Iraq war situation (after the overthrow Saddam Hussein's signature.)Cause and effect of the United States invasion of Iraq war. Before the United States invaded Iraq to make war to overthrow a country to presidential powers. Saddam Hussein, then President George Bush signed the main reason cited for 2 reasons: the Americans and the people of the world is.1. Iraq has destroyed deadly weapons (Weapons of Mass Destruction WMD –) possession.2. Saddam Hussein's signature. The leader of Iraq, support Al-Qaida terrorist groups (Al-Qaeda) of Osaka, Umeda, Fukushima flight la dentist.แต่หลังจากสหรัฐอเมริกาได้โค่นล้มประธานาธิบดีซัดดัมและได้เข้ายึดครองอิรักเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี ปรากฏว่าไม่พบหลักฐานดังกล่าวตามที่ประธานาธิบดีบุชได้กล่าวอ้างแต่อย่างใด คณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกา (Senate Intelligence Committee) ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ข้อสรุปและเปิดเผยต่อคนอเมริกันและชาวโลกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2547 ว่า สหรัฐอเมริกาได้รุกรานอิรักโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองที่ล้าสมัย ไม่ถูกต้อง และเป็นข้อมูลที่ไม่ชอบธรรมที่ ประธานาธิบดีบุชใช้อ้างในการทำสงคราม นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ยังพบว่า สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ไม่สามารถหาหลักฐานที่น่าเชื่อมาแสดงว่า ซัดดัมกับอัลกออิดะ เป็นพันธมิตรกันไม่ว่าจะมองในแง่มุมใดก็ตามอย่างไรก็ตาม ฮันส์ บลิกซ์ (Hans Blix) อดีตหัวหน้าผู้ตรวจสอบอาวุธในอิรักของสหประชาชาติ (UNMOVIC) ได้แสดงความเห็นโดยการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งของประเทศสเปนเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2546 ว่า ผู้นำของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษได้วางแผนที่จะรุกรานอิรักไว้ล่วงหน้ามาเป็นเวลานานแล้ว และผู้นำทั้งสองประเทศนี้โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้สนใจว่าคณะตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติจะค้นหาอาวุธ WMD ในอิรักพบหรือไม่ (The Nation, April 10, 2003) ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องไม่น่าแปลกที่ผู้นำสหรัฐอเมริกาและอังกฤษไม่ปรารถนาให้คณะผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อพิสูจน์ว่าอิรักมีอาวุธที่มีอานุภาพทำลายร้ายแรงอันจะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา ต่อภูมิภาค และต่อโลกตามข้อกล่าวหา ทั้งนี้เพราะเกรงว่าหากให้เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติในอิรักปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และไม่สามารถค้นพบอาวุธดังกล่าว ผู้นำของทั้งสองประเทศนี้จะไม่สามารถมีข้ออ้างอันชอบธรรมเพื่อทำสงคราม “รุกราน” อิรักได้In the end, even though the United States will succeed in Iraq President Saddam's overthrow, the leader of the United States returns to face the issue more important. By June 2547 (2004) American majority (54 per cent) is of the opinion that the war in Iraq is the United States's mistakes, and more than half (51 percent) of the back is of the opinion that American doesn't feel safer after Saddam to overthrow (Time, July 5, 2004) despite the fact that the leader of the United States tries to claim that the United States periodically, and the world is safer when Saddam and then eliminate.จนกระทั่งถึงปัจจุบันทั้ง ๆ ที่สหรัฐอเมริกาได้โอนอำนาจการบริหารประเทศให้แก่ชาวอิรักในทางทฤษฎีแล้วก็ตาม ปัญหารากเหง้าทางด้านความมั่นคงในอิรักนั้น อยู่ที่ผู้นำสหรัฐอเมริกามีความเชื่ออย่างผิด ๆ ว่า ชาวอิรักจะต้อนรับสหรัฐอเมริกาด้วยความยินดีปรีดาที่มาเข้าโค่นล้มซัดดัม แต่ความจริงชาวอิรักถึงแม้ว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบซัดดัม แต่ก็เกลียดการรุกรานของสหรัฐอเมริกา จากการสำรวจความคิดเห็นชาวอิรักโดยคณะผู้ปกครองชั่วคราวของพันธมิตร (Coalition Provisional Authority หรือ CPA) เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2547 พบว่า ร้อยละ 92 ของชาวอิรักเห็นว่ากองกำลังที่นำโดยสหรัฐอเมริกาในอิรักเป็นผู้ยึดครอง (occupiers) มีเพียงแค่ร้อยละ 2 ของชาวอิรักเท่านั้นที่เห็นว่ากองกำลังต่างชาติดังกล่าวเป็นผู้ปลดปล่อย (liberators) พวกตน (Guardian Unlimited Online, June 16, 2004)In addition, surveys of residents from Iraq by strategic research and study Iraq hotels. (Centre for Research and Strategic Studies Iraq or ICRSS) in July, 2547 (2004) That 2 in 3 percent or Iraq 66 opposed the military presence of the United States led by foreigners. There are only 22 per cent of nationals of Iraq only to see that Iraq are stepping into a much more peace and stability. (The Nation, July 14, 2004)But the United States would invade Iraq, whether for any reason. War of the United States has led the losses in both human life and property of nationals of Iraq. Only nationals of Iraq as civilian deaths to more than 13000 people, American soldiers also died together 1000 people.ลักดาร์ บราฮิมี (Lakhdar Brahimi) ทูตสหประชาชาติ (U.N. envoy) ได้กล่าวไว้อย่างกระชับว่า การรุกรานอิรักที่นำโดยสหรัฐอเมริกานั้น “เป็นการทำสงครามที่ไร้ประโยชน์ เป็นการสร้างปัญหามากกว่าแก้ไขปัญหา และได้นำการก่อการร้ายมาสู่อิรัก” และนายบราฮิมียังกล่าวอีกด้วยว่า รัฐบาลชั่วคราวของอิรักเผชิญกับการท้าทายที่จะต้องพิสูจน์ว่าตนไม่ใช่ “หุ่นเชิดของสหรัฐอเมริกา” ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ในเมื่อยังมีทหารต่างชาติ 150,000 คนอยู่ในประเทศอิรัก (Japan Time, July 27, 2004)อนาคตของอิรักหลังจากเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า อิรักมิได้มีอาวุธทำลายร้ายแรง ตามที่ผู้นำสหรัฐอเมริกาและอังกฤษกล่าวอ้าง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ตลอดจนในประชาคมโลกว่า ผู้นำสหรัฐอเมริกาและอังกฤษได้กล่าวอ้างภัยคุกคามของอิรักยุคซัดดัมอย่างเกินความจริง รวมทั้งการอ้างหลักฐานเท็จเพื่อสร้างความชอบธรรมในการทำสงครามในอิรักดังกล่าวแล้ว ถึงกระนั้น ผู้นำสหรัฐอเมริกาและอังกฤษรวมทั้งคนอีกจำนวนไม่น้อยในประเทศตะวันตก ก็ยังมีความเห็นว่า การใช้กำลังโค่นล้มอำนาจเผด็จการของซัดดัมลงได้ก็นับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแล้ว ทั้งนี้เพราะค่านิยมของตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษ
การแปล กรุณารอสักครู่..
