นักเรียนห้องเรียน ป.วิสุทธิปัญญา ทุกคน
พี่ๆน้องๆชาวยุวจิตจักรวาลทั้งหลาย
ความจริงที่เป็นความรู้ใหม่ทั้งหมดในห้องเรียนนี้
ล้วนเป็นศาสตร์ที่แท้จริงขององค์จิตจักรวาล
ผู้ทรงเป็นพระบิดาของท่านหรือพระผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง
เราเรียกองค์ความรู้ที่เป็นสากลแห่งจักรวาลเหล่านี้ว่า
"อภิปรัชญาบริสุทธิ์" : Pure Meta-physics
ล้วนเป็นความรู้ที่มนุษย์โลกเสรีทุกคน
ในยุคหลังงานใหม่จักต้องรู้
เราจึงถ่ายทอดเป็นบันทึกเอาไว้ให้
ในบทนี้....
เราจึงขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า
ถ้าท่าน "คน" ตนเองให้เป็น "มนุษย์" เป็นผลสำเร็จ
นั่นเท่ากับว่าท่านได้เข้าถึงการหมุนธรรมจักรในตนเอง
ตามพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับพระบิดาแล้ว
ดังนั้น สิ่งที่ท่านจักต้องรู้ต่อไปอีกก็คือว่า
ถ้าท่านสั่นสะเทือนจิตสำนึกของท่านแล้ว
เบื้องหลังมิติโลกในมิติทางพลังงาน
ด้านของจิตวิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของท่านนั้น
มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง.....
เราขอกล่าวตามความจริงว่า
ถ้าจิตหยาบตรงต่อมไพเนี่ยลของท่าน
เกิดการสั่นสะเทือนเป็นอารมณ์รู้สึกนึกคิดด้านลบ
หรือสั่นสะเทือนเป็นสิ่งที่เรียกว่ากิเลสตัณหาแล้ว
ต่อมพิทูอิทารีก็จะได้รับแรงสั่นสะเทือน
จากต่อมไฮโปทาลามัส
เป็นคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านลบเสมอ
อำนาจด้านลบจะไม่สามารถกระตุ้นให้พิทูอิทารี
อันเป็นที่ตั้งของจิตวิญญาณของท่าน
เกิดการสั่นสะเทือนสูงสุดได้
พิทูอิทารีจึงจะทำหน้าที่แค่เพียง
เปลี่ยนแปลงสัญญาณคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กด้านลบ
ให้เป็นคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าเคมี
ที่มีคุณสมบัติเป็นลบแทน
แล้วปล่อยให้มันไหลไปตามท่อประสาท
เพื่อนำส่งสู่ก้อนสมองซีกซ้ายต่อไป
คลื่นไฟฟ้าเคมีที่มีศักยภาพทางไฟฟ้าเป็นลบ
ซึ่งพิทูอิทารีทำการแปลงระบบนี้
จะหลั่งไหลถ่ายเทสู่เซลสมองซีกซ้ายต่อเนื่อง
ตราบใดที่ท่านผู้นั้นยังสั่นสะเทือนจิตใจตนเอง
เป็นอารมณ์รู้สึกนึกคิดด้านลบอยู่
ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นลำดับต่อมาที่ท่านต้องรู้ก็คือ
มันจะเกิดการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าขึ้น
ตรงเซลสมองซีกซ้ายนี่แหละนะ
โดยเซลประสาทสมองซีกซ้ายนั้น
ตามปกติแล้วจะมีความสมดุลทางไฟฟ้าอยู่
คือในทุกเซลจะมีประจุลบจับคู่กันกับบวก
อย่างลงตัวกันอยู่ในทุกๆเซล
จนเกิดความเป็นกลางทางไฟฟ้า
ซึ่งท่านอาจเรียกว่า เป็นสุญญตาทางไฟฟ้าก็ได้
