแตกต่างอะไรกันนัก ต่างก็อยู่ร่วมกันมา ด้วยความสันติสุขตลอดมา หลายร้อยปี จนถึงปัจจุบัน ร่วม 8 ศตวรรษเข้าไปแล้ว จากหลักฐานในประวัติศาสตร์ของไทย ไม่เคยมีข้อบาดหมาง ระหว่างศาสนาพุทธกับอิสลามเลย แม้สักครั้งเดียว มีความร่วมมือร่วมใจ ซึ่งกันและกัน ระหว่างไทยพุทธ กับไทยมุสลิม ในการบริหารบ้านเมือง ต่อต้านอริราชศัตรู มาด้วยกันทุกยุคทุกสมัย นับเป็นความมหัศจรรย์ อย่างหนึ่ง ภายใต้พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งทุกพระองค์และทุกราชวงศ์ ก็ได้ทรงให้ความอุปภัมภ์ค้ำชู แก่ศาสนาอิสลาม มาโดยตลอดการเผยแผ่ของอิสลามสู่ตะวันออกไกล ศาสนาอิสลาม ซึ่งประกาศโดยพระศาสดามุฮัมมัด นั้น ได้อุบัติขึ้นประมาณ 1376 ปี (นับตามปีปฏิทินสากล) แต่ถ้านับตามศักราชฮิจเราะห์ ของอิสลาม ปัจจุบันฮิจเราะห์ศักราช 1416 (พ.ศ.2539) ซึ่งเริ่มต้นนับตั้งแต่ปีที่ 10 นับแต่พระศาสดามุฮัมมัด ประกาศพระศาสนา ก็รวมเวลาได้1426 ปี (ตามปีของปฏิทินอิสลาม) ปีของปฏิทินอิสลามคือ ระบบจันทรคติ ปีหนึ่งมีเพียง 354 วัน ซึ่งน้อยกว่าปีปฏิทินสากล ปีละ 11 วันตามความเชื่อว่า ศาสนาอิสลามนั้น ได้อุบัติขึ้นพร้อมกับมนุษยชาติ คือนับแต่พระศาสดาอาดัม ฯ ปฐมบุรุษของมนุษยชาติทั้งมวล และทุกยุคทุกสมัย จะมีพระศาสดาต่อเนื่องกันมา จำนวนมากมาย เท่าที่ปรากฏพระนาม ในพระคัมภีร์อัลกรุอานนั้น มีจำนวน 25 ท่านด้วยกัน มุสลิมทุกคน ยอมรับนับถือพระศาสดามูซา (โมเซส) ของชาวยิว, พระศาสดาอีซา (จีซัส) ของชาวคริสเตียน ว่าเป็นพระศาสดา ซึ่งมาประกาศพระโองการ ของพระผู้เป็นเจ้าด้วย เช่นกัน และเชื่อว่าพระศาสดามุฮัมมัด เป็นพระศาสดาท่านสุดท้าย ของมนุษยชาติ และพระคัมภีร์อัล-กรุอาน เป็นพระคัมภีร์เล่มสุดท้าย และสมบูรณ์ที่สุด ที่พระผู้เป็นเจ้าประทาน แก่มนุษยชาติทั้งมวล เพื่อเป็นธรรมนูญแห่งชีวิต จวบจนวันสุดท้ายของโลก หมู่เกาะต่าง ๆ ทางทะเลใต้ ซึ่งรวมกันอยู่ในอาณาบริเวณ ที่เรียกกันว่า "มาลัยทวีป" มาตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 12 อันได้แก่ เกาะสุมาตรา เกาะชวา เกาะบาหลี เกาะบอร์เนียว เกาะสุลาเลวี หรือเกาะะเซเลเบส เกาะมะละกา และเกาะนิวกีนี ในบริเวณนั้นทั้งหมด เดิมเคยได้รับอารยธรรม แห่งศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธสำนักคิดมหายาน จากอินเดีย มาตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 12 จนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 19 ความเปลี่ยนแปลง ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมทางศาสนา ของบริเวณนี้ ได้เกิดขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14 เมื่อพ่อค้าอาหรับ ได้นำเรือสินค้าลำแรก ของชนชาติอาหรับ มาติดต่อทำการค้าขาย และเผยแพร่ศาสนาอิสลาม เป็นครั้งแรก ทางเกาะสุมาตราเหนือ เมื่อ พ.ศ.1389 โดยแวะจอดเรือขึ้นบก ที่เมืองท่า "อาเจ๊ะ" (บันดาอาเจ๊ะ) แล้วตั้งศูนย์การค้า และศูนย์เผยแพร่ศาสนาอิสลาม ขึ้น ณ ที่เกาะสุมาตราเหนือนี้ เป็นครั้งแรก เซอร์ริชาร์ดวินสเตดท์ ได้เล่าว่า เมื่อครั้งที่มาร์โคโปโล ชาวเมือวเวนิส เดินทางจากอิตาลี ไปค้าขายถึงเมืองจีน (The Journey of Marco Polo 1252 - 1323 AD.) ตอนขากลับ เขาได้แล่นเรือ ผ่านมาทางแหลมมลายู และได้แวะที่เกาะสุมาตรา เมื่อปี พ.ศ.1835 เขาได้พบพ่อค้าชาวอาหรับ และได้จัดสอนศาสนาอิสลามขึ้น ที่เมืองเปอร์ลัก (Perlak) ซึ่งเป็นเมืองท่าเล็ก ๆ อยู่ทางริมเกาะสุมาตรา ตอนเหนือ และอยู่ใกล้เคียงกันกับเมืองสมุทระ (Samudra) และเมืองปาซี หรือปาไซ (Pasai) ซึ่งขณะนั้น เจ้าเมืองนับถือศาสนาอิสลามอยู่แล้ว โดยมีครูสอนศาสนาอิสลาม ชื่อ "มาลิก อัล-ซอและหฺ" ทำการสอนศาสนาอิสลาม ให้แก่เจ้าเมือง และ ครอบครัวของเจ้าเมืองปาลัส จนกระทั่งปรากฏว่า ธิดาคนหนึ่งของเจ้าของเมืองเปอร์ลั
การแปล กรุณารอสักครู่..