ครั้นเมื่อพิทูอิทารี
ส่งคลื่นไฟฟ้าเคมีมาตามท่อประสาทถึงสมองซีกซ้าย
อนุภาคประจุไฟฟ้าลบจากพิทูอิทารี
มันจะวิ่งเข้าเบียดแย่งจับคู่กันกับอนุภาคประจุบวก
ที่เดิมก็จับคู่กันกับประจุลบของตนอยู่แล้วทันที
มันจะยังผลให้เซลสมองซีกซ้ายนี้
เปลี่ยนจากความสมดุลหรือเป็นสุญญตาทางไฟฟ้า
กลายเป็นเสียสมดุลทันที
ด้วยเหตุนี้เอง เซลสมองซีกซ้ายของท่าน
ก็จะค่อยๆกลายเป็นลบทางไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดสมองซีกซ้ายทั้งระบบ
ก็จะมีค่าความเข้มสนามแม่เหล็กเป็นลบ
จนเกิดการไม่สมดุลกันกับสมองซีกขวาไป
ท่านทั้งหลายจะเกิดอาการเครียดทางประสาท
เวียนหัว มึนหัว คลื่นไส้ จะอาเจียน
ปวดหัวข้างเดียว
หงุดหงิดง่าย โมโหร้าย
เพราะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้แล้ว
สำคัญคือ จะโง่เกินพิกัด
เพราะจะท่านจะหันมาใช้อารมณ์นำปัญญาแทน
แม้เพียรจะคิดก็คิดไม่ออก
เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนเพื่อการคิดของจิตหยาบ
มันต่ำเกินกว่าพิกัดปกติ หรือเป็นลบนั่นแหละนะ
โกรธ คือ โง่ โมโห คือ บ้า
ทั้งโกรธทั้งโมโห จะทั้งโง่ทั้งบ้าไปเลย!
ยังจำกันได้อยู่มั้ยล่ะ?
ดังนั้น.........ในทางกลับกัน
ถ้าจิตหยาบตรงต่อมไพเนี่ยลของท่าน
เกิดการสั่นสะเทือนเป็นอารมณ์รู้สึกนึกคิดด้านบวก
หรือสั่นสะเทือนเป็นสิ่งที่เรียกว่าความรักแล้ว
ต่อมพิทูอิทารีก็จะได้รับแรงสั่นสะเทือน
จากต่อมทาลามัสแทน
มิใช่จากไฮโปทาลามัสอีกแล้ว
โดยมันจะสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่
ทางไฟฟ้าแม่เหล็กชนิดด้านบวกเท่านั้น
อำนาจด้านบวกจะทำให้พิทูอิทารี
เกิดการสั่นสะเทือนด้านบวกตามไปด้วย
ถ้าคลื่นที่ได้รับเป็นคลื่นบวกความถี่สูงมากเท่าไหร่
เช่น ในระดับที่ท่านทั้งหลายเรียกว่า
ปิติสุข สงบ และสุญญตาแล้ว
พิทูอิทารี่จะสั่นสะเทือนด้านบวกสูงสุดๆเลย
ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือ
ท่านจะสามารถกดปุ่มเปิดใช้สมองซีกขวา
เพื่อการเรียนรู้ คิดรู้ และหยั่งรู้
ร่วมกับสมองซีกซ้ายได้อย่างมีประสิทธิผลทันที
นอกจากนั้นพิทูอิทารี
ก็จะเปลี่ยนคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวก
ที่ได้รับแรงกระตุ้นจากต่อมทาลามัส
ไปเป็นคลื่นไฟฟ้าเคมีด้านบวกแทน
แล้วส่งต่อไปตามท่อสู่เซลสมองซีกขวาอย่างต่อเนื่อง
ตราบใดที่จิตหยาบยังสั่นสะเทือนด้านบวกอยู่
ผู้ที่มีปณิธานแห่งนิพพาน
ซึ่งสามารถเข้าถึงกระบวนการใช้จิตกับสมองซีกขวา
อันเป็นสติปัญญาของจิตวิญญาณได้
ถือเป็น "อริยะบุคค" อย่างแท้จริง
เอเมน....สาธุ......
ป.วิสุทธิปัญญา
ณ ภูกระต่าย
11-11-2014